![]() |
| กรุงเทพฯ 28 มีนาคม 2554 – โนเกียจับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ "Tap That App" เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทย ถือเป็นโครงการ 360 องศาโครงการแรกๆ ในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สายที่สนับสนุนศักยภาพในการแข่งขันของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นของไทย
นายชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือและความต้องการแอพพลิเคชั่นที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ในประเทศทั้งผู้บริโภคทั่วไปและองค์กรธุรกิจ โนเกียจึงมีนโยบายสนับสนุนนักพัฒนาไทยทุกระดับ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นแอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับให้ผู้บริโภคดาวน์โหลดได้จริงผ่าน Ovi Store" พร้อมเสริมว่า "โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชน สนับสนุนนวัตกรรมของไทย และเพิ่มศักยภาพให้กับนักพัฒนาเลือดใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทยในภาพรวม" โนเกียพร้อมด้วยมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งจะจัดตั้ง Mobile Innosphere Center เพื่อเป็นแพลทฟอร์มชั้นเยี่ยมสำหรับนักศึกษาในการร่วมพัฒนาแอพพลิเคชั่นและบริการบนมือถือ พร้อมเปิดประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย ศูนย์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และค้นพบนวัตกรรมสื่อสารไร้สายที่สามารถเปลี่ยนแปลงไลฟสไตล์ได้ โดยนักเรียนและคณาจารย์จากทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจะได้รับการฝึกอบรมด้านการพัฒนานวัตกรรมแอพพลิเคชั่น โดยเทรนเนอร์จากโนเกีย โดยใช้เทคโนโลยีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและเว็บ อาทิ Qt, Java, และ Window Phone หลังการฝึกอบรม นักศึกษาจะได้รับการสนับสนุนในการนำความคิดของตนมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่น ความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นบน Ovi Store ให้ประชาชนทั่วไปได้ดาวน์โหลด มหาวิทยาลัยที่มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดจะได้รับโอกาสแสดงแอพพลิเคชั่นทั้งหมดในงาน Nokia Developer Summit หรือ Nokia Connection ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสสู่อุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายในระดับสากล นักศึกษาและคณาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค การคิดอย่างสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การพัฒนาแอพพลิเคชั่น และการตลาด ซึ่งเป็นประสบการณ์ความรู้ที่หาได้ยาก นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาชาวไทยได้เข้าถึงตลาดโลกผ่าน Ovi Store ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว โครงการนี้จะสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมแอพพลิเคชั่นของไทย ![]() มร.แกรี่ ชาน หัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์นักพัฒนา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้ โนเกีย กล่าวว่า "โนเกียมีพันธะสัญญาในการสนับสนุนนักพัฒนาและระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทย ด้วยความร่วมมือกับนักพัฒนาผู้วางตลาดแอพพลิเคชั่น โอเปอเรเตอร์ และองค์กรทางวิชาการต่างๆ เราจะสร้างระบบนิเวศน์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม มอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นประโยชน์และดีเยี่ยมให้กับผู้บริโภค และสร้างโอกาสมากขึ้นให้กับระบบนิเวศน์การสื่อสารไร้สายของไทย" โครงการ Tap That App จะดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2554 ในประเทศไทย โครงการดังกล่าวยังมีการดำเนินงานในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ |

