
AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ซีรีส์ใหม่สำหรับตลาดเดสก์ท็อปและมือถือในงาน Computex 2024 โดยโปรเซสเซอร์เหล่านี้ผลิตบนพื้นฐานสถาปัตยกรรม CPU ล่าสุดของบริษัทซึ่งประกอบด้วย Ryzen 9000 และ Ryzen AI 300
เริ่มต้นด้วยชิปสำหรับเดสก์ท็อปใหม่โดยที่ AMD ได้ข้ามจาก Ryzen 7000 Series ไปเป็น Ryzen 9000 Series โดยที่โปรเซสเซอร์ใหม่เหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 (โค้ดเนม Granite Ridge) ซึ่งใช้พื้นฐานกระบวนการผลิต 4nm FinFET ของ TSMC ซึ่งสถาปัตยกรรม CPU ใหม่ได้รับการเคลมว่าจะมีการปรับปรุง IPC (คำสั่งต่อสัญญาณนาฬิกา) โดยเฉลี่ย 16% เมื่อเทียบกับ Zen 4

ขณะเดียวกัน AMD ยังได้แบ่งปันรายละเอียดพื้นฐานเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมใหม่นี้ ซึ่งรวมถึงตัวทำนายสาขา (Branch Predictor) ที่ได้รับการปรับปรุงให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น, เพิ่มแบนด์วิธด้วย Pipeline และ Vector ที่กว้างขึ้น รวมถึงการขยายขนาด Instruction Window เพื่อรองรับการทำงานแบบคู่ขนานมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังอ้างว่าแบนด์วิธสำหรับ Instruction เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าด้วยการเพิ่มแบนด์วิธข้อมูลระหว่างแคช L1 และ L2 รวมถึงการรองรับการทำงานด้าน AI และ AVX512 ที่ดียิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนจาก SIMD ขนาด 256-bit เป็น 512-bit
สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือส่วนของ IO Die และการจัดวาง Die โดยรวม ซีพียู Ryzen 9000 ยังคงใช้ CCD 1 หรือ 2 ชุด ขึ้นอยู่กับจำนวนคอร์ และใช้ IO Die สำหรับการรับส่งข้อมูลและการทำงานของแรม ส่วน IO Die ยังคงเหมือนกับ Ryzen 7000 ที่ผลิตบนเทคโนโลยี 6nm ของ TSMC เช่นเดียวกัน และการ์ดจอ Radeon ที่ประสานมาบน CPU ก็ยังคงเป็นแบบ 2 Compute units

วันนี้มีการประกาศเปิดตัวสี่รุ่น ได้แก่ Ryzen 9950X, 9900X, 9700X และ 9600X ซึ่งมีจำนวนคอร์ 16, 12, 8 และ 6 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจำนวนคอร์ยังคงเหมือนเดิมส่วนบูสต์คล็อกของรุ่น 16 และ 12 คอร์นั้นใกล้เคียงกัน แต่สำหรับรุ่น 8 และ 6 คอร์จะมีบูสต์คล็อกที่สูงขึ้น ขนาค็อตที่น่าสนใจคือ คล็อกพื้นฐานของทุกรุ่นนั้นลดลง ส่งผลให้ TDP ลดลงใน 3 จาก 4 รุ่น


ดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ AMD อ้างว่ามี Ryzen 9000 มีประสิทธิภาพ IPC ที่ดีขึ้นกว่า Zen 4 ถึง 16% นอกจากนี้ยังได้เปรียบเทียบ 9950X รุ่นใหม่กับ Intel Core i9-14900K และผลลัพธ์ปรากฏว่า Ryzen 9950X แรงกว่าถึง 21% ในโปรแกรม Cinebench 2024 และแรงกว่าถึง 56% ในโปรแกรม Blender แม้ว่าในแง่การปรับปรุงด้านการเล่นเกมจะน้อยกว่า แต่ผู้ผลิตอ้างว่ามีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 23% ในเกมอย่าง Horizon Zero Dawn (ซึ่งทำงานได้ดีกว่าบน AMD อยู่แล้ว)

ขณะเดียวกัน AMD ยังประกาศเปิดตัวชิปเซ็ตใหม่ X870 และ X870E สำหรับเมนบอร์ด เมื่อเทียบกับ X670 และ X670E ชิปเซ็ตรุ่นใหม่นี้ บังคับให้เมนบอร์ดซีรี่ส์ X800 ทุกตัวรองรับ USB 4.0 และ PCIe Gen 5 สำหรับกราฟิก และ SSD โดยที่ AMD ยังเพิ่มความเร็วในการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำ EXPO โดยค่าเริ่มต้น JEDEC เปลี่ยนจาก 5200MHz บน Ryzen 7000 เป็น 5600MHz บน Ryzen 9000 ซึ่งเมนบอร์ด 800 Series จะรองรับชิป Ryzen 7000 และเมนบอร์ด Ryzen 600 ที่มีอยู่แล้วจะสามารถรองรับ Ryzen 9000 ได้ด้วยการอัปเดต BIOS
พร้อมกันนี้ AMD ขยายการรองรับซ็อกเก็ต AM5 จากปี 2025+ เป็น 2027+ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้มีโอกาสได้รับการรองรับ CPU อีก 1 เจนเนอเรชัน
เมื่อพูดถึงการขยายการสนับสนุน AMD ยังคงสนับสนุนแพลตฟอร์ม AM4 ที่ด้วยการเปิดตัว Ryzen 7 5800XT และ Ryzen 9 5900XT โดยที่ 5800XT เป็นรุ่นโอเวอร์คล็อกของ 5800X มาพร้อมบูสต์คล็อกที่เร็วกว่า 100MHz และแถมพัดลม Wraith Prism มาในกล่อง ตรงกันข้ามกับ 5900XT ที่ไม่ใช่วิธีโอเวอร์คล็อก 5900X แต่เป็นการลดคล็อก 5950X ลง โดยมีจำนวนคอร์และเธรดเท่ากันที่ 16/32 แต่บูสต์คล็อกและคล็อกพื้นฐานต่ำกว่า 100MHz
สุดท้าย AMD ยังประกาศชิปเซ็ตใหม่สองรุ่นสำหรับตลาดโน้ตบุ๊กโดยเป็นส่วนหนึ่งของ Ryzen AI 300 Series ประกอบด้วย Ryzen AI 9 HX 370 และ Ryzen AI 9 365 เมื่อเทียบกับรุ่น Ryzen 8000 รุ่นก่อนหน้าที่มีจำนวนคอร์สูงสุด 8 คอร์ รุ่นใหม่นี้มาพร้อม 12 คอร์ ซึ่งผสมผสานระหว่างคอร์ Zen 5 ใหม่และคอร์ Zen 5C ที่ช้าลง
นอกจากนี้ยังมีกราฟิก Radeon 890M ใหม่และ NPU ประสิทธิภาพ 50 TOPs รองรับฟีเจอร์ Copilot+ ของ Microsoft คาดว่าจะวางจำหน่ายในโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่จาก Acer, ASUS, HP, Lenovo และ MSI
Ryzen 9000 และ Ryzen 5000XT ใหม่สำหรับเดสก์ท็อปจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2024 โดยทาง AMD ยังไม่ได้ประกาศราคาในขณะนี้
เอเซอร์ เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ACER NITRO 16 มาพร้อมระบบประมวลผล AMD RYZEN 8040 SERIES