เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Samsung ได้จัดงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note และ Samsung Galaxy Nexus ขึ้นที่กรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นครั้งแรกใน South East Asia
![]() คงไม่ช้าไปใช่ไหมครับ สำหรับที่ผมจะขอนำเพื่อนๆ พี่ ๆ ชมบรรยากาศงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note ที่จัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ใช้ชื่องานอย่างอลังการว่า “Samsung Galaxy Note World Tour in SEA” ซึ่งแท้ที่จริงแล้วงานเปิดตัวในครั้งนี้ ต้องจัดขึ้นในประเทศไทย แต่ต้องถูกเปลี่ยนสถานที่อย่างกระทันหัน อันเนื่องมาจากมหาอุทกภัยในบ้านเรา ![]() การเดินทางไปงานเปิดตัวในครั้งนี้ ขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่อำนวยความสะดวก และเชื้อเชิญทางทีมงานไปงานเปิดตัวถึงที่ประเทศอินโดนีเชีย ครั้งนี้ถือว่าได้เชิญสื่อมวลชน และบล็อกเกอร์ และเจ้าหน้าที่ของ Samsung ร่วมๆ 20 ชีวิตไปใช้ชีวิต 2 วัน 1 คืน เรียกได้ว่าไปร่วมงานเปิดตัวอย่างแท้จริงครับ นายวิชัย พรพระตั้ง ผู้อำนวยการธุรกิจโทรคมนาคม (ขวา) และ นายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ (ซ้าย)บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด งาน “Samsung Galaxy Note World Tour in SEA” เป็นหนึ่งในงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note ที่ตระเวณจัดงานไปทั่วโลก ซึ่งในครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมาเป็นที่ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศที่ 2 ของโลก และครั้งแรกของเอเชีย ครั้งต่อไปจะไปจัดงานที่ เชี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนอื่นขอเล่าคราวๆ ของความพิเศษของ Samsung Galaxy Note ก่อนนะครับ ว่า เป็นอย่างไร ![]() Samsung Galaxy Note เปิดตัวครั้งแรกในงาน Samsung Unpacked – IFA 2011 ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2011 พร้อมๆ กับ Samsung Galaxy Tab 7.7 ด้วยจุดเด่นของมันคือ “S Pen” ปากกาที่ใช้วาด ขีด เขียน บน Samsung Galaxy Note ผสานความเป็นสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตได้อย่างลงตัว ด้วยขนาดจอแสดงผล 5.3 นิ้ว แบบ HD Super AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ จะมองเป็นสมาร์ทโฟน หรือแท๊บเล็ตก็ได้ แต่ทาง Samsung จัด Samsung Galaxy Note เป็น Catagory ใหม่เป็น Note ซึ่งก็หมายถึงสมุดโน๊ตขนาดย่อมที่จดบันทึก ข้อความ หรือวาดภาพได้ สเปคคร่าวๆ มีดังนี้ครับ Samsung Galaxy Note ![]()
![]() Gregory Lee, President and CEO of Samsung Asia งานจัดขึ้นที่ The Ritz-Carlton Jakarta, Pacific Place เริ่มต้นงานเปิดตัว มีศิลปินวาดภาพโดยใช้ทราย วาดภาพเรื่องราวต่าวๆ กันสดๆ จากนั้น มร. Gregory Lee ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Samsung Asia กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำ Samsung Galaxy Note และไฮไลท์ฟีเจอร์อย่าง S Pen ที่ตอบโจทย์การใช้งานกลุ่มด้านธุรกิจ ที่สามารถจดบันทึก แก้ไข เขียนงาน และแปลงเป็นไฟล์ได้อย่างง่ายดาย ![]() ผู้บริหารของ Samsung Indonesia กำลังอธิบายความสามารถของ Samsung Galaxy Note ส่วนกลุ่มด้านทั่วๆ ไปนั้น สามารถใช้ “S Pen” วาดภาพ แก้ไขภาพ ตกแต่งภาพ แชร์ไฟล์ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่ง Samsung Galaxy Note ตอบโจทย์ได้อย่างรอบด้าน อย่างที่ได้เกริ่นก่อนหน้านี้ว่า “S Pen” เป็นไฮไลท์ฟีเจอร์ของเจ้า Samsung Galaxy Note เลยก็ว่าได้ มันคือปากกาด้ามเล็กๆ ที่เก็บไว้กับด้านท้ายเครื่อง ดึงออกมาใช้งานได้ง่าย โดยปากกาที่ว่านั้น ทำให้นึกถึง ปากกาด้ามเล็กๆ เมื่อสมัยที่ PDA / Palm รุ่งเรืองถึงขีดสุด เพราะจอแสดงผลในรุ่นนั้น เป็นแบบ Resistive แต่มาดับลงตอนที่ยุคของจอแสดงผลแบบ Capacitive เป็นที่นิยมมาถึงทุกวันนี้ เพราะไม่ต้องพึ่งเจ้า Stylus อีกต่อไป ![]() แต่ “S Pen” มันต่างกับ Sylus ทั่วๆ ไปตรงที่ มันสามารถวัดแรงกดในการเขียนได้ (Pressure – Sensitivity) ด้วยความพิเศษของปลายปากกา และมีปุ่มด้านข้าง เป็นฟีเจอร์ในการใช้งานด้านต่างๆ และที่สำคัญ มันไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ด้วย ทั้งหมดนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์และความพิเศษของมันนั้นเอง (แต่เอาไปขีดๆ เขียนๆ กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นไม่ได้นะจ๊ะ) ![]() ระหว่างที่ Product Manager ของ Samsung Indonesia ได้อธิบายความสามารถต่างๆ นานาของ Samsung Galaxy Note นั้น ก็ได้ให้นักวาดภาพแบบดิจิตอลได้วาดภาพต่างๆ ลงบน Samsung Galaxy Note ไปพล่างๆ แล้วรอชมกันนะครับ ว่าสุดท้ายเป็นภาพอะไร ![]() ความสามารถของ “S Pen” จะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องมีแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “S-Pen Experience” อันประกอบไปด้วย S-Memo ไว้สำหรับการขีดเขียนบันทึกหรือข้อความต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งบนกระดาษเปล่าๆ, กระดาษแบบมีเส้น เป็นต้น, S-Planner การบันทึกในรูปแบบการเขียน ผสานการใช้งานร่วมกับปฎิทิน และ S-Choice การใช้งานร่วมกับ Application ของ 3rd Party ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ รอพบในรีวิวของเราเร็วๆ นี้นะครับ ก่อนที่จะจบการพรีเซ็นต์ของ Samsung Galaxy Note นั้น ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของ SDK ว่ามีแผนการปล่อย SDK ให้กับนักพัฒนาต่างๆ อย่างแน่นอนในเดือนธันวาคมนี้ นั้นหมายถึงนักพัฒนาเหล่านี้ สามารถนำความสามารถของ “S Pen” เพิ่มประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นในการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า สมาร์ทโฟนตระกูล Note รุ่นใหม่ๆ มีมาอย่างแน่นอนในอนาคตครับ ![]() มาดูรูปที่วาดเสร็จกันดีกว่าครับ ว่าคืออะไร หลายๆ คนเดาถูกไหมครับว่า คืออะไร ภาพดังกล่าวเป็นภาพของวีรบุรุษในตำนานนิยายของอินโดนีเซียครับ ![]() อุปกรณ์เสริมของ Samsung Galaxy Note มีอาทิ Car Adapter, Bluetooth Keyboard, S Pen Holder, Flip Cover, Leather Pouch และ Battery Charger Stand เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างเลย ![]() จากนั้น อีกรุ่นที่มาแจมการเปิดตัวด้วยนั้นก็คือ Samsung Galaxy Nexus ซึ่งรายละเอียดก็ไม่ต่างกับหลายๆ คนที่ติดตามข่าวการเปิดตัวที่ฮ่องกง ซึ่งสเปคคร่าวๆ มีดังนี้ครับ Samsung Galaxy Nexus (ที่มา : https://techmx.net/update/11533/Samsung-Galaxy-Nexus-ICS ) ซึ่งท้ายบทความมี hands-on ของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมาให้ติดตาม ก่อนได้พบกับรีวิวฉบับเต็มกันนะครับ ![]() กำหนดการจำหน่ายของ Samsung Galaxy Note เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2011 ในราคา 22,900 บาท (รวม VAT แล้ว) เบื้องต้นจำหน่ายเฉพาะสีดำเท่านั้น สามารถผ่อน 0% นาน 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการของแต่ละร้าน พร้อมรับสิทธิ์แพคเก็ต AIS 3G / EDGE+ จำนวน 3GB นาน 10 เดือน เพียงสมัครเดือนละ 399 บาท (ยังไม่รวม VAT) เฉพาะผู้ที่ซื้อเครื่องกับ AIS เท่านั้น แถม SpeedNavi และ microSD 4GB ฟรี หาซื้อและทดลองเครื่องจริงได้ที่ AIS, Telewiz, Samsung brandshop, TG Fone และ Jaymart ส่วน Samsung Galaxy Nexus มีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด สุดท้ายมาชม hands-on ทั้ง 2 รุ่นกันดีกว่าครับ ![]() ![]()
สรุปคร่าวๆ ของความแตกต่างระหว่างสีขาวและสีดำของ Samsung Galaxy Note ก็คือเรื่องของวัสดุที่สีดำจะเหมือน Samsung Galaxy S II สีดำ คือฝาหลังเป็นพลาสติกแบบสากๆ แต่ส่วนสีขาวเป็น พลาสติกแบบมันวาว อารมณ์เดียวกับ Samsung Galaxy S II สีขาว หรือ Samsung Galaxy Tab 10.1 ครับ
ความรู้สึกในการจับ Samsung Galaxy Nexus ในครั้งแรก รู้สึกได้เลยว่าเครื่องมีขนาดยาว อันเนื่องมาจากจอแสดงผลที่มีขนาดถึง 4.65 นิ้ว ทำให้การแสดงผลของภาพ เป็น 16:9 วัสดุเกือบทั้งหมดเป็นพลาสติก แต่ทำออกมาดูหรูน่าใช้ สมราคาดีครับ ฝาหลังมีชื่อว่า “Hyper Skin” ก็คล้ายๆ กับ ฝาหลังของ Samsung Galaxy S II สีดำ ที่เค้าเคลมมาว่า ทนทาน ต่อการใช้งานมาก!เมื่อแกะฝาหลังออกมา สงสัยว่า ทำไมแบตเตอรี่สกรีนคำว่า Near Field Communication เลยไม่แน่ใจว่าทาง Samsung ฝัง NFC ลงในแบตเตอรี่หรือเปล่า ไม่แน่ใจอย่างแรงเลย – –
สุดท้ายนี้ก็จบการนำพาชมงานเปิดตัว “Samsung Galaxy Note World Tour in SEA” และขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้โอกาสร่วมไปงานเปิดตัวในครั้งนี้เช่นกันครับ 🙂 |


นายวิชัย พรพระตั้ง ผู้อำนวยการธุรกิจโทรคมนาคม (ขวา) และ นายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ (ซ้าย)























