
ตามรายงานของ The Financial Times ระบุว่า Apple วางแผนย้ายการผลิต iPhone สำหรับจำหน่ายในสหรัฐฯ ไปยัง อินเดีย โดยที่สาเหตุหลักมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในสมัยประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งผลักดันให้ Apple มองหาทางเลือกที่ประหยัดต้นทุนมากขึ้น
การกระจายฐานการผลิต iPhone ถูกเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2017 เมื่อ Apple และ Wistron เริ่มผลิต iPhone 6s และ iPhone SE ที่โรงงานในเมืองบังกาลอร์ ด้วยเหตุผลหลักคือภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนที่สูงขึ้น และเมื่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงในสมัยแรกของ Trump ทาง Apple ได้ย้ายสัดส่วนการผลิตไปอินเดียมากขึ้น
จากรายงานในเดือนเมษายน 2024 ประมาณ 14% ของ iPhone ทั่วโลกถูกผลิตในอินเดีย และนักวิเคราะห์คาดว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 25% ภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจาก Apple ตั้งเป้าจะเพิ่มการผลิตในอินเดียเป็นสองเท่าภายในสิ้นปี 2026 เพื่อให้ครอบคลุม iPhone กว่า 60 ล้านเครื่อง ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ต่อปี
สำหรับจีนกำลังเผชิญกับอัตราภาษีที่เข้มงวดที่สุดจาก Trump และถึงแม้ว่า Tim Cook จะพยายามเจรจาขอยกเว้นแต่ก็อาจไม่สำเร็จ เนื่องจากยังไม่มีคำตัดสินที่แน่ชัดจากรัฐบาลของประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ
ในทางทฤษฎี สินค้านำเข้าจากจีนจะต้องเสียภาษี 145% แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะได้รับการยกเว้นชั่วคราว Apple ก็ยังต้องเสียภาษี 20% ซึ่งเป็นอัตราที่ถูกใช้มาก่อนที่ Trump จะกลับมาเป็นประธานาธิบดีครั้งที่ 2
ขณะที่อินเดียเองก็เผชิญภาษี 26% แต่ถูกระงับชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้ทั้งสองรัฐบาลได้เจรจากัน โดยที่ทางรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ JD Vance ที่กำลังเยือนอินเดีย ระบุว่าทั้งสองประเทศมีความคืบหน้าในเรื่องนี้เป็น “อย่างดี”
Foxconn เดินหน้าเพิ่มการผลิต iPhone ในอินเดีย 2 เท่าปีนี้
นักวิเคราะห์เผย Apple จะเริ่มผลิต iPhone 17 ที่อินเดีย ช่วงครึ่งหลังของปี