Apple เปิดตัว iOS 5 พร้อม 200 New Features และ 10 Keys Features

โดย Bluecosmos | 7 มิถุนายน 2554 เมื่อ 01:26 น. | อ่าน 385
iOS 5 เป็นอีกก้าวย่างสำคัญของ Apple ที่จะสานต่อความสำเร็จของ iDevice ทั้งหลายจาก Apple โดยงานนี้เองมีทีเด็ดเพิ่มเข้ามาอีก 10 อย่างด้วยกัน

Apple ได้จัดงาน WWDC 2011 ขึ้นเพื่อบอกกล่าวสู่ Developer ถึงเรื่องอนาคตของสิ่งต่างๆที่ Apple จะทำ โดยในงานมี 3 เรื่องเด็ดๆ ก็คือในส่วนของ MAC OSX Lion, iOS5 และ iCloud ซึ่งถือว่าเป็น 3 อย่างที่มีความน่าสนใจ แต่เนื่องจากเป็นเว็บไซต์โทรศัพท์มือถือจึงขอหยิบยกเรื่องของ iOS5 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แย่างมาบอกกล่าวกันเพียงอย่างเดียว

งานนี้เองพ่องานก็คือเจ้าเก่าอย่าง Steve Jobs ที่ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรและมาเปิดงานจนได้ แต่ตัวผอมลงไปพอสมควร เริ่มงานด้วย การ Intro เข้าสู่ประเด็นหลักที่จะบอกกล่าวกันในวันนี้ก็คือ 3 อย่างที่ว่าไปตามด้านบน ซึ่งก็เริ่มด้วย Mac OSX Lion และตามด้วย iOS5 ที่ทาง Steve Jobs ให้ทาง Scott Fostall ซึ่งถือเป็น Senior Vice President ทางด้านของ iOS ขึ้นมาบอกกล่าวว่า iOS5 มีทีเด็ดอะไรบ้าง ซึ่งเริ่มจากการอัพเดทข่าวคราวของ iOS ว่ามียอดไปถึงไหนแล้ว เริ่มจาก

– iOS ขายได้ไปทั่งหมดกว่า 200 ล้านเครื่องทั่วทั้งโลกแล้ว

– iOS มีส่วนแบ่งการตลาด OS มากที่สุดอยู่ที่ 44% ทั่วโลก

– Apple iPad ขายได้มากถึง 25 ล้านเครื่องในเวลาเพียงแค่ 14 เดือน
– มี 15 พันล้านเพลงที่ขายไปแล้วผ่าน iTunes store
– มีการ Download หนังสือบน iBook Store กว่า 130 ล้านครั้ง

– iPad มี Apps ทั้งหมด 90,000 Apps
– Apps ทั้งหมดบน App Store มีมากถึง 425,000 Apps

– มีการดาวน์โหลดมากถึง 14 พันล้านครั้งผ่าน App Store

– ทำรายได้ให้กับ Developer ไปแล้วกว่า 2500,000,000 ดอลล่าร์

– มี Account กว่า 225 ล้าน Accounts ที่มี Credit Card พร้อมซื้อขายโปรแกรมเพียงแค่ 1 Click

หลังจากที่อัพเดทข่าวสารจนครบ Scott Forstall ก็พาเข้าสู่ iOS5 ซึ่งมี API ใหม่ให้นักพัฒนาใช้เพิ่มเติมอีก 1,500 APIs, และมี Features ใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 200 Features แต่ว่าจะหยิบยกแค่ 10 Key Features เด็ดๆบน iOS5 มายกตัวอย่างให้ดูกัน

 

อย่างแรกจะเป็นในส่วนของ Notification ที่ทาง Scott Forstall ได้บอกว่าเป็นการออกมาแก้ปัญหาที่ค้างกันมาในส่วนนี้ โดยมาคราวนี้ได้ใส่ในส่วน Notification Center เข้าไป ซึ่งตัว Feature จะอยู่ตรง Status bar และใช้นิ้วลากลงมาเหมือน Android ไม่มีผิดเพื้ยน ซึ่งการทำแบบนี้จะไม่เป็นการบังหน้าจอหลัก โดยตัว Notification Center จะแสดงผลระบบ Notification ของทุกโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Stock, Mail, Message เป็นต้น และยังแสดงผลในหน้า App ต่างๆได้ รวมถึงที่ LockScreen

 

 

 

อันที่ 2 เป็นส่วนของ NewsStand ที่เป็นในส่วนการรองรับระบบการซื้อขาย Magazine Online ที่มีรูปแบบแปลกไปจากเดิม ก็คือเป็นชั้นหนังสือสำหรับ Magazine Online ที่ซื้อมานั่นเอง โดยมีแหล่งซื้อขาย Magazines ที่ได้รับความร่วมมือจากหลายสำนักทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารดังๆของโลก อาทิ New York Times, SF Chronicle, Daily Telegraph, Van ity Fair, Popular Science, Esquire, GQ, Oprah เป็นต้น ซึ่งสะดวกต่อคนที่ชอบอ่านหนังสือเพราะมันจะรวมกันอยู่ที่เดียวเพื่อให้เข้าถึงง่าย

อันที่ 3 เป็นส่วนของ Twitter Integration ซึ่งทาง Scott Forstall ได้บอกไว้ว่ามีคนส่งทวีตมากกว่า 1 พันล้านครั้งต่อสัปดาห์ โดยการทำในครั้งนี้ทำให้ผู้ใช้งาน iOS ใช้ระบบ Twitter ได้ง่ายขึ้น แค่ Login ครั้งเดียวเท่านั้น โดยจะมี Tweet Sheet ที่สามารถเรียกออกมาเพื่อทำการ Tweet ได้ทันที ตัวระบบสามารถ Tweet รูปภาพผ่าน App ทั้ง Camera และ Photo ได้ รวมถึง Safari ที่สามารถส่งหัวข้อขึ้นไปยัง Twitter ได้ และ Maps ที่สามารถส่ง Location ไปยัง Twitter ได้ นอกจากนี้มันยังถูกควบเอาไปรวมไว้กับ Contact เพื่อให้สามารถจัดการ Contact ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

หัวข้อที่ 4 ในเรื่องของ Safari โดยทาง Apple ได้ออกมาบอกว่า iOS นั้นมี Safari ที่กินส่วนแบ่ง Mobile Web Browser ได้ถึง 2 ใน 3 จากตลาดทั้งหมด โดยการมาครั้งนี้ก็เลยจัดการอัพเดทในส่วนของ Safari Reader ที่สามารถทำให้อ่านพวก Article Bookmark บน Safari ได้ดีขึ้นทั้งยังสามารถส่ง Link และ Preview ย่อผ่าน E-Mail ได้ทันทีอีกด้วย รวมถึงมีระบบ Reading List ที่เปิดดูในส่วนของ Reader ที่ Bookmark ไว้ได้โดยจะแยกหัวข้อที่ยังไม่ได้อ่านออกมาให้เห็นกันชัดๆอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่งนของ Tab ที่รอคอยกันมานาน เพิ่มเข้ามาให้ได้ใช้งานกันเหมือนบน Desktop อีกด้วย

หัวข้อที่ 5 Reminders เป็นในส่วนของ List ที่เอาไว้เตือนว่าสิ่งที่ต้องทำมีอะไรบ้าง โดยตัวโปรแกรมจะ Sync กับ Cal เพื่อทำการอัพเดทอัตโนมัติ และมีระบบเตือนที่ทันสมัยอิงกับ Location ได้อีกด้วย

หัวข้อที่ 6 เป็นการอัพเดทในส่วนของ “กล้อง” แต่ก่อนจะพูดถึงทาง Scott Forstall ได้บอกว่า iPhone 4 ถือเป็นกล้องยอดฮิตของถาพที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปบน Flickr ดังนั้นกล้องบน iOS สำคัญมากๆ ซึ่งการมาครั้งนี้ได้เพิ่มในส่วนของ

– Lock Screen Shortcut เข้าไปซึ่งถ้าใครมี Passcode ก็สามารถถ่ายได้โดยไม่ต้องใส่ Code แต่ว่าพวกรูปภาพนั้นการจะเข้าไปดูได้ต้องใส่ Code ก่อน

– สามารถใช้ปุ่ม Volume Rocker เป็นปุ่ม Shutter ได้เรียบร้อยแล้ว

– ระบบ AE และรับบ Auto Focus แบบ Lock

– สามารถซูมได้ด้วยการใช้ Pinch Zoom

– ระบบ Edit รูปภาพทันที ทั้งสามารถ Crop, Rotate, Reduce Red-Eye

หัวข้อที่ 7 เป็นเรื่องของ Mail Apps โดยได้เพิ่ม Feature ในส่วนของ Rich-text formatting ที่สามารถปรับตัวอักษรเอียงหรือหนาได้, indentation control ระบบเพิ่มหรือลดความยาว Link, draggable addresses ซึ่งสามารถทำให้ย้ายรายชื่อบนหัวข้อ To, CC และ BCC ได้อย่างง่ายๆ, ระบบ Search Entire Message, Flag Messages ที่สามารถมาร์ก Mail ที่ต้องการไว้ได้, เพิ่มระบบ S/MIME ที่เป็นระบบเข้ารหัสความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ใส่ฟังก์ชันส่วนของ Dictionary เข้าไปด้วยเพื่อแปลภาษาโดยสามารถดึงโปรแกรมไหนก็ได้ที่มีในเครื่องมาใช้งานได้ทันที ที่เด็ดอีกอย่างนึงคือระบบ Keyboard แยกที่สามารถแยกจากกันเป็น 2 ฝั่งสำหรับคนที่มือใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้นในการพิมพ์

 

หัวข้อที่ 8 PC Free เป็นระบบแยกตัวออกจากคอมยิ่งด้วยตัว iPad ที่ทาง Apple บอกว่าเป็น Post PC ดังนั้นก็เลยจัดการระบบให้ง่ายขุ้นโดยการ Activate เครื่องโดยที่ไม่จำเป็นต้องต่อคอมพิวเตอร์โดยจะมีระบบ Setup ในตัวเครื่อง รวมถึงระบบการอัพเดท OS แบบ OTA (Over The Air) นอกจากการอัพเดท OS แล้วยังจะมีส่วนของการอัพเดทอื่นๆผ่าน OTA อีกด้วย

หัวข้อที่ 9 Game Center โดยนาย Scott Forstall ได้บอกว่ามี Games และโปรแกรม Entertainment มากกว่า 100,000 โปรแกรมแล้ว โดยใน 9 เดือนที่ผ่านมามีผู้ใช้งาน Game Center ถึง 50 ล้านคน ก้าวกระโดดกว่า XBox Live mี่ต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ถึงจะมีคนเล่นถึง 30 ล้านคน โดยตอนนี้เองสามารถดาวน์โหลดเกมโดยตรงผ่านทาง Game Center ได้เรียบร้อยแล้ว มีในส่วนของระบบนับแต้ม, ระบบค้นหาเพื่อน, ดูเพื่อนของเพื่อน, ระบบค้นหาเกม และมี Turn Based Game ซึ่งเป็นเกมที่เล่นได้เลยในโปรแกรมอีกด้วย

หัวข้อสุดท้าย หัวข้อที่ 10 คือ iMessage ที่ได้เปลี่ยนการแสดงผลใหม่ เข้ามาและได้เพิ่มในส่วนของ Notification ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในขณะเล่น Apps อื่นๆอยู่ก็สามารถรับรู้ได้ทันที  ตัวโปรแกรมยังออกมารองรับ iDevice ทั้ง iPhone, iPad และ iPod Touch อีกด้วย ทำให้เชื่อม iDevice เข้าหากันได้ครบทั้งหมดผ่าน iMessage ทั้งสามารถส่งทั้ง Text Message, Photo, Video, Contact และ ระบบ Message กลุ่มได้อีกด้วย โดยทั้งหมดนี้ทำผ่านระบบเครือข่าย Wi-Fi หรือ 3G

นอกจาก 10 อย่างที่พูดไปด้านบนแล้วยังมีในส่วนของ Feature อื่นๆที่ไม่ได้พูดถึงอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Airplay Mirroring, Multitasking Gesture, New iPad App Music เป็นต้น โดย iOS5 มีกำหนดปล่อย SDK และตัว Beta ให้กับนักพัฒนาวันนี้ และตัว OS จะมาจริงในช่วงถดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้และตัวอุปกรณ์ที่อัพเดทได้ก็คือ iPhhone 3GS, iPhone 4, iPad, iPad2, iPod Touch 3,4 gen

ขอขอบคุณภาพจากทาง Engadget

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners