เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา โนเกียได้จัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นปีที่ 11 โดยงานนี้เผยถึงทิศทางการทำตลาดของโนเกีย และเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ๆ ในโปรดักท์ไลน์ของตนเอง
![]()
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา โนเกียได้จัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ขึ้นที่ Marina Bay Sands Convention Centre ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งครั้งแรกของ Nokia ที่จัดงานแถลงข่าว ในงาน CommunicAsia 2011 โดยในงานนี้เผยถึงทิศทางการทำตลาดของโนเกีย และเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ๆ ในโปรดักท์ไลน์ของตนเอง ซึ่งทีมงาน MXPhone ได้รับโอกาสเข้าร่วมงานและเก็บภาพแถลงข่าวในครั้งนี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจมาฝากด้วยครับ ในงานโนเกีย Nokia Connection 2011 ครั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงสถิติการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่น่าสนใจ ซึ่งในประเทศแถบเอเชียอย่างสิงคโปร์นั้นมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากถึง 145% นั่นหมายความว่า 1 คนจะใช้โทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่องนั่นเอง โดยเผยว่าประเทศอินโดนีเซียว่าเป็นประเทศที่เล่นเฟสบุ๊คมากเป็นอันดับสอง พร้อมด้วยฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีการอ่านเฟสบุ๊คมากที่สุด ![]() สำหรับสมาร์ทโฟนของโนเกียในปีนี้นั้น ทางโนเกียเปิดเผยว่าจะมีตัว Windows Phone Platform แน่นอน และยังคงสนับสนุน Symbian OS ต่อไปจนถึงปี 2016 ซึ่งรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะออกมานั้นก็จะเป็น Symbian Anna หรือใหม่กว่า โดยใน ธันวาคมนี้ จะมีสมาร์ทโฟนออกมาให้ยลโฉมกันถึง 10 รุ่นเลยทีเดียว และสมาร์ทโฟนอย่าง Nokia N8, C7 และ E7 ที่จะวางขายในล็อตต่อไปนั้นก็จะอัพเกรดเป็น Symbian Anna ออกมาวางจำหน่ายเลย ส่วนใครที่ซื้อไปก่อนหน้านี้ ภายในเดือนสิงหาคมนี้ก็จะสามารถดาวน์โหลดเฟริมแวร์ได้เช่นเดียวกันครับ ขณะเดียวกันโนเกียยังพูดถึงตลาดฟีเจอร์โฟน ที่หลังจากนี้โนเกียจะเน้นทำตลาดกับโทรศัพท์มือถือแบบ Dual SIM มาขึ้น โดยจะเป็น Dual SIM แบบสามารถถอดเปลี่ยนซิมสองได้ตลอดเวลา (Hot-swap) โดยใช้ SMS ได้ทั้งสองซิม และมีระบบจดจำซิมได้ 5 ซิม ซึ่งตั้งค่าการทำงานได้หลากหลายด้วยครับ ซึ่งในงานก็มีเปิดตัวรวดเร็ว 3 รุ่นล่าสุดคือ Nokia X1-01 ที่เป็นมิวสิคโฟนระบบสองซิมการ์ด, Nokia C2-00 ที่ปรับปรุงมาใหม่ และ Nokia C2-03 ที่ดูจะน่าสนใจที่สุดกับสไลด์โฟนระบบสองซิมการ์ดที่อัพเกรดมาใหม่แบบจัดเต็ม ![]() Nokia C2-03 เป็นรุ่นเด่นที่มีอินเตอร์เฟส หรือบราวเซอร์แบบ Nokia S40 ที่สะอาดใช้งานง่ายเป็นทุนเดิมครับ โดยก็มี Local Content ให้บริการเพียบพร้อม และที่สำคัญคือ OVI Maps บน S40 ที่ถือเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว สามารถใช้งานแบบออฟไลน์และมีระบบนำทางที่ใช้งานง่ายด้วยครับ ![]() หลังจากนี้ผมคิดว่าเราคงจะได้เห็นฟีเจอร์โฟนแบบ Dual SIM ที่มีลูกเล่นหลากหลาย และอินเตอร์เฟสงามๆ ของ S40 ให้เห็นกันอีกมาก ทั้งนี้โนเกียยังเผยอีกว่าได้ทำรุ่น Single SIM ออกมาด้วย ซึ่งจะเป็นรหัส C2-02 นั่นเองครับ และอนาคตคงจะได้เห็น Nokia C2-06 อีกรุ่นที่จะเน้นไปทางด้าน Cloud Network และ Social Network รวมถึงการเล่นเว็บด้วย สุดท้ายทั้ง Nokia C2-02, C2-03 หรือ C2-06 ต่างก็รองรับตัว Nokia Lifetools ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะเชื่อมต่อโลก Social Network และรุ่นนี้ยังเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุด 32GB ครับ ![]() พระเอกของงานคงหนีไม่พ้น Nokia N9 ตัวใหม่ที่จัดหนักทั้งสเปคและดีไซน์ของตัวเครื่อง ที่แฟนๆ โนเกียต้องยิ้มกริ่มกันอย่างแน่นอน เพราะตัว N9 นั้นเป็นมือถือที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม Meego นั่นเอง โดยทำตัว UI มาใหม่ได้โดนใจคนใช้ในปัจจุบันด้วยหน้าจอหลัก 3 อย่างคือ หน้าอัพเดทใหม่ๆ, หน้าจอแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งาน และหน้าจอหลักของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งค่อนข้างถูกใจกับหน้าจอแอพพลิเคชั่นที่เคยเปิดใช้ทิ้งไว้ สามารถสลับการใช้งานได้สะดวกทำงานคล้ายๆ Task Manager นั่นแหละครับ สเปคเครื่องก็ไม่ธรรมดา เพราะใช้ CPU ARM Cortex-A8 TI OMAP 3630 ความเร็ว 1GHz ส่วน GPU ก็ใช้ PowerVR SGX530 โดยมี RAM ให้มากถึง 1GB ส่วนซอฟท์แวร์เครื่องนั้นเป็นระบบ MeeGo 1.2 Harmattan ครับ นอกจากนี้ยังรองรับเครือข่ายต่างๆ ครบทุกคลื่นมาตรฐาน 3G Penta band (850/900/1700/1900/2100 MHz) ![]() ส่วนของการออกแบบก็ต้องยอมรับในคุณภาพ โดยโนเกียเลือกใช้วัสดุแบบ โพลีคาร์บอเนต เป็นลักษณะ Unibody ซึ่งเป็นวัสดุแบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ประกอบเข้ากับหน้าจอชั้นยอดที่ออกแบบมาโค้งมน มีกระจกจอแบบ Gorilla Glass แสดงผลแบบ AMOLED ทางโนเกียก็นำเสนอถึงวัสดุแบบ โพลีคาร์บอเนต ที่ได้เลือกมาใช้บน Nokia N9 เพราะมีความแข็งแรง, น้ำหนักเบา และที่สำคัญคือไม่รบกวนการส่งสัญญาณโทรศัพท์นั่นเองครับ โดยคุณสมบัติอื่นๆ ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่เพียวบาง ออกแบบมา 3 สีสดใส และติดเลนส์กล้อง Carl Ziess 8 ล้านพิกเซล แยย Auto Focus มาให้ด้วยนั่นเองครับ ใครอยากเจาะลึกลงไปอีก ก็สามารถเข้าไปติดตามสัมผัสแรกของ Nokia N9 ได้ที่นี่ https://techmx.net/article/10214/First-Touch-Nokia-N9-MeeGo-12-Harmattan นอกจากนี้โนเกียยังพูดถึงเรื่องของแอพพลิเคชั่นบน Meego Platform ด้วยว่า สามารถรองรับแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาจาก Qt Platform ได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่ามันสามารถใช้แอพพลิเคชั่นร่วมกับบรรดา Symbian Phone ได้เลย ทั้งนี้ก็ยังนำเสนอถึงระบบบิลลิ่งที่สามารถจัดการผ่านเครือข่ายโอเปอเรเตอร์กว่า 120 รายจาก 42 ประเทศทั่วโลกได้เลย และยังแย้มว่าตัว Nokia S40 จะสามารถใช้ได้ในอนาคตด้วยนะครับ สุดท้ายก็ยังจะมีการพัฒนาตัวแอพพลิเคชั่นของ Windows Phone Platform ด้วยเช่นกัน ![]() อีกหนึ่งเทคโนโลยีเก่า ที่นำเอามาเล่าใหม่ของ Nokia คือระบบ NFC ที่ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายต่างๆ สะดวกขึ้น เพียงนำมาสัมผัสกันก็เชื่อมต่อได้เลย โดยในบูทของ Nokia ในงาน CommunicAsia 2011 ก็ได้นำเอามาให้ทดลองกันแบบเห็นๆ เลยครับ มันสามารถเชื่อมต่อกับหูฟัง หรือชุดลำโพงไร้สายได้ง่ายๆ สะดวกสบาย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นย่างก้าวครั้งยิ่งใหญ่ของโนเกีย กับการเปิดตัวระดับโลกของ Nokia N9 และแนวโน้มในการทำตลาดของมือถือราคาถูกระบบสองซิมการ์ดที่ก็ดูน่าสนใจยิ่งครับ ลองติดตามข่าวสารกันต่อไป คิดว่าไม่นานเกินรอเพื่อนๆ คงได้สัมผัสตัวจริงของ Nokia N9 กันอย่างแน่นอนครับ |






