ในงาน Nokia Connection 2011 ที่ประเทศสิงคโปร์นั้น ไฮไลท์สำคัญเลยของงานในครั้งนี้ คือการเปิดตัว Nokia N9 มือถือ MeeGo รุ่นใหม่ล่าสุด
![]() ถือว่าเป็นครั้งแรกของ Nokia ที่จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับโลก ในงานแสดงเทคโนโลยีระดับเอเชียอย่าง CommunicAsia ซึ่งในปีนี้งานเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21-24 มิถุนายนนี้ ที่ Marina Bay Sands Convention Centre ประเทศสิงคโปร์ ไฮไลท์สำคัญคงหนีไม่พ้น Nokia N9-00 หรือเรียกสั้นๆ ว่า Nokia N9 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ Nokia ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ MeeGo 1.2 Harmattan ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่เป็น MeeGo หลังจากที่พับ Nokia N800, Nokia N900 ไป ซึ่งใช้ระบบปฎิบัตการ Maemo ![]() การมาของ Nokia N9 ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะเรียกเสียงฮือฮาได้จากเหล่าที่เข้าชมงาน รวมถึงนักพัฒนาโปรแกรมต่างๆ มากมาย เพราะการที่ Nokia กลับมาพัฒนา MeeGo นั้น ถือเป็นโอกาสที่จะสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่จะเทียบชั้นการแข่งขัน Android ได้สมน้ำสมเนื้อที่สุด และที่สำคัญ Nokia ได้พลิกประวัติศาสตร์การออกแบบสมาร์ทโฟน โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการผลิดวัสดุตัวเครื่องเป็น “โพลีคาร์บอเนต” (Polycarbonate) คือ พลาสติกหรือ เทอร์โมพลาสติกที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่น หลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา โปร่งแสง ป้องกันความร้อน และหล่อรูปหรือดัดแปลงได้ตามรูปร่าง ซึ่งคุณสมบัติพิเศษที่ Nokia ต้องการคือ ไม่รบกวนการส่งสัญญาณโทรศัพท์ แก้ปัญหาเรื่องของ Death Grip ได้ ซึ่งหลายๆ ค่ายโทรศัพท์มือถือประสบปัญหาอยู่ เกริ่นมาเยอะพอสมควรแล้ว เรามาลองสัมผัสแรกกับ Nokia N9 กันดีกว่าครับ โดยครั้งนี้ ทีมงาน MXPhone ได้เข้าร่วมงาน Nokia Connection 2011 : Unveiling the Next Chapter ที่ประเทศสิงคโปร์ เลยได้โอกาสที่ทีมงานจะได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในครั้งนี้ ตามมากันเลยนะครับ ![]() เริ่มกันด้วย Nokia N9 ที่เปิดตัวไปนั้น มี 3 สี คือ สีดำ ฟ้าสด และชมพูสด ใช้ระบบปฎิบัติการ MeeGo 1.2 Harmattan ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่พัฒนาขึ้นโดย Intel หน้าจอแสดงผลขนาด 3.9 นิ้ว ความละเอียด 854×480 พิกเซล ใช้ CPU ARM Cortex-A8 TI OMAP 3630 ความเร็ว 1GHz ส่วน GPU ใช้ PowerVR SGX530 ในการขับเคลื่อนการแสดงผลกราฟิค มี RAM มาให้มากถึง 1 GB ถือว่าให้มาเยอะกว่าที่คาดไว้ ตัวเครื่องรองรับ 3G Penta band (850/900/1700/1900/2100 MHz) ครอบคลุมทุกคลื่นความถี่มาตราฐาน ความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 14.4 Mbps ![]() วัสดุที่ใช้ประกอบตัวเครื่องนั้นเป็น Unibody โดยชิ้นส่วนทุกอย่างจะถูกบรรจุผ่านจอแสดงผลทั้งหมด ด้านหน้าตัวเครื่อง มีแต่จอแสดงผลอย่างเดียว เนื่องจาก Nokia ต้องการทำให้ด้านหน้าไร้ปุ่มกดโดยสิ้นเชิง จอแสดงผลเป็น AMOLED แบบ Capacitive ด้านบนสุดเป็นช่องหูฟัง ![]() และที่น่าแปลกก็คือ ด้านล่างเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า ที่ใช้สำหรับ VDO Call ความละเอียด VGA สิ่งหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นได้อีกคือ กระจกจอแสดงผล Gorilla Glass แบบโค้งนูน เล็กน้อย เพิ่มมิติในการแสดงผลให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น
![]() ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มใดๆ ทั้งนั้น ขอบเครื่องออกแบบโค้งมน ไร้เหลี่ยม
![]() ด้านขวามือ เป็นตำแหน่งของ ปุ่มปรับเสียง และปุ่ม Power ของเครื่อง ใช้พลาสติกเงินโครเมี่ยม ดูธรรมดามากๆ อาจจะเป็นรอยได้ง่าย
![]() ด้านบนสามารถแกะพลาสติกออกมาจะเป็นถาดใส่ SIM แบบ MicroSIM เป็นครั้งแรกของ Nokia เช่นกัน ที่เลือกใช้ SIM ที่มีขนาดเล็กเช่นเดียวกับ iPhone 4 ประหยัดพื้นที่ใช้งานได้สักเล็กน้อย ถัดมาเป็นข้างๆ เป็นช่อง MicroUSB ที่มีพลาสติกปิดไว้เช่นเดียวกัน และช่องหูฟังขนาด 3.5 mm อยู่ริมสุด
![]() ด้านล่าง เป็นที่อยู่ของช่องลำโพง ดูเล็กๆ ไปหน่อย ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียง ดังดีกว่าที่คิดไว้
![]() ด้านหลัง เป็นที่อยู่ของกล้องถ่ายภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซล auto focus เลนส์จาก Carl Zeiss มี wild angle 28 mm เท่านั้น มาพร้อมกับ LED Flash 2 ดวง ถ่าย VDO ความละเอียดได้ถึง HD (720p) @ 30fps ที่น่าสังเกตคือ บริเวณโครเมี่ยมหลังเครื่องนั้น พบว่าเครื่องที่แสดงอยู่ในงานเกือบทุกเครื่องเป็นริ้วรอยได้ง่ายมาก ผู้ใช้งานต้องระวังเป็นพิเศษ
![]() ความรู้สึกที่ลองได้สัมผัส พบว่า เป็นสมาร์ทโฟนของ Nokia ที่น่าใช้มากๆ อีกตัวหนึ่ง นับตั้งแต่ Nokia ก่อตั้งขึ้นมา ด้วยรูปทรงที่ออกแบบมาใหม่หมดจด เลือกใช้โพลีคาร์บอเนตหล่อตัวกรอบเครื่องเป็น Unibody พลอยได้แก้ไขปัญหาเรื่อง death grip ไปในตัว ตัวเครื่องใช้สีสันจี๊ดจ๊าด สดใส ดูไม่จำเจ ส่วนเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าเป็นห่วงที่โครเมี่ยมพลาสติกสีเงินนั้น จะเป้นริ้วรอยได้ง่ายแน่ๆ
![]() การใช้งาน MeeGo บน N9 นั้น พบว่าความรู้สึกแทบไม่ต่างกันกับการใช้งาน Android เลย แต่ประสบการณ์การใช้งานของ MeeGo ให้ความ “WOW” มากกว่ามาก ทั้งเรื่องของ UI ที่มีลูกเล่นเยอะ ลากจอขึ้น ลง ซ้าย ขวา ได้หมด เป็น shortcut ในการเข้าหน้าเมนู รวมไปถึงขณะดูคลิปวิดีโอขนาด Hi Definition ก็ไม่มีกระตุกให้เห็น (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลากหรือตวัดเร็วๆ มาก ก็จะเปลี่ยนตามนะครับ) ภาพจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ลองดูคลิปพรีวิว โดยตัวแทนจาก Nokia มาเดโมให้ชมกัน เรื่องแอพพลิเคชั่นนั้น แน่นอนต้องรองรับ MeeGo ไม่สามารถเอาแอพพลิเคชั่นของ Android มาลงได้ ต้องให้นักพัฒนาทำการคอมไพล์โปรแกรมใหม่ก่อน จะมากจะเร็วแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับความขยันของนักพัฒนารายนั้นๆ และขั้นตอนการนำเข้าสู่ Nokia Store อีกด้วย ซึ่งตอนนี้โปรแกรมยอดนิยมต่างๆ ต่างมีบน MeeGo แล้วมากมาย
![]() การเติบโตของ MeeGo บน Device ของ Nokia จะเร็ว จะแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับนโยบาย และทิศทางของ Stephen Elop CEO ของ Nokia ที่เค้าว่ากันว่าเป็นร่างทรงของ Microsoft เท่านั้น… |












