เปิดตัว Apple Intelligence ระบบ AI ส่วนบุคคลอัจฉริยะที่ผสานโมเดลเจเนอเรทีฟอันทรงพลัง

โดย RingRangRung | 11 มิถุนายน 2567 เมื่อ 02:12 น. | อ่าน 166

ในงาน WWDC 2024 สิ่งที่ถูกนำเสนอคู่กับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่คือการที่ Apple ได้เปิดตัว Apple Intelligence ระบบอัจฉริยะส่วนบุคคลใหม่สำหรับ iPhone, iPad และ Mac ซึ่งผสานโมเดลเจเนอเรทีฟเข้ากับบริบทเฉพาะตัวบุคคลเพื่อส่งมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และตรงใจผู้ใช้

Apple Intelligence จะถูกนำไปผสานการทำงานร่วมเข้ากับ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นด้วยการทำความเข้าใจและสร้างภาษาและรูปภาพได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความเป็นส่วนตัวในด้าน AI ด้วย Private Cloud Compute ที่สามารถรีดพลังและขยายขีดความสามารถในการคำนวณระหว่างการประมวลผลบนอุปกรณ์ กับโมเดลบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Apple Silicon ที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะ

Apple Intelligence มาพร้อมความสามารถในการเข้าใจและสร้างภาษา ด้วย Writing Tools ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสำนวนการเขียน พิสูจน์อักษร และสรุปข้อความได้แทบทุกที่ที่เขียน

การนำงานจะเริ่มจาก Rewrite ที่ใช้ AI ให้ผู้ใช้ได้เลือกสิ่งที่เขียนจากหลายๆ เวอร์ชั่นเพื่อปรับโทนให้เหมาะกับผู้อ่านและงานที่ทำอยู่ ก่อนจะมาต่อที่ Proofread ที่ช่วยตรวจสอบไวยากรณ์ คำที่เลือกใช้ และโครงสร้างประโยค พร้อมเสนอแนะสิ่งที่ควรแก้ รวมถึงคำอธิบายของการแก้ไขนั้น และสุดท้ายคือ Summarize ที่สรุปเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบย่อหน้าที่ย่อยง่าย

ขณะที่ในแอปอีเมลจะมี Priority Messages มาช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมลและแสดงเนื้อหาโดยไม่ต้องเปิดอีเมล รวมถึงมี Smart Reply เพื่อเสนอคำตอบที่เหมาะสมสำหรับอีเมลที่มีคำถาม

ด้วยความสามารถของ AI ในการเข้าใจภาษาก็ยังครอบคลุมไปถึงระบบแจ้งเตือนด้วย Priority Notification ที่จะแสดงการแจ้งเตือนที่สำคัญที่สุดไว้ด้านบน รวมถึงสรุปแจ้งเตือนยาว ๆ ให้เหลือแค่รายละเอียดที่สำคัญบนหน้าจอล็อค รวมถึงมีโหมดโฟกัสใหม่อย่าง Reduce Interruptions ซึ่งจะแสดงเฉพาะการแจ้งเตือนที่อาจจำเป็นต้องโต้ตอบด้วยในทันที พร้อมกันนี้ผู้ใช้ยังสามารถบันทึกเสียง ถอดเสียง และสรุปเนื้อหาในเสียงได้แล้วทั้งในแอปโน้ตและโทรศัพท์

อีกหนึ่งความสามารถคือ Image Playground ที่ Apple Intelligence จะช่วยสร้างภาพแบบ Animation, Illustration หรือ Sketch โดยใช้บริบทจากการสนทนาหรือโน้ต โดยที่ในแอปโน้ต ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Image Playground ผ่านทาง Image Wand ใหม่ในแผงเครื่องมือ Apple Pencil และยังใช้งานได้ในแอปอย่าง Keynote, Freeform และ Pages รวมถึงแอปของบริษัทอื่นที่นำ Image Playground API ใหม่มาใช้

อีกลูกเล่นที่น่าสนใจคือ Genmoji สร้างอิโมจิแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใครเพื่อแสดงอารมณ์โดยใช้คำอธิบายหรือภาพถ่าย โดยที่สามารถเพิ่ม Genmoji แทรกในบรรทัดของข้อความได้เหมือนอิโมจิ หรือแชร์เป็นสติกเกอร์หรือการโต้ตอบใน Tapback ก็ได้

ในส่วนของแอปรูปภาพ ก็จะมีลูกเล่นการค้นหาภาพถ่ายและวิดีโอด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น มีฟีเจอร์ Clean Up เพื่อลบวัตถุรบกวนในวิดีโอ รวมถึงคุณสมบัติความทรงจำให้ผู้ใช้สร้างเรื่องราวที่อยากเห็นได้เพียงแค่พิมพ์คำอธิบาย แถมยังมีการแนะนำเพลงจาก Apple Music ที่เข้ากับความทรงจำนั้นด้วย

ทางด้าน Siri เองก็จะมีความสามารถใหม่ ๆ อย่างการเข้าใจและทำสิ่งต่าง ๆ ข้ามแอปได้มากขึ้นให้ความช่วยเหลือในการใช้งานอุปกรณ์และตอบคำถามเกี่ยวกับการตั้งค่าหรือการใช้งานแอปต่างๆ และในขณะเดียวกัน Apple ก็จะผสานรวมการเข้าถึง ChatGPT ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานภายใน iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia

ในการทำงานลักษณะนี้ Siri จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ ChatGPT ในเรื่องที่ช่วยได้ และจะมีการถามผู้ใช้ก่อนจะส่งคำถามไปยัง ChatGPT รวมถึงเอกสารหรือรูปภาพใดๆ ก็ตาม จากนั้น Siri จึงจะแสดงคำตอบโดยตรง ขณะที่ ChatGPT เองก็ยังพร้อมให้ใช้งานใน Writing Tools ของ Apple ทั่วทั้งระบบ

สำหรับ ChatGPT จะมาใน iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia ภายในปีนี้ และขับเคลื่อนโดย GPT-4o ผู้ใช้สามารถใช้งาน ChatGPT ได้ฟรีโดยไม่ต้องสร้างบัญชี และผู้ที่สมัครสมาชิก ChatGPT สามารถเชื่อมต่อกับบัญชีของตนเองเพื่อเข้าใช้คุณสมบัติที่มีค่าใช้จ่ายจากภายในประสบการณ์การใช้งานเหล่านี้ได้ทันที

ขณะที่ Apple Intelligence จะเปิดให้ใช้งานฟรีในรุ่นเบต้าในปีนี้สำหรับ iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max และอุปกรณ์ iPad และ Mac ที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่า ซึ่งตั้งค่า Siri และภาษาของอุปกรณ์เป็นภาษาอังกฤษแบบสหรัฐอเมริกา ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ apple.com/apple-intelligence

Apple เปิดตัว iOS 18 เพิ่มทางเลือกปรับแต่งใหม่, แอป Photo ดีไซน์ใหม่ และอื่นๆอีกเพียบ

ที่มา: apple.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners