![]() |
|
บริษัทฯ มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 6.6 ล้านเป็น 7.8 ล้านเลขหมาย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากปี 2546
กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2547 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อัตราส่วนกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 38 เป็นร้อยละ 39 ในปี 2547 นายวิชัย เบญจรงคกุล และ มร. ซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของดีแทค กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการนำเสนอนวัตกรรมและบริการที่มีประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้า ถึงแม้เส้นทางจะยังอีกยาวไกลกว่าเราจะไปถึงเส้นชัยในการผลักดันให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานระดับโลก บริษัทฯและพนักงานทุกคนก็พร้อมที่จะทุ่มเทและทำงานหนักขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพสัญญาณและคุณภาพบริการให้แก่ลูกค้าของเราอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนานวัตกรรมบริการหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เช่น ในกลุ่มลูกค้าจดทะเบียนมีการเปิดตัว maximize โครงการ BIG SMEs การเปิด สำหรับปี 2548 เจ้าหน้าที่บริหารร่วมทั้งสองคาดการณ์ว่าตลาดยังคงเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงเรามองว่าการแข่งขันในตลาดเป็นเรื่องท้าทาย และเราจะมุ่งมั่นในการมอบบริการที่ดีให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นในอนาคตของดีแทคว่าจะเติบโตเคียงคู่กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยต่อไปอย่างดียิ่ง นอกจากนี้ เรายังรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความพยายามของคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคมในการผลักดันให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมภายใต้การแข่งขันที่เสมอภาค ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแผนแม่บท (ปี 2540) และกฎหมายโทรคมนาคม (ปี 2544) เราเชื่อมั่นว่าความพยายามดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงแก่ผู้บริโภคและธุรกิจของไทยในปีนี้ |
