![]()
![]() Bluetrek ก็เลยจัดการมอบตัว Carbon มาตอบโจทย์ที่ว่านี้ ด้วยคุณสมบัติแจ่มๆ และแพ็คเกจเก๋ๆ ที่พกพาง่าย เน้นจุดเด่นที่แตกต่างกันไปกับตัว MusiCall ที่เป็นหูฟังบลูทูธสเตอริโอฟังเพลงได้สะดวก และมีคุณภาพเสียงที่สุดยอดกว่า แต่ Carbon นั้นมีน้ำหนักเบาสวมใส่สะดวกสบายได้ตลอดวัน แถมยังทำมารองรับกับ iPhone โดยเฉพาะอีกด้วย วันนี้เราก็เลยทดสอบกับตัว iPhone ซึ่งมีสถานะแบตเตอรี่โชว์ขึ้นมาบนสเตตัสบาร์ด้วยครับ และตัว Bluetrek Carbon นั้นเป็นหูฟังบลูทูธตัวแรกที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ เพราะโดยปกติแล้ววัสดุประเภทนี้นั้นจะปิดกั้นการส่งสัญญาณของตัวบลูทูธ นับเป็นความสำเร็จของทาง Bluetrek ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้ครับ เรามาดูคุณสมบัติหลักๆ ของเจ้าคาร์บอนกันก่อนเลย คุณสมบัติ
![]() ตัวลักษณะของบลูทูธ Bluetrek Carbon เป็นแบบสวมใส่ที่หูแบบมาตรฐาน มีตัวคล้องหูที่เป็นแบบถอดเสียบได้มาให้ เพื่อให้ยึดแน่นหนาและอุ่นใจมากขึ้น แถมยังพกพาง่ายโดยมีคลิปหนีบแบบปากกามาให้สวมใส่ได้ พร้อมด้วยกล่องแพ็คเกจหรูๆ ขนาดเล็กๆ ที่ใส่อุปกรณ์ทุกชิ้นลงไปได้ครบเลยทีเดียวล่ะ
![]() ตัวบลูทูธนั้นรูปทรงเพียวสมาร์ท ใช้วัสดุเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบามากเป็นแท่งกลมๆ ยาวๆ ที่มีแบตเตอรี่อยู่ภายใน และดูเหมือนจะบอบบาง แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่ามันแข็งแรงครับ ลองบิดแรงๆ ก็ยังไม่สะเทือน ช่วงหัวนั้นทำมาจากพลาสติกผสมยาง และเป็นปุ่มฟังก์ชั่นหลักเต็มอันครับ ใช้กดรับสาย และฟังก์ชั่นอื่นๆ ซึ่งลักษณะดูๆ แล้วเหมือนปุ่ม Home ของ iPhone เลย โดยมีไฟสถานะแสดงสองสี คือ ฟ้ากับแดง
![]() ตรงสันด้านข้างส่วนบนยังมีปุ่มสำหรับ เพิ่ม/ลด เสียงอยู่ด้วย แต่เป็นปุ่มแบบปุ่มเดียว ที่ต้องกดเพิ่มเสียงไปเรื่อยๆ พอเต็มสุดแล้วจะเสียงจะเบาลงครับ ส่วนการควบคุมฟังก์ชั่นอื่นๆ จะแล้วแต่ตัวโทรศัพท์ด้วยครับ
![]() การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือนั้นสะดวกมาก ไม่ต้องใช้ PIN และเชื่อมต่อได้รวดเร็วไม่เกิน 3 วินาทีเลย เพราะรองรับตัว Bluetooth 3.0 ด้วย ดังนั้นหากเราปิดตัวบลูทูธเอาไว้ เมื่อมีสายเข้าก็สามารถเปิดบลูทูธ แล้วรอ 3 วินาทีมันก็จะเชื่อมต่อและใช้งานได้ทันทีครับ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่โดนใจมากๆ โดยยังมีรัศมีการเชื่อมต่อถึง 10 เมตร แต่เอาเข้าจริงบางที 7 เมตรก็หลุดได้เหมือนกันครับ แต่พอกลับมาเข้าระยะก็เชื่อมต่อใหม่อย่างรวดเร็ว การใช้งานตัว Bluetrek Carbon อย่างที่บอกมันสะดวกสบาย สวมใส่ไปสักพักอาจจะลืมไปเลยว่ากำลังใส่หูฟังบลูทูธอยู่ แต่ตัวคล้องหูอาจจะดูเล็กเกินไปหน่อยใส่แล้วอาจจะเจ็บได้ แต่ใครหูเล็กๆ ก็สวมใส่ได้พอดีๆ ครับ โดยบน iPhone ยังสามารถใช้ Voice Command ได้ด้วยการกดปุ่มฟังก์ชั่นค้างครับสะดวกดี
![]() ทดสอบสนทนาดูแล้วรู้สึกประทับใจระบบตัดเสียง NoiseLock พอสมควร มันตัดเสียงรอบข้างออกได้อย่างดี แม้จะมีหลุดๆ มาบ้างแต่ก็ไม่ได้รบกวนการสนทนาเท่าไหร่ ส่วนปัญหาเรื่องเสียงขาดๆ หายๆ ขณะทดสอบยังไม่พบปัญหานี้เหมือนที่เคยพบในรุ่นเก่าๆ สมัยก่อน คิดว่าในที่แออัดน่าจะพอมีบ้างครับ และระยะเวลาในการสนทนาอยู่ประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงครับ สแตนด์บายได้ค่อนข้างนาน หากไม่ได้ใช้คุยเลยอยู่ได้ 2-3 วัน แต่หากใช้คุยประจำวันผมคิดว่าน่าจะอยู่ได้เพียงแค่วันกว่าๆ เท่านั้น
![]() เมื่อไม่ใช้ Bluetrek Carbon ยังสามารถเหน็บเสื้อด้วยคลิปหนีบปากกาที่มีมาให้ในชุดขาย หรือจะเก็บใส่กล่องพกพาอย่างดีก็เก๋ไม่เบา ในกล่องเล็กๆ ขนาดกำลังดีนั้นสามารถใส่อุปกรณ์ทุกอย่างของตัว Bluetrek Carbon ได้เลยทีเดียวล่ะ ตัวฝาปิดก็มีแม่เหล็กไว้ยึดดังนั้นหายห่วงครับ
![]() โดยรวมแล้วนับเป็นชุดหูฟังบลูทูธที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ด้วยวัสดุแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบามากๆ แต่แข็งแรง และดีไซน์ก็ดูหรูหราไม่เบา เหมาะสำหรับคนขับรถมากๆ ครับ หรือจะเป็นคนทำงานต่างๆ ก็สะดวกสวมใส่หูฟังทิ้งไว้ได้ทั้งวัน และก็ไม่พลาดทุกการรับสาย แถมยังปิดบลูทูธประหยัดแบตไว้ได้ เมื่อมีสายเข้าเปิดใช้งานก็เชื่อมต่อได้ทันทีอีกต่างหาก ความพิเศษแบบนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,150 บาท เท่ากับตัว Bluetrek MusiCall เลยครับ ใครสนใจก็ลองหามาเป็นเจ้าของได้แล้ว
![]() ขอขอบคุณ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น และ บริษัท บลูเทรค เทคโนโลยี ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบ ![]()
|












