Apple ยอมจบ! ควักจ่าย 30 ล้านเหรียญฯ ให้พนักงานหลังถูกฟ้องเรื่องนโยบายตรวจกระเป๋า

โดย RingRangRung | 15 พฤศจิกายน 2564 เมื่อ 11:37 น. | อ่าน 395
Apple

Apple ตกลงที่จะจ่ายเงินราว 30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 981.3 ล้านบาท ให้กับทางฝั่งพนักงานเพื่อยุติคดีความหลังโดนฟ้องจากนโยบายการตรวจกระเป๋าหลังเลิกงาน

APPLE จดสิทธิบัตรฟีเจอร์ใหม่ที่จะมองเห็นคอนเทนท์บนจอ IPHONE ได้ผ่านแว่นพิเศษเท่านั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2013 ที่ทางพนักงาน Apple ได้รวมตัวกันยื่นฟ้องบริษัทของตัวเองจากกรณีที่พวกเขาถูกตรวจกระเป๋าและอุปกรณ์ Apple ที่เป็นของส่วนตัวทุกครั้งหลังเลิกงาน ซึ่งการตรวจค้นดังกล่าวถูกดำเนินการโดยผู้จัดการหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยที่ระยะเวลาเพื่อรอการตรวจแต่ละครั้งจะอยู่ที่ราว 5-20 นาที และอาจจะนานสุดถึง 45 นาทีหากวันดังกล่าวมีพนักงานเยอะ และเวลาที่เสียไปนี้ทางพนักงานกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้รับค่าจ้างเพิ่มเติมจากเวลาที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย

ในกรณีที่พนักงานไม่ยินยอมให้ตรวจกระเป่าก็จะถูกลงโทษทางวินัยและหนักสุดคือการเลิกจ้าง ขณะที่ Apple เองก็มีการสู้คดีโดยโต้แย้งว่าทางพนักงานเองก็มีสิทธิ์ที่จะไม่พกกระเป๋ามาทำงานได้เพื่อที่จะไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจกระเป๋าหลังเลิกงาน ซึ่งก็เป็นไปได้ยากเนื่องจากพนักงานเองก็ต้องใช้กระเป๋าเพื่อพกพาของใช้ที่จำเป็นมาทำงาน

หลังจากที่เกิดการฟ้องร้องขึ้นในปี 2015 ทางศาลก็ได้ยกฟ้องไป เช่นเดียวกันกับ Apple ที่ได้ยกเลิกนโยบายการตรวจกระเป๋าหลังเลิกงานไปในเดือนธันวาคมปี 2015 แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการนำคดีดังกล่าวกลับมาอุทธรณ์อีกครั้ง จนในปี 2020 ศาลก็ได้กลับคำตัดสินให้ Apple จ่ายค่าชดเชยให้กับพนักงานเหล่านี้ทั้งหมด

ตามรายงานล่าสุดจาก Bloomberg เปิดเผยว่า Apple จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับพนักงาน Apple Store ที่แคลิฟอร์เนีย ที่เคยทำงานในช่วงเดือนกรกฏาคม 2009 ถึงเดือนธันวาคมปี 2015 จำนวน 14,683 คน โดยคิดเป็นจำนวนเงินอยู่ที่ราว 30 ล้านเหรียญ หรือตกคนละ 1,286 เหรียญ หรือราว 42,000 บาท

ที่มา: gizmodo.com, bloomberg.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners