Preview เบาๆ กับ Samsung Galaxy Cooper S5830

โดย shyboy | 20 มกราคม 2554 เมื่อ 18:03 น. | อ่าน 349
พักนี้ Samsung ดูจะยิ้มแก้มปริไปไหนต่อไหนแล้ว แถมยังยิ้มกว้างมากถึงที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน อย่าแปลกใจเป็นอันขาดก็เพราะ Samsung สามารถขายมือถือที่เรียกว่าสมาร์ทโฟนได้ดีที่สุดในรอบ 8 ปีมานี้

พักนี้ Samsung ดูจะยิ้มแก้มปริไปไหนต่อไหนแล้ว แถมยังยิ้มกว้างมากถึงที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน อย่าแปลกใจเป็นอันขาดก็เพราะ Samsung สามารถขายมือถือที่เรียกว่าสมาร์ทโฟนได้ดีที่สุดในรอบ 8 ปีมานี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนยุคนี้แทบจะเป็นตลาดวัดความแข็งแกร่งของแบรนด์มือถือนั้นได้เลย หากใครสามารถพัฒนาสมาร์ทโฟนได้ตรงใจลูกค้าจนมียอดขายพุ่งแล้วล่ะก็ แบรนด์เหล่านั้นก็พลอยได้รับการยอมรับอีกด้วย

ที่ผ่านมา Samsung จะตื่นเต้นและยินดีกับ Galaxy S ความหวังสูงสุดที่ลุ้นกันสุดชีวิตว่าจะทำให้แบรนด์นี้โลดแล่นในเส้นทางสมาร์ทโฟนสำเร็จหรือไม่? หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่นานแสนนานกับ Symbian และ Windows Mobile ยุคเก่า ๆ

ในเมื่อตนเองก็มี Benchmark การพัฒนาสมาร์ทโฟนจนประสบความสำเร็จอยู่ในใจแล้ว Samsung จึงขอต่อยอดความสำเร็จจาก Galaxy S ถ่ายทอดลงสู่สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กบ้าง นั่นก็คือ Samsung Galaxy Ace S5830 หรือบางประเทศ รวมทั้งไทยเราเอามาทำการตลาดภายในชื่อว่า Samsung Galaxy Cooper S5830 เพราะเป็นไปได้ว่า ชื่อ Ace เรียกเผิน ๆ เหมือนกับคำว่า S อาจทำให้หลายคนสับสนกันได้

ส่วนจะเป็นชื่ออะไรนั้นคงไม่สำคัญเท่ากับความน่าสนใจของตัวเครื่องแน่นอน Samsung ตั้งเป้าให้สมาร์ทโฟนรุ่นเยาว์นี้มาอุดช่องว่างตลาด Android ระดับ 1 หมื่นบาทที่ยังว่างอยู่ แม้ว่าก่อนหน้านั้น Samsung เคยแนะนำ Galaxy 3 และ 5 ไปแล้ว แต่นั่นมันยังเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มและออร์เดิร์ฟเท่านั้น อีกทั้งราคาเครื่องของทั้ง 2 รุ่นก็ดิ่งลงเจาะตลาดปานกลางค่อนไปทางล่างแล้ว

ก็น่าแปลกเหมือนกันนะว่า Samsung ยังไม่เปรี้ยงปร้างในตลาดสมาร์ทโฟนระดับ 1 หมื่นบาทเสียเท่าไร ทั้ง ๆ ที่โอกาสในการทำตลาดก็มากกว่าเครื่องราคา 1.8-2 หมื่นบาทขึ้นไปมาก ๆ ๆ ๆ ๆ คงเป็นเพราะ Samsung อยากจะยึดหัวหาดตลาดบนให้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นจึงจะนำกลยุทธ์ความสำเร็จดังกล่าวมาผลักดันตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางได้ไม่ยากนัก

ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนระดับกลาง 1 หมื่นบาทโดนยึดหัวหาดโดย LG Optimus One ผู้แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน LG ก็ย้อนรอยกลยุทธ์การตลาดแบบเดียวกับ Samsung ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว นั่นก็คือการชิงเปิดตัวมือถือสเปคโดดเด่นกว่าคู่แข่งทั้งหมด แต่ราคาสามารถแข่งขันในตลาดจนคู่แข่งยอมสิโรราบ

วันนี้ Samsung ก็ส่งผู้ท้าชิงมาแล้วด้วยสเปคบางด้านที่สูงกว่า แต่ก็อย่าลืมว่ามันมีราคาที่สูงกว่า LG Optimus One เพียงเล็กน้อย

เรามาจับของจริงกันดีกว่า ทุกสัดส่วนของดีไซน์เรียกว่าเกิดมาเพื่อเป็น Samsung Galaxy S แบบย่อส่วนจริง ๆ หากใครจะบอกว่ามันได้แรงบันดาลใจจาก iPhone คงไม่ผิดอะไรเพราะขนาด Samsung Galaxy S ยังเหมือน iPhone ได้ใจขนาดนั้น

หลายคนคงคิดเหมือนกับผมว่าทำไม Samsung ถึงต้องย่อส่วนงานดีไซน์ลงมาใน Samsung Galaxy Cooper ตัวนี้? เหตุผลง่าย ๆ คือ เร็ว ๆ นี้ Samsung ก็เตรียมเปิดเผย Galaxy S เจเนเรชั่นใหม่ที่มีพลังแรงขึ้นนั่นเอง หากจะขอใช้ของเก่าก็คงไม่ผิดวัตถุประสงค์ใด ๆ

แม้หลายคนจะติว่ามันเล่นง่าย ก๊อป iPhone แต่พอลองนึกถึงราคาแค่ 10,900 บาทกลายเป็นว่าดีไซน์ของมันดูดีไปซะงั้น ฮ่า ๆ ทำไงได้ล่ะก็เจ้า Samsung Galaxy S มันโดนอ่วมอรทัยซะขนาดนี้ นี่พอเป็นมือถือรุ่นเยาว์ โอ้โห ดูไฮโซไปได้เนาะ

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจในวัสดุของ Samsung Galaxy Cooper มีอยู่ 2 ประการ ได้แก่ วัสดุประกอบฝาหลังดูเหมือนดีกว่า Samsung Galaxy S แบบเห็น ๆ เพ่งดี ๆ วัสดุที่ใช้ก็ไม่แตกต่างหรือดีเด่นกว่า Samsung Galaxy S ขนาดนั้น แต่บังเอิญพลาสติกฝาหลังแบบด้าน ๆ ของ Samsung Galaxy Cooper ดันกัดลวดลายพื้นผิวมาดีมากจนหลอกนิ้วสัมผันว่าวัสดุดีมาก

อึ้ง สิครับ Samsung ทำเราอึ้งอีกแล้ว หลังจากเซอร์ไพร์ซกับวัสดุและการประกอบของ Samsung Wave ไปแล้วว่าเหนือชั้นกว่า Samsung Galaxy S ซะงั้น แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบวัสดุกับ LG Optimus One ผมว่าผมชอบความรู้สึกสัมผัสของฝั่ง LG มากกว่านะครับ ฟีลมันนุ่มนวลชวนฝันกว่า

ประการที่สองน้ำหนักตัวเลขของ Samsung Galaxy Cooper มันหนัก 113 กรัมเบากว่า Samsung Galaxy S น้ำหนักที่ 118 กรัม แต่พอถือจริงกลับรู้สึกว่าเบามากกว่าสเปคที่บอกไว้เสียอีกหนา

ส่วนสเปคเครื่องเคราภายใน Samsung Galaxy Cooper ถือว่าโดนใจคนส่วนใหญ่ที่มองหา Android 2.2 อย่างมาก เพราะราคา 10,900 บาทมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นนั่นเอง

จุดเด่นที่เข้าตากรรมการจนถึงขั้นหน้ามืดตามัวไปบ้างคงหนีไม่พ้น CPU ความเร็ว 800 Mhz ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในระดับราคา 1 หมื่นบาท ยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง LG Optimus One ที่มีความเร็ว CPU ระดับ 600 MHz แต่ความเร็วห่างกันแค่ 200 Mhz อาจจะไม่ได้ต่างกันเป็นนัยยะสำคัญมากนักสำหรับมือถือคลาสนี้

หน้าจอของ Samsung Galaxy Cooper มีขนาดใหญ่ระดับ 3.5 นิ้วใหญ่กว่าจอ LG Optimus One นิดนึงที่ 3.2 นิ้ว แต่ขอบอกไว้เลยว่าความสดใสของหน้าจอสีน้อยกว่าที่เราคิดไว้มากทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราชินกับจอสีสดของ AMOLED มากเกินไปหรือเปล่านะครับ

มาดูเครื่องเคราภายในบ้างดีกว่า Samsung Galaxy Cooper ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.2 Froyo ผลลัพธ์คงไม่ต้องพูดกันเลยว่าดีเยี่ยมใช้ได้ ยิ่งผนวกกับ TouchWiz 3.0 UX แล้วก็ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

แต่จุดที่ผิดหวังคงหนีไม่พ้น TouchWiz 3.0 ของมันนี่ล่ะ ดูเหมือนว่า Samsung จะพยายามทำอินเตอร์เฟซเอาใจ Google พอสมควร แทบเรียกว่ามันเป็นอินเตอร์เฟซของ Android ซะ 80% ไปแล้ว เราไม่แน่ใจว่านโยบายเรื่องอินเตอร์เฟซของ Google เริ่มเคร่งครัดแค่ไหนกัน แต่ก็ดูแนวโน้มแล้วว่า Android 2.3 Gingerbread และ Honeycomb

จุดเด่นของมันก็หนีไม่พ้น Social Hub ทั้งหลาย

โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Cooper น่าจะเป็นดาวดวงใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับหมื่นบาทได้ง่ายเอามาก ๆ เพราะมีคู่แข่งเจ๋ง ๆ เพียงแค่หยิบมือหนึ่งเอง ถ้าถามว่ามันเหนือกว่าคู่แข่งชนิดล้ำหน้าเขาไปไกลไหม ก็ขอตอบว่าไม่เพราะมันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากอย่างเป็นนัยยะสำคัญ อีกทั้งคู่แข่งก็มีราคาที่ถูกกว่าเหมือนสมัย Samsung ก็เคยทำราคาถูกกว่า ตอนนี้ต่างกันแค่ Samsung แพงกว่าและมีคุณสมบัติดีกว่านิดนึง

เอาเป็นว่าค่ายไหนที่ยังไม่สามารถจับตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางแล้วก็ควรรีบจับเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะปล่อยให้เกาหลียึดครองแบบเบ็ดเสร็จ แต่ที่แน่ๆ แว่วๆ มาว่าอาจมีลุ้นที่ตัวนี้จะมาขายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็อาจเป็นไปได้ครับ

About Author

shyboy

shyboy

Partners