|
เอไอเอสเปิดวิสัยทัศน์ 2005 เชื่อมั่นยังคงครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้วยพัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้งทุกด้าน ภายใต้แนวคิด Business Integration
8 ธันวาคม 2004, เอไอเอส เผยความสำเร็จการให้บริการปี 2004 พร้อมเปิดมุมมองอุตสาหกรรมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปี 2005 โชว์วิสัยทัศน์การให้บริการของเอไอเอสปีหน้าที่เน้น Business Integration มุ่งผนึกกำลังร่วมกับทุกอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคต่างๆอย่างกลมกลืน เพื่อตอบโจทย์และเสริมคุณภาพการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง เชื่อมั่นยังคงครองความเป็นอันดับ 1 ในใจผู้ใช้บริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดวิสัยทัศน์ปี 2005 ในงาน AIS Vision 2005 : Year of Business Integration นำทีมโดยผู้บริหาร ประกอบด้วย คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร, คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการผู้อำนวยการ, คุณวิเชียร เมฆตระการ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานปฏิบัติการ, คุณอาภัททรา ศฤงคารินกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาโซลูชั่นส์ และคุณกฤษณัน งามผาติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด แถลงภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผลการดำเนินงานของเอไอเอส ในปี 2004 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดวิสัยทัศน์การดำเนินงานในปี 2005 ภาพรวมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะนี้กำลังจะเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย อัตราการเจริญเติบโต หรือ Penetration Rate สำหรับในปี 2005 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 47% ของจำนวนประชากร และมีจำนวนผู้ใช้บริการตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 30.5 ล้านราย ซึ่งผู้ประกอบการต่างต้องหันมาพิจารณาถึงการสร้างศักยภาพการดำเนินงาน เพื่อนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการรักษาฐานลูกค้าในระบบ ด้วยรูปแบบใหม่ๆของบริการที่ตรงใจและจัดทำขึ้นโดยเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง ดังนั้น Business Integration จึงเป็น Key กลยุทธ์หลักที่ต้องผสมผสานเข้ากับอุตสาหกรรมและธุรกิจการให้บริการอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบิน, การเงิน, โฆษณา,บันเทิง,ขนส่ง,สุขภาพ,E-Learning,อินเตอร์เน็ต,อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน,ธุรกิจความงาม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐที่ต่างต้องร่วมผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม อาทิ ประเด็น Interconnection Charge, ใบอนุญาตประกอบการใหม่ๆ รวมถึงการแปรสัญญาร่วมการงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและผู้ประกอบการ คุณสมประสงค์กล่าว สำหรับความสำเร็จของเอไอเอสในปี 2547 ที่ผ่านมานั้น คุณยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าการเจริญเติบโตของเอไอเอสยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการเป็นอันดับหนึ่ง โดยคาดว่าถึงสิ้นปีจะมีผู้ใช้บริการของเอไอเอสกว่า 15 ล้านรายด้วย Market Share กว่า 60% ของตลาดรวม ทั้งนี้เนื่องมาจาก พัฒนาการอย่างต่อเนื่องด้านเครือข่าย (High Speed Intelligence Network) ที่สามารถเป็นศูนย์กลางการมอบบริการสื่อสารไร้สายได้อย่างสมบูรณ์แบบ, การมอบประสบการณ์ใหม่และทางเลือกของบริการที่หลากหลาย (New Customer Experience) และตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง, การพัฒนา Corporate Wireless Office ในกลุ่มลูกค้าองค์กร และ การผสมผสานรูปแบบของบริการสื่อสารไร้สายเข้ากับธุรกิจต่างๆ (Business Convergence) ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายในทุกย่างก้าวของคนไทย โดยกลยุทธ์ของเอไอเอส ในปี 2005 ที่จะใช้เป็นแนวทางในการมอบบริการนั้น ประกอบด้วย – การผนึกกำลังร่วมมือกันระหว่างเอไอเอส และธุรกิจหลากหลายอย่างกลมกลืน (Business Integration) : ที่เกิดจากการนำบริการ, อุปกรณ์, เครือข่ายและโซลูชั่นส์, Content มาผสมผสานกับรูปแบบของอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดบริการที่หลากหลายและเป็นประโยชน์กับลูกค้า – การจัดรูปแบบบริการตามพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตแบบเฉพาะตัว (Segmentation & Customization) : ที่มุ่งมอบมูลค่าของบริการ รวมถึงสร้างรูปแบบที่ลงลึกถึงความต้องการของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น – การพัฒนารูปแบบบริการเพื่อลูกค้าองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ (Enterprise Solutions) : ที่พร้อมตอบสนองความต้องการที่แตกต่างตามอุตสาหกรรมของแต่ละองค์กรอย่างเด่นชัด สำหรับปัจจัยสำคัญอีกด้านที่เอไอเอสได้รับความเชื่อถือมาโดยตลอดและเป็นโครงสร้างหลักที่จะนำพาให้เป้าหมายดังกล่าวสำเร็จได้ก็คือ เครือข่ายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด จากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีสื่อสาร (Telecom) อย่างสมบูรณ์แบบ โดยคุณวิเชียร และ คุณอาภัททรา ได้ร่วมกันกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของการให้บริการจนถึงปัจจุบัน เราได้มีการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก มาโดยตลอด จนกระทั่งปัจจุบันข้อมูลพื้นฐานด้านเครือข่ายของเอไอเอส คือ โดยพัฒนาการความสามารถของเครือข่ายนั้น เริ่มจากการรองรับการใช้งานด้านเสียง (voice service), รองรับการใช้งานทั้งเสียงและข้อมูล (Voice and Data Service) จนกระทั่งปัจจุบันและในปี 2005 ที่จะพร้อมรองรับบริการภาพ ภาพเคลื่อนไหว, เสียงและข้อมูล (Multimedia Service) อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงถือได้ว่า เครือข่ายของเอไอเอสก้าวมาถึงจุดที่ล้ำหน้าผู้ให้บริการรายอื่นไปอย่างมาก ทั้งนี้กลยุทธ์ในการเลือกสรรเทคโนโลยีและพัฒนาเครือข่ายในปี 2005 ประกอบด้วย – การเริ่มนำ IP-Base Solutions (Internet Protocol) เข้ามาใช้ อันจะก่อให้เกิดรูปแบบบริการอัจฉริยะและเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Broadband, Multiple-user Game Online หรือ การเห็นภาพคู่สนทนาระหว่างพูดคุยผ่านมือถือ – การคัดเลือกลักษณะของเทคโนโลยีแบบเปิด (Open Standard) รวมถึงเลือกสรรเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเข้ามาเป็นเส้นทางในการส่งมอบบริการ ไม่ว่าจะเป็น WLAN, VPN, On-demand Technology, ฯลฯ อันจะทำให้สามารถส่งมอบบริการถึงผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น – การสร้างกลไกในการตรวจสอบคุณภาพของเครือข่ายผ่านทางทีมงาน Telecom และ IT อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับแนวทางการทำการตลาดของเอไอเอส นั้น คุณกฤษณัน กล่าวว่า เอไอเอสยังคงครองความเป็นผู้ให้บริการเป็นอันดับ 1 ในทุกด้าน โดยวัดได้จากอัตราการเจริญเติบโตในปี 2004 ประกอบด้วย ฐานผู้ใช้บริการ กว่า 15 ล้านคน พร้อมด้วยรายได้ของ Non Voice Service ที่เติบโตถึงกว่า 8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ โดยกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะมุ่งเน้นในปี 2005 ประกอบด้วย และทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นนโยบายและความมุ่งมั่นของเอไอเอส ภายใต้แนวคิด Business Integration ที่จะก่อให้เกิดบริการ และประสบการณ์ใหม่ๆ อันจะนำมาซึ่งความพึงพอใจ, การอำนวยความสะดวกและ สร้างคุณภาพของการใช้ชีวิตในทุกแง่มุมของผู้ใช้บริการภายในเครือข่ายของเอไอเอส จากวันนี้และตลอดไป นายกฤษณัน กล่าวในตอนท้าย |