
Apple ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีใน 4 ประเทศฝั่งยุโรป โดยองค์กรผู้บริโภคในยุโรป Euroconsumers ซึ่งตามเอกสารมีการชี้ว่า Apple มีความผิดฐานทำให้บริการมิวสิคสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และ YouTube Music มีราคาสูงขึ้น
ตามเนื้อหาการฟ้องร้องระบุว่าบริษัทผู้ให้บริการมิวสิคสตรีมมิ่งเหล่านี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 30% เพื่ออยู่ใน App Store และเพื่อเป็นการลดการขาดทุน พวกเขาจึงส่งต้นทุนเหล่านี้ไปยังลูกค้าของตน
Euroconsumers ระบุว่าลูกค้า iOS แต่ละรายต้องจ่ายเพิ่มถึง 3 ยูโร หรือราว 110 บาท เพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป ซึ่งตามข้อมูลของกลุ่มระบุว่า Apple ได้รับผลกำไร “ไม่เป็นธรรม” ประมาณ 259 ล้านยูโร ผ่านการคิดค่าบริการเกินจริงจากผู้บริโภคผ่านบริการที่ไม่ใช่ Apple Music โดยที่การฟ้องร้องดังกล่าวได้มีจุดประสงค์เพื่อ “เรียกคืนเงินที่ถูกจ่ายเกินไปให้เหยื่อมากกว่า 500,000 ราย ใน เบลเยียม อิตาลี สเปน และโปรตุเกส”
อย่างไรก็ดีสังเกตได้ว่าตัวบริการ Apple Music เองไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบริการ 30% ให้กับ App Store ซึ่งมีข้อสังเกตว่าบริษัทอื่น ๆ เองก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าธรรมเนียมเพื่อดำเนินการในรูปแบบนั่นเช่นกัน แต่พวกเขาก็ยังมีการส่งผ่านต้นทุนดำเนินการดังกล่าวไปสู่ลูกค้าผ่าน โดยที่ยังคงอ้างว่า Apple ได้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมมากกว่าที่ควร
ทั้งนี้หลังจากที่ Apple ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจ่ายเงินของ App Store ใหม่ โดยที่จะเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 15%สำหรับการสมัครสมาชิกใหม่ทุกครั้งที่ขยายระยะเวลาในปีแรก แทนที่จะเป็น 30% แบบครอบคลุม ตามที่ Spotify อ้างก่อนหน้านี้
ในส่วนรายชื่อแพลตฟอร์มทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจะประกอบไปด้วย Spotify, Deezer, YouTube Music, SoundCloud, Amazon Music, Tidal และ Qobuz
Apple เพิ่มภาษาที่จะรองรับ Apple Intelligence ในปีหน้า แต่ก็ยังไม่มีไทย