AIS โชว์วิสัยทัศน์ ECOSYSTEM ECONOMY บน 3 แกนเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่โตไปด้วยกัน

โดย RingRangRung | 29 มีนาคม 2566 เมื่อ 16:44 น. | อ่าน 804
AIS ECOSYSTEM ECONOMY

AIS ปักหมุดแผนการดำเนินงานปี 2023 มุ่งสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจแบบร่วมกัน ( ECOSYSTEM ECONOMY ) ผสานความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทย

ในปีที่ผ่านมา AIS ได้สร้างการเติบโตที่สวนทางกับสถานการณ์การแข่งขัน ทั้งรายได้ ผลกำไร และจำนวนลูกค้า สำหรับแนวคิดการจัดงาน AIS BEYOND THE BOUNDARIES เป็นการแสดงความพร้อมที่จะพาลูกค้าและคนไทยก้าวข้ามทุกขีดจำกัด พร้อมสร้างเศรษฐกิจแบบร่วมกัน (ECOSYSTEM ECONOMY) โดยที่เป็นการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co ที่เชื่อว่าจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS เผยว่า สัญญานการเติบโตด้านเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี แต่การที่เศรษฐกิจของไทยจะแข็งแรงอย่างยั่งยืนได้คือการทำให้ธุรกิจระดับกลาง และระดับล่างแข็งแรง ซึ่งนอกจากโอกาสที่มาจากตัว เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) แล้ว เศรษฐกิจแบบร่วมกัน (ECOSYSTEM ECONOMY) ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ และการที่เศรษฐกิจรูปแบบนี้จะเติบโตได้ก็ต้องใช้หลักพื้นฐาน 3 อย่าง ประกอบด้วย

Digital Intelligence Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอัจฉริยะ

ในการเติบโตของ ECOSYSTEM ECONOMY โครงข่ายสื่อสารต้องพร้อมที่จะเอื้อต่อการเติบโตไม่ว่าจะเป็น

เรื่องของเน็ตเวิร์คที่ต้องมีความ Interactive สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าตลอดเวลา สามารถสร้างรูปแบบบริการเฉพาะบุคคลแบบ Personalization และมีความรวดเร็วสามารถตอบสนองในระดับ Real Time รวมถึงการใช้เทคโนโลยี Autonomous Network Monitoring เข้ามาการตรวจเช็คปริมาณการใช้งานของลูกค้าแบบ Realtime หรือแม้แต่งานบริการดูแลลูกค้าแบบ Intelligent Service ที่มีการนำ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยตรวจสอบ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอัจฉริยะแบบ Smart Diagnostics

ขณะเดียวกัน AIS ยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้มีความอัจฉริยะ (Digital Intelligence Infrastructure) โดยถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง รวมกว่า 1460MHz

อีกสิ่งที่สำคัญคือการเป็นพันธมิตรกับ NT เพื่อร่วมกันพัฒนา Digital Infrastructure ของให้ประเทศให้มีความแข็งแกร่ง โดยทำให้ NT เป็นองค์กรโทรคมนาคมแห่งชาติสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ลูกค้า AIS ก็จะได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น จากการมีคลื่น 700MHz เพิ่มขึ้นอีก10 MHz (Downlink 5 MHz และ Uplink 5 MHz) ทำให้ AIS มีคลื่น 700MHz รวมเป็น 40MHz (Downlink 20 MHz และ Uplink 20 MHz) ทำให้ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ

ในส่วนของ 5G SA (Stand Alone) ทาง AIS ก็ยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่สามารถเปิดให้บริการได้ครบทั้ง 77 จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตพื้นที่เศรษฐกิจ EEC ที่ครอบคลุมกว่า 92% รวมถึงมีการยกระดับการให้บริการที่รองรับ Millimeter Wave ในย่านความถี่สูงเป็นครั้งแรก ทะลุมาตรฐาน 5G ที่ 3Gbps บนเครือข่าย 5G Millimeter Wave ย่าน 26GHz เป็นรายแรก รายเดียวในไทย

สำหรับโครงข่ายเน็ตบ้าน AIS Fibre สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วไทยกว่า 8.8 ล้านครัวเรือน และครองส่วนแบ่งตลาดในเชิงของผู้ใช้งานกว่า 16% โดยล่าสุดได้มีการสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเทคโนโลยีระดับโลกล่าสุด กับสายไฟเบอร์ออฟติกโปร่งใส (Transparent Fiber Optic) พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟแบบไร้รอยต่อ (Seamless Roaming)

ในภาคอุตสาหกรรมก็ยังถูกยกระดับผ่านบริการ AIS PARAGON (Next Generation Orchestration Platform) ที่จะเป็นเสมือน 5G One Stop Platform ให้ภาคอุตสาหกรรมช่วยบริหารจัดการ resources ผ่าน Cloud และ Edge Computing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Green Data Center ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจะเป็น Data Center ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

Cross Industry Collaboration: เชื่อมต่อธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม

วันนี้ AIS ยังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกและระดับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น SAMSUNG ที่ร่วมกันมอบความพิเศษกับการใช้งานเน็ตบ้านพร้อมสมาร์ททีวี, ZTE กับแท็บเล็ตสามมิติ Nubia Pad 3D ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นแรกของโลก หรือแม้แต่การนำเสนอบริการทางการเงินร่วมกับสถาบันทางการเงิน อย่าง UOB กับบริการ UOB Best Buy เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการใช้งานจากสมาร์ทโฟน 5G ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

ที่พิเศษกว่านั้นคือการก้าวข้ามขีดจำกัด เดินหน้าผนึกกำลังร่วมกับพาร์ทเนอร์ในกลุ่ม Content Provider ทั้งระดับประเทศและระดับโลกมาให้คนไทยได้ได้รับชมสุดยอดคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็น Disney+ Hotstar, NETFLIX, 3Plus, MONOMAX และสุดยอดคอนเทนต์กีฬาระดับโลกกับ ไม่ว่าจะเป็น เทนนิส ฟุตบอลทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ยูฟ่ายูโรปาลีกและ ลีกชั้นนำของยุโรปอีกมากมาย กับช่อง beIN Sports ที่วันนี้ได้มอบความพิเศษให้กับลูกค้า AIS รับชมฟรีทุกช่องทุกรายการแข่งขันได้ถึง 11 เมษายน 2566

ในระดับท้องถิ่น AIS มีพาร์ทเนอร์ ร้านค้าถุงเงิน ร้านธงฟ้า ร้านค้ารายย่อย โชว์ห่วย ร้านสตรีทฟู้ด รวมกว่า 1.8 ล้าน ร้านค้าทั่วประเทศ ผ่านโครงการพอยท์เพย์ จากธนาคารกรุงไทย รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทยอย่าง เครือเซ็นทรัล รวมถึงร้านค้าแบรนด์ดังจากทั่วประเทศรวมมากกว่า 20,000 ร้านค้า ให้ลูกค้าสามารถนำ AIS Points มาแลกรับสิทธิพิเศษได้อย่างมากมาย

ในขณะเดียวกันก็ได้ทำงานร่วมกับธนาคารกรุงเทพเพื่อส่งมอบบริการทางการเงินอย่าง บัตรเดบิต Be1st Digital AIS POINTS ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแง่ของการสะสมคะแนนจากพาร์ทเนอร์นอกเหนือจากการใช้บริการของ AIS พร้อมขยายการช้อปปิ้งออนไลน์ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

Human Capital & Sustainability: ยกระดับขีดความสามารถของ Digital Talent และคนไทย

วันนี้ AIS Academy ได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และ สมาคมวิทยาลัยและสถาบันประเทศแคนาดา หรือ Colleges and Institutes Canada (CICan) ในการนำหลักสูตรการเรียนรู้จากสถาบันชั้นนำของประเทศแคนาดาเสมือนการนำโลกไร้พรมแดนมาให้คนไทยและลูกค้าได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

ขณะเดียวกัน AIS ยังนำศักยภาพโครงข่ายดิจิทัลมาพัฒนาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยรู้เท่าทัน พร้อมอยู่กับโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผ่านโครงการ AIS “อุ่นใจ CYBER”

นายสมชัย กล่าวปิดท้ายว่า “ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในอุตสาหกรรม ทำให้ AIS พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัดผลักดันให้เกิด เศรษฐกิจแบบร่วมกัน ECOSYSTEM ECONOMY โดยใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสร้างการเติบโตร่วมกันให้กับลูกค้า คนไทย และประเทศชาติ”

AIS 5G – ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัวบัตรเดบิต “BE1ST DIGITAL AIS POINTS” ช็อปทุก 200 บาท รับทันที 1 AIS POINTS

About Author

RingRangRung

RingRangRung