หนึ่งปีที่แล้ว โลกเราไม่เคยสนใจ Tablet ที่เป็นสินค้าส่วนหนึ่งในโลกไอที แต่การมาของ iPad ไม่แค่สร้างกระแส แต่สร้างกลุ่มใหม่ของการใช้งาน ที่วันนี้ Apple ขอสานต่ออีกครั้ง
![]() iPad 2 อีกหนึ่งก้าวของ Apple พร้อมย่้ำความเป็นผู้นำในโลก Tablet ปี 2010 เมื่อช่วงต้นปี หลายคนยังจำได้ถึงการมาของ iPad สินค้าที่ปลุกกระแสที่ตายแล้วของ Tablet ให้กลับขึ้นมามีชีวิต การใช้ระบบแบบเดียวกับที่เจอในมือถืออย่าง iOS ทำให้การสร้าง App รวมถึงการสร้างสรรค์จากการใช้งาน กลายเป็นจุดแข็งที่ปลุกให้ Tablet กลับมาเกิดอีกครั้ง ตลาดของ Tablet จากผู้เล่นยี่ห้ออื่นๆ จากผู้ผลิต Android รวมถึงระบบอื่นๆ ก็เกิดขึ้นตามมา หนึ่งปีที่ผ่านมา การแข่งขันที่รุนแรง แน่นอนว่า Apple ไม่ยอมยืนนิ่งๆให้ชกอยู่ฝ่ายเดียว การเปิดตัว iPad 2nd Gen จึงเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2011 ซึ่งตรงกับเดือนแรกของการเปิดขาย iPad รุ่นแรก
![]()
เรื่องแรกที่ถือว่าสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน นั้นคือการมาของ Steve Jobs ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำเสนอด้วยตัวเอง สีหน้าเจ้าตัวดูสดใส เดินเหินได้แข็งแรง สยบข่าวลือเรื่องสุขภาพ รวมถึงเรื่องที่เจ้าตัวใกล้ตาย โดยสิ่งแรกที่ Jobs ออกมาพูดถึง คือความสำเร็จของ iBooks ที่ตั้งแต่เริ่มเปิด มียอดโหลดหนังสือผ่านหลักร้อยล้านครั้ง ได้สำนักพิมพ์ชื่อดังอย่าง Random House มาร่วมขาย นอกจากนี้ Account ที่ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะ iTunes / App / iBooks ก็มียอดสมาชิกรวมกันกว่า 200 ล้านคน ![]() ![]() Apple ได้จ่ายเงินเป็นรายได้ให้นักพัฒนาไปถึง $2,000 ล้าน ส่วน iPhone เอง ก็ขายทะลุหลัก 100 ล้านเครื่องเรียบร้อย เมื่ออัพเดทข่าวกันเรียบร้อย ถึงเวลาเข้าเรื่อง iPad โดยความสำเร็จของ iPad รุ่นแรก Jobs กล่าวถึงยอดขายที่ทำได้ 15 ล้านเครื่อง นับยอดขายเดือนเมษายนจนถึงธันวาคม ยอดขายของ iPad มากกว่า Tablet PC ที่เคยมีมาทั้งโลก ทำรายได้ให้ Apple ถึง $9.5 พันล้าน นอกจากนี้ใน App Store ก็มี iPad App กว่า 65,000 ตัว ที่นำเสนอผ่านวีดีโอความสำเร็จในช่วงปีที่ผ่านมาว่า App ของ iPad สร้างสรรค์ เป็นที่ถูกใจตั้งแต่เด็กจนถึงคนแก่ หรือในวงการต่างๆ ก็นำ iPad ไปประยุกต์กับการใช้งาน แถมมีการกัดถึง Android Honeycomb ว่ามีแค่ 100 กว่า App ที่ใช้กันได้จริงๆ (เทียบไม่ได้ว่างั้น!!!) ![]()
ความสำเร็จเหล่านี้ ทำให้ปี 2010 ถือเป็นปีของ iPad ว่าแล้ว Jobs เลยขอแอบกัดถึงคู่แข่งต่างๆ ในทำนองว่า ปี 2011 ทุกเจ้าที่จะออก Tablet มาขาย คือการเลียนแบบ iPad ชัดๆ ในปี 2011 นี้ Apple เลยเดินหน้าต่อด้วย iPad รุ่นที่สอง ที่ใช้ชื่อว่า iPad 2 สำหรับความใหม่ของเครื่อง คือการออกแบบใหม่ ที่เน้นเรื่องความเร็ว โดยใช้ CPU ชุดที่ชื่อว่า A5 เป็น CPU แบบ Dual Core พร้อมกับ ความสามารถด้านกราฟฟิคที่ทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมถึง 9 เท่า แต่การใช้พลังงาน เท่ากับ A4 ของเดิม พร้อมลูกเล่นด้านกล้องที่มาทั้งหน้าและหลัง / Gyroscope ฯลฯ ตามแบบที่ iPhone 4 กับ iPod Touch ทำได้ไปก่อนหน้านี้ ![]()
จุดขายต่อมา คือความบางเครื่อง ที่บางแค่ 8.8 มิลลิเมตร บางกว่า iPhone 4 ที่หนาอยู่ 9.3 มิลลิเมตร บางกว่า iPad รุ่นเดิมที่หนาอยู่ 13.4 มิลลิเมตร โดยที่วัสดุยังเป็นอลูมิเนียมเหมือนเดิม เมื่อเครื่องบางลงได้ น้ำหนักก็เบาลงเหลือ 590 กรัม จากของเดิมที่หนักถึง 680 กรัม แถมรอบนี้ กรอบหน้าเครื่อง มีสีขาวให้เลือกใช้ (แถม Jobs แอบแซวทำนองว่า iPhone ขาว ไม่มี เอา iPad ไปล่ะกัน) แบตเตอรี่ตัวเครื่องที่ใช้งานได้ 10 ชั่วโมงเหมือนเดิม พร้อมกับรองรับการ Standby ได้สูงสุดหนึ่งเดือน ส่วนสนทราคาขายของเครื่อง ยังคงราคาเดียวกับรุ่นแรก ที่เริ่มต้นที่ $499 จบที่ $829 ![]()
![]()
นอกจากนี้ Jobs มาแนะนำอุปกรณ์เสริมใหม่กับ iPad 2 ที่เป็นฝาปิดหน้าจอแบบปกหนังสือ ที่มีสันข้างแบบแม่เหล็ก ที่สามารถถอดเข้าออกง่าย ตัวปกพับและตั้งเครื่องใช้งานได้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ รวมถึงเป็นแม่เหล็กควบคุมการเปิด ปิด หน้าจอได้ทันที มีวัสดุให้เลือกสองแบบ ได้แก่ Polyurethane หรือเป็นหนัง ในส่วนอุปกรณ์เสริม Jobs แนะนำ HDMI Connector ที่สามารถเชื่อมต่อกับ TV รวมถึงชาร์จได้ในตัว และเพียงแค่ต่อเข้าทีวี ไม่ว่าจะอยู่หน้าไหนของเครื่อง ก็ใช้งานได้ทันที ![]() ![]() หลังจากแนะนำตัวเครื่องกันไปพอสมควร Jobs ส่งไม้ต่อให้ Scott Forstall หัวหน้าฝ่าย iOS มาเล่าถึง iOS 4.3 ที่เพิ่มความสามารถเด่นๆ ไม่ว่าเรื่องการรองรับ Nitro Javascript ใน Safari ทำให้การชมเว็ปดีขึ้น / iTunes Home Shareing ทำให้การโยนไฟล์เพลง หนัง จากคอมผ่านวง LAN เข้า iOS ต่างๆได้ง่ายขึ้น / การใช้งาน Air Play ที่ดีขึ้น / Personal Hotspot สำหรับ iPhone 4 ในการแชร์เน็ตออกทาง Wi-Fi ส่วนความสามารถของ iOS 4.3 ใน iPad อีกอย่าง คือ Photoboth ที่คนใช้ OSX จะคุ้นเคยกันดี กับกล้องหน้าเครื่อง ที่สามารถถ่ายได้หลากหลาย มีลูกเล่นสนุกๆ ที่ถ่ายแล้วได้รูปประหลาดหลายอย่าง และในส่วน FaceTime ของ iPad ที่รองรับ HD ![]()
นอกจากนี้การเปิด iPad 2 ก็มาพร้อมของเล่นใหม่อย่าง iMovie ที่รองรับการตัดต่อ ลูกเล่นการแต่ง ลูกเล่นการทำวีดีโอ เรียกว่าดูดีน้องๆ iMovie ใน OSX กันทีเดียว เรียกว่าถ่ายจากเครื่องที่ความละเอียด HD แล้วเอามาทำได้ทันที รวมถึงลูกเล่นหนึ่งที่ชาว iOS หลายคนชอบ คือเรื่องดนตรี ที่มารอบนี้ GarageBand มาลง iPad พร้อมลูกเล่นที่รองรับเครื่องดนตรีหลายอย่าง ไม่ว่าจะกีตาร์ / กลอง / เปียโน / เบส / ออแกน รองรับการผสมเสียงเครื่องดนตรีพร้อมกันได้ 8 อย่าง รวมถึงสามารถส่งผลงานออกผ่าน E-Mail ได้ ![]()
ช่วงสุดท้ายของงาน Jobs ได้กล่าวถึงแนวทางของ Apple ที่ตั้งใจจะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยความตั้งใจ ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่า ทีมงานทุกคนที่อยู่เบื้องหลังของงานนี้ ได้รับเครดิตขอบคุณจาก Steve Jobs ก่อนปิดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ… วิเคราะห์ถึง iPad 2 การเปิดตัว iPad 2 ด้วยความสามารถเครื่องที่ขยับมากขึ้น เรียกว่าทำให้คู่แข่งฝั่ง OS อื่นๆ มีรายการอึดอัดได้ ศึกตลาด Tablet สนุกมากขึ้นแน่นอน เพราะ iPad 2 อาจเป็นเกมภาคบังคับ ให้ยี่ห้ออื่นๆ ต้องออก Tablet ช่วงครึ่งปีหลัง ที่ดูเหนือกว่า iPad ให้ได้ คู่แข่งที่ดูสมน้ำ สมเนื้อ กับการชกกับ iPad มากที่สุด ก็เป็นฝั่ง Android ที่ถึงตอนนี้ Honeycomb ต้องออกตัวเต็ม พร้อมกับมีอะไรเด็ดพอ เพราะไม่งั้นบทพระเอกของตลาด อาจยังเป็นของ iPad อย่างที่ Jobs ประกาศเอาไว้จริงๆ เรียกว่างานนี้ ผู้บริโภคสนุกสนานกับการเลือกซื้อตามการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ![]() iPad 2 น่าซื้อหรือไม่? หากเป็นคนที่ใช้ iPad แรกอยู่แล้ว ความน่าเปลี่ยนไป iPad 2 อยู่ที่ความแรงของเครื่อง การพกพาที่ง่ายขึ้น แต่หากสองประเด็นนี้ไม่ใช่ปัญหา iPad ตัวเดิมที่ใช้อยู่ ก็ยังถือว่าตอบสนองได้ดีอีกอย่างน้อยถึงการรอ iPad รุ่นที่สามได้อยู่ ส่วนคนที่ตัดสินใจจะซื้อ ถึงรุ่นแรกจะลดราคาลงรุ่นล่ะ 3,000 แต่ถ้าเทียบกับการรอรุ่นใหม่สักพัก iPad 2 ก็ให้ความน่าใช้งานที่มากกว่ารุ่นแรกที่ลดราคาอยู่ แต่รุ่นแรกที่ลดราคาลงไป ก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มราคามากขึ้น สำหรับผู้อยากได้ iPad และใช้งานมันในบางมุมล้วนๆ มากกว่าจะเลือกวิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ปี 2011 เราคงต้องจับตามองกันว่า Apple จะทำสำเร็จ กับการทวงตำแหน่งเจ้าแห่ง Mobile Device ด้วยแม่ทัพอย่าง iPad ได้หรือไม่ ผู้บริโภคเท่านั้น ที่จะตัดสินครับ…. |












