![]() |
|
บริษัท ฮัทชิสัน เทเลคอมมูนิเคชั่น อินเตอเนชั่นแนล จำกัด (ฮัทชิสัน เทเลคอม หรือ บริษัท หรือ SEHK2332, NYSE:HTX) ประกาศผลประกอบการของกลุ่มโดยรวม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 48.1% ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการที่ดีของบริษัทในกลุ่มที่อยู่ในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง โดยฐานลูกค้าในทุกตลาดที่ดำเนินธุรกิจ เพิ่มขึ้นถึง 47.3% เป็น 12.6 ล้านราย ณ 31 ธันวาคม 2547
รายได้เพิ่มขี้น โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่มีอัตราการเติบโตสูง คิดเป็นส่วน 47.4% ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานในฮ่องกงคิดเป็น 42.9% ของรายได้รวม (จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ 24.8% และจากโทรศัพท์พื้นฐาน 18.1%) และรายได้จากธุรกิจในประเทศไทยคิดเป็น 8.1% กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทรวมส่วนกำไรสุทธิจากบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 1,859 ล้านเหรียญฮ่องกง ในอินเดียและอิสราเอล ทั้งนี้ หากหักรายการพิเศษที่เกิดจากการขายหุ้นจำนวน 1,300 ล้านเหรียญฮ่องกง กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มคิดเป็น 559 ล้านเหรียญฮ่องกง แม้ว่ารายได้และฐานลูกค้าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่กลุ่มบริษัทก็ยังได้มีการดำเนนการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการเงินและส่งเสริมประสิทธิภาพขององค์กร มร. เดนนิส ลุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮัทชิสันเทเลคอม ให้ความเห็นว่า เรามีความภูมิใจที่ผลประกอบการของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่ปีแรกที่บริษัทเริ่มประกาศผลการดำเนินงานในฐานะเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งการเติบโตดังกล่าวแสดงถึงความสามารถขององค์กรของเราในการสร้างธุรกิจ และรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำในตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรงได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังมีความสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วย ในหลายประเทศที่เราเข้าไปเริ่มดำเนินการเราสามารถเพิ่มฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็ว และสิ่งนี้เป็นการยืนยันว่าตลาดเหล่านี้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก ล่าสุดเราเพิ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในเวียดนาม ซึ่งเราคาดหวังว่าจะเป็นตลาดที่เติบโตรวดเร็วพร้อมเป็นรากฐานสู่การขยายธุรกิจในอนาคตด้วยเช่นกัน มร. ทิม เพ็นนิงตัน หัวหน้าผู้บริหารทางการเงิน ฮัทชิสันเทเลคอม กล่าวว่า เราขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องและมีความสามารถในการรักษาอัตรารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPUs) ได้คงที่ตลอดมา ถึงแม้ภาวการณ์แข่งขันจะรุนแรงขึ้นก็ตาม ตั้งแต่เรานำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เราได้ดำเนินการลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นเรายังมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้กลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น บริษัทไม่มีประกาศการจ่ายเงินปันผลในปี 2547 ภาวะการณ์ตลาดโดยรวม ประเทศอินเดีย ฮ่องกง การดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดียที่ขยายตัวขึ้น อันเป็นผลมาจากตลาดโดยรวมขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งภาพรวมตำแหน่งทางการตลาดที่ดีขึ้นของกลุ่มฮัทชิสันด้วย ในไตรมาส 4 ปี2547 กลุ่มฮัทชิสันสามารถเพิ่มฐานลูกค้าขึ้นถึง 12.7% โดยสามารถรักษาอัตรารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPUs) ให้คงที่ได้ที่ระดับ 589 อินเดียรูปี บริษัทฯ มีประกาศเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเข้าลงทุนในบริษัท Aircel ด้วย ฮ่องกงและมาเก๊า ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในฮ่องกงฮัทชิสันเทเลคอมได้เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนรายใหญ่ที่สุด ในด้านจำนวนของผู้ใช้บริการ และรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี โดยการเปิดตัวบริการ 3 G เมื่อต้นปี 2547 ทำให้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 กลุ่มบริษัทฮัทชิสันมีสถานีบริการสำหรับเครือข่ายของ 3 G รวม 1,350 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ให้บรการถึง 99% ซึ่งมากกว่าเครือข่าย 3G อื่นๆ ในฮ่องกง แม้ภาวะการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นและตลาดมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่กลุ่มบริษัทฮัทชิสันสามารถเพิ่มรายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีรายได้จากบริการ 3 G เป็นตัวผลักดัน ธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน กลุ่มฮัทชิสันได้เป็นผู้ดำเนินการเครือข่ายสื่อสารเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงโดยผ่านทางบริษัท Hutchison Global Communications Limited (HGC) โดยได้ขยายเครือข่ายครอบคลุมไปถึง 1.2 ล้านครัวเรือน และอาคารสำนักงานมากกว่า 5,000 แห่ง และบริษัทฯ ยังเป็นผู้ดำเนินการระบบท่อเคเบิ้ลไปยังประเทศจีนอีกด้วย บริษัท HGCมีผลประกอบการที่ดีที่สุดในกลุ่มโดยจะเห็นได้จากผลประกอบการในงบรวมปี 2547 ของกลุ่ม ประเทศไทย กลุ่มฮัทชิสัน (ฮัทชิสัน ซีเอที) เป็นผู้ดำเนินการทางการตลาดบนเครือข่าย CDMA2000 ความเร็วสูงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และบริษัทฯ สามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดโดยการให้บริการที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ด้วยการให้บริการมัลติมีเดียความเร็วสูงใน 25 จังหวัด ภาพรวมโดยสรุป สำหรับอนาคตในปี 2548 บริษัทมีแผนจะขยายฐานลูกค้าและมีแผนใช้เงินลงทุนเทียบเท่ากับปี 2547 ที่ผ่านมา โดยเงินลงทุนประมาณ 60% ของทั้งหมดจะใช้ในประเทศอินเดีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการในพื้นที่เดิมและเพิ่มขีดความสามารถให้สูงขึ้น และอีกประมาณ 25% ของเงินลงทุนจะใช้เพิ่มเติมในฮ่องกง ส่วนที่เหลือจะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศเวียดนามและประเทศไทย ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.htil.com |
