AIS VISION 2017 พร้อมก้าวเข้าสู่ Next G Network เปิดตัวพาร์ทเนอร์ระดับโลก ลุยให้บริการ NB IoT

โดย nookzz | 11 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อ 20:26 น. | อ่าน 304

142740งานใหญ่ประจำปีของ AIS ที่จะเผยวิสัยมทัศน์ของบริษัทประจำปี ซึ่งปีนี้จะเป็น Digital for Thais ซึ่งหนุนประเทศไทย 4.0 เพื่อสร้างประโยชน์จากดิจิตอลเพื่อคนไทยทุกคน โดยตอกย้ำการเป็น Digital Life Service Provider ยกระดับเครือข่าย และยังจับมือกับพันธมิตรทั้งหลายร่วมกันยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลให้แกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับ เอไอเอส ในปี 2017 ตั้งเป้าก้าวเป็นเครือข่าย Next G Network เป็นผู้ให้บริการ IoT และ Digital Service

DSCF3419

Next G Network เป็นเป้าหมายของเอไอเอส ที่จะยกระดับเครือข่ายรองรับความเร็วระดับกิกะบิทเป็นครั้งแรก ทั้ง Mobile Broadband, Super Wifi และ Fix Broadband โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ Multipath TCP ทำให้เพิ่มความเร็วได้ถึง 10 เท่าของ LTE และเร็วขึ้น 4 เท่าของ Tri band LTE-A รวมถึง Super WiFi ซึ่งจะรองรับความเร็วสูงสุดระดับ 1 กิกะบิท เลยด้วย

สำหรับ Next G Network เป็นการทำให้เน็ตเวิร์คทั้งหมดของเอไอเอสก้าวเข้าสู่ Gigabit Network ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียวครับ โดยทางเอไอเอสมองว่าการใช้งาน ดาต้า จะเติบโตราว 300% เลยทีเดียว ซึ่ง Fix Broadband และการใช้งานอุปกรณ์ IoT จะเติบโตแบบก้าวกระโดดมากที่สุด

DSCF3422

สำหรับ Next G Mobile Network จะเป็นการนำเอา LTE มาทำงานผสมผสานกับ AIS Super WiFi ด้วยเทคโนโลยี Multipath ซึ่งจะสามารถส่งข้อมูลขนาด 1GB ได้ในเวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้นเอง วัดออกมาแล้วเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความเร็วได้เป็น 10 เท่าของ LTE เลยล่ะ และเร็วกว่าเครือข่าย Tri-Band LTE-A ถึง 4 เท่านั้น จัดเต็มกันไปเลย

DSCF3427 DSCF3426

ด้าน Next G Fibre จะเป็นการยกระดับบริการ AIS Fibre ที่เป็นไฟเบอร์แท้ๆ รายแรกและรายเดียวของไทย โดยจะรองรับความเร็วสูงสุดถึง 10Gbps เลยด้วย โหดมากๆ ถือเป็นเทคโนโลยีบรอดแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้แล้ว เน็ตบ้านจะเร็วแรงกันสุดๆ

DSCF3439

นอกจากนี้ เอไอเอสยังประกาศเป็นผู้ให้บริการ NB IoT หรือ Narrow band Internet of things เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยกระดับบริการแบบ IoT ด้วยมาตรฐานระดับโลก พัฒนาบริการสาธารณะให้ก้าวสู่การเป็น Smart City ซึ่งล่าสุด AIS ร่วมพัฒนากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำระบบจองที่จอดรถ Smart parking ซึ่งจะสามารถจองที่จอดล่วงหน้าได้ ไม่ต้องไปตามหากันหน้างานนั่นเอง

DSCF3445

โดยระบบตรงที่จอดรถจะมีการเจาะฝังเซ็นเซอร์เอาไว้ หากมีรถจอดจะขึ้นสถานะว่าไม่ว่าง ตรงไหนว่างเราจะสามารถเข้าไปจองที่เอาไว้ได้เลยนั่นเองครับ จัดเป็นบริการที่น่าสนใจมากๆ ยกระดับไปอีกขั้น

DSCF3443

อีกอย่างก็คือ Smart life ที่เป็นอุปกรณ์ติดตามตัวสำหรับบุคคลในครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยง เพียงใส่อุปกรณ์ไว้เราก็จะสามารถติดตามตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่นเลยครับ เอาไว้ใช้กับคนในครอบครัวได้สะดวกสบาย และอุ่นใจมากขึ้นเยอะเลย หรือจะให้สัตว์เลี้ยงใส่ เวลาหายตัวจะได้ติดตามกันได้ง่ายครับ

DSCF3420

ในงานยังมีจัดโชว์ประสิทธิภาพของเครือข่าย Mobile Internet ที่มีการนำเทคโนโลยี Massive MIMO 32T 32R มาใช้งาน โดยเสาสัญญาณสามารถยิงออกได้มากถึง 32×32 เสา (รวมเป็น 64 ขา Download 32 Upload 32) ทำให้ความเร็วสูงขึ้นเป็นเท่าตัวถึงระดับ 1Gbps (1000Mbps) ตอนนี้ใช้งานได้บน Galaxy S7 และ S7 edge แล้ว ในอนาคตจะมีอุปกรณ์อีกมากมายที่ใช้งานได้

ด้าน Entertainment ต้องบอกว่าจัดเต็มสุดๆ เลยทีเดียว เอไอเอสมีการเปิดตัวช่องใหม่ทั้งบน AIS Play และ AIS Playbox ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง NBA กีฬาบาสเก็ตบอลจากอเมริกาสามารถชมแบบ Exclusive ได้ใน AIS Play ที่เดียวในประเทศไทย

DSCF3455

นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ Fox นำเอา 21 ช่องมาให้รับชมกันทั้งบน AIS Play และ AIS Playbox คือมาหมดเลยไม่ว่าจะ Fox Premium Movie, Fox ไทย, National GEO Graphic, TVN HD

DSCF3456

แต่ไม่จบแค่นั้น HBO ก็มา หลังจากหลุดจากค่ายแดงก็ไม่ได้หายไปไหน กลับมาให้รับชมกันครบ 8 ช่อง แถมยังมีบริการใหม่ HBO GO ให้บริการ Video on Demand ครั้งแรก ซึ่งใครดูไม่ทันสามารถมาดูย้อนหลังกันได้ โดยครั้งนี้มาเต็ม รองรับระบบเสียงพากย์ไทย และซับไทยครบๆ

DSCF3450 DSCF3451

นอกจากนี้ AIS ยังเปิดตัว Google Chromecast ฉายภาพจากมือถือไปบน TV เพื่อให้รับชมความบันเทิงแบบเต็มอรรถรส ด้วยฟีเจอร์แบบ Miracast รวมถึง Mirroring โดยที่จะเริ่มขายอย่างเป็นทางการในงาน Thailand Mobile Expo (9-12 กพ) ราคา 1,490 บาท ตัวเครื่องมีขนาดเล็กรองรับความละเอียดสูงสุด 1080p เลยด้วย

DSCF3441

เอไอเอสยังมุ่งมั่นกับ Digital for Thais อีกหนึ่งวิสัยทัศน์ของ AIS โดยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลยกระดับคุณภาพชีวิตและรากฐานของประเทศ ซึ่งมีการร่วมมือกับภาครัฐนั่นเองครับ

– ด้านเกษตรกรรมและ OTOP คือการทำช่องทางสำหรับซื้อขายสินค้าแบบ ของ AIS และรวมถึงกลุ่มเกษตรกรด้วยผ่านแอพ “ฟาร์มสุข” ซึ่งเป็นทั้งช่องทางในการซื้อขาย และแหล่งให้ข้อมูลความรู้ในการทำการเกษตรต่างๆ

– ด้านสาธารณสุข เอไอเอสทำแอพ อสม. ออนไลน์ เป็นเครื่องมือสื่อสารด้านสาธารณสุข ให้สื่อสารกับทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าถึงแพทย์ง่ายมากขึ้น

– นอกจากนี้เอไอเอสยังเดินหน้าโครงการ สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง ให้ทุนการศึกษาแก่เด็ก และเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ความรู้ รวมถึงคอนเทนท์ด้านการศึกษาต่างๆ ผ่าน AIS Playbox อีกด้วย

สุดท้ายเพื่อ Startup และผู้ประกอบการ เอไอเอสจับมือกับ TCDC จัดทำสถานที่สำหรับครีเอทสร้างสรรค์ผลงานด้านดิจิตอลต่างๆ ในชื่อ AIS D.C. กลุ่ม Startup ต่างๆ สามารถมาร่วมทดสอบและทดลองผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ซึ่งจะมีบริการต่างๆ ให้อย่างครบถ้วน และนี่คือวิสัยทัศน์อันน่าสนใจของ AIS Vision 2017 ในปีนี้ครับ รอดูกันได้เลย

About Author

nookzz

nookzz

Partners