
Apple ประกาศเปิดตัวชิป M5 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม Apple Silicon โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 3 นาโนเมตร รุ่นที่ 3 ซึ่งให้พลังแรงยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม และยืดหยุ่นต่อการใช้งานบนอุปกรณ์หลากหลายรุ่น ทั้ง MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว, iPad Pro และ Apple Vision Pro
Johny Srouji รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ของ Apple กล่าวว่าชิป M5 “เป็นก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่ในด้านประสิทธิภาพ AI สำหรับ Apple Silicon” โดยเฉพาะการเพิ่ม Neural Accelerator เข้ามาในแต่ละคอร์ของ GPU ทำให้เวิร์กโหลดด้าน AI สามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพด้านการประมวลผลด้วย GPU สูงกว่า M4 ถึงกว่า 4 เท่า และเหนือกว่า M1 ถึงกว่า 6 เท่า ในงานด้าน AI

ชิป M5 มาพร้อม GPU แบบ 10-core เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อ AI และกราฟิกโดยเฉพาะ พร้อมเอนจิ้นเรย์เทรซซิ่งรุ่นที่สาม และ Dynamic Caching รุ่นที่สอง ทำให้การประมวลผลภาพ การเล่นเกม และงานเรนเดอร์กราฟิกมีความสมจริง ลื่นไหล และรวดเร็วกว่าเดิมมาก โดย Apple ระบุว่าประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ M4 และถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับ M1
ด้าน CPU ของ M5 ประกอบด้วยคอร์ทั้งหมด 10-core แบ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพสูง 4 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน 6 คอร์ ทำให้ประสิทธิภาพแบบหลายเธรดดีขึ้นกว่า M4 ถึง 15% ขณะเดียวกันยังคงความประหยัดพลังงานสูงสุดในระดับโลก
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือ Neural Engine แบบ 16-core รุ่นใหม่ ซึ่งมีความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 50% สามารถประมวลผลข้อมูลเชิงลึก (deep learning) และโมเดลขนาดใหญ่ได้โดยตรงบนอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น ฟีเจอร์อย่าง การสร้าง Persona หรือ การเปลี่ยนภาพถ่าย 2D เป็นฉากเชิงมิติพื้นที่ บน Apple Vision Pro สามารถทำงานได้เร็วขึ้นมาก พร้อมรองรับระบบ Apple Intelligence ที่ช่วยให้เครื่องมือ AI อย่าง Image Playground และฟีเจอร์การเขียนข้อความอัตโนมัติทำงานได้เร็วและฉลาดยิ่งขึ้น

สำหรับหน่วยความจำ ชิป M5 มาพร้อม Unified Memory Bandwidth ความเร็วสูงถึง 153GB/s เพิ่มขึ้นจาก M4 ราว 30% และมากกว่า M1 กว่า 2 เท่า รองรับหน่วยความจำสูงสุด 32GB ซึ่งช่วยให้การรันโมเดล AI ขนาดใหญ่, การตัดต่อวิดีโอ 8K, และการทำงานร่วมกันของหลายแอปพลิเคชันเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นแบบเรียลไทม์
สถาปัตยกรรมใหม่ของ M5 ยังผสานเข้ากับเฟรมเวิร์กซอฟต์แวร์ของ Apple อย่าง Metal 4, Core ML และ Metal Performance Shaders อย่างแนบแน่น ทำให้แอปที่ใช้ API เหล่านี้ได้รับประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ อีกทั้งนักพัฒนายังสามารถโปรแกรมการทำงานของ Neural Accelerator ได้โดยตรงผ่าน Tensor API เพื่อสร้างแอปที่ใช้ AI ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

Apple ย้ำว่า M5 จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของยุคใหม่ในระบบนิเวศของ Apple ที่เน้น “AI บนอุปกรณ์” (on-device AI) ซึ่งช่วยให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานได้รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องส่งข้อมูลออกไปประมวลผลบนคลาวด์ เช่นเดียวกับแนวทางที่ใช้ใน Apple Intelligence บน macOS Sequoia และ iPadOS 18
ทั้งนี้ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ iPad Pro ที่ใช้ชิป M5 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ส่วน Apple Vision Pro รุ่นอัปเกรดพร้อม M5 จะทยอยเปิดตัวในตลาดอื่น ๆ ภายในปี 2026
Apple เปิดตัว iPad Pro ใหม่! ชิป M5 สุดทรงพลัง ราคาเริ่มต้น 35,900 บาท
Apple เผยโฉม MacBook Pro 14 นิ้ว ใหม่! ขับเคลื่อนด้วยชิป M5 แบตเตอรี่นาน 24 ชั่วโมง