![]() |
|
กรุงเทพฯ 11 กุมภาพันธ์ 2554 – โนเกียประกาศกลยุทธ์ใหม่ พร้อมปรับทีมผู้บริหารและโครงสร้างการดำเนินงาน เร่งเครื่องการปฏิบัติงานเพื่อรับการแข่งขันที่ร้อนแรง
กลยุทธ์หลักประกอบด้วย โนเกียวางแผนที่จะร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับไมโครซอฟท์เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ด้านการสื่อสารเคลื่อนที่บนจุดเด่นที่เสริมกันและกัน ระบบนิเวศน์โนเกีย-ไมโครซอฟท์ วางเป้าหมายในการส่งมอบนวัตกรรมที่แตกต่าง มีขีดความสามารถที่ยากจะมีใครแข่งขันได้ มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เข้าถึงทุกภูมิภาค และมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ เมื่อระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟนเป็นแพลทฟอร์มหลักของสมาร์ทโฟนโนเกีย โนเกียจะขับเคลื่อนอนาคตโดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ การเลือกสรรซอฟต์แวร์ ภาษาที่รองรับและขีดความสามารถในการผลิตและเข้าถึงตลาด นอกจากนี้โนเกียและไมโครซอฟท์จะรวมบริการเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น Nokia Maps จะเป็นส่วนสำคัญของบริการเด่นของไมโครซอฟท์อย่าง Bing และ AdCenter แอพพลิเคชั่นและคอนเทนท์ของโนเกียจะผนวกรวมเข้ากับ Microsoft Marketplace ด้วยความร่วมมือดังกล่าว ไมโครซอฟท์จะมอบเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเพื่อให้ง่ายต่อนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากศักยภาพระดับโลกของโนเกีย Symbian จะกลายเป็นแพลทฟอร์มที่เปิดให้บริการในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการลงทุนที่ได้ทำไปแล้ว กลยุทธ์นี้จะสร้างโอกาสในการรักษาและการส่งผ่านผู้ใช้แพลทฟอร์ม Symbian กว่า 200 ล้านคน ทั้งนี้ โนเกียยังคงมีแผนการที่จะขายโทรศัพท์ Symbian อีกกว่า 150 ล้านเครื่องต่อไปในอนาคต ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ MeeGo จะกลายเป็นโครงการระบบปฏิบัติการสำหรับการสื่อสารเคลื่อนที่แบบ open-source โดยมุ่งเน้นที่การสำรวจเพื่อพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารและแพลทฟอร์ม รวมถึงประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคสำหรับยุคหน้า โดยโนเกียยังวางแผนที่จะส่งผลิตภัณฑ์ MeeGoเข้าสู่ตลาดในปีนี้อีกด้วย สำหรับฟีเจอร์โฟน โนเกียจะใช้นวัตกรรมและความแข็งแกร่งในตลาดที่กำลังเติบโตเพื่อเชื่อมต่อผู้คนอีกพันล้านคนให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ทและมอบประสบการณ์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่น ทีมผู้นำของโนเกีย ซึ่งก่อนหน้านี้คือ บอร์ดบริหารของโนเกีย ประกอบด้วย สตีเฟ่น อีลอป, เอสโก อาโฮ, จูฮา อาคราส, เจอร์รี่ ดีวาร์ด, คอลิน ไจลส์, ริช กรีน, โจ ฮาร์โลว, ทิโม อิฮามูโอทิลา, แมรี่ แมคโดเวล, ไค โออิสตาโม, เทโร โอจานเพรา, หลุยส์ เพนท์แลนด์, และนิคลาส ซาแวนเดอร์ ส่วนอัลแบร์โต ตอร์เรส ได้ลาออกจากทีมบริหารนับตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อทำสิ่งอื่นที่น่าสนใจภายนอกบริษัท ทีมบริหารที่ปรับเปลี่ยนใหม่นี้จะเร่งกระบวนการตัดสินใจและปรับปรุงเวลาในการออกผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดยเน้นที่ผลลัพธ์ ความรวดเร็ว และความรับผิดชอบ กลยุทธ์และโครงสร้างการปฏิบัติงานใหม่จะมีผลกระทบสำคัญต่อการปฏิบัติงานและบุคคลากรของโนเกีย
Smart Device: จะรับผิดชอบในการสร้างความเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟน นำทีมโดย โจ ฮาร์โลว โดยหน่วยงานย่อยซึ่งปัจจุบันอยู่ในส่วนของ Mobile Solution จะย้ายไปอยู่ภายใต้ Smart Device ประกอบด้วย Mobile Phone: จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ “เว็บสำหรับพันล้านคน” Mobile Phone จะใช้นวัตกรรมและความแข็งแกร่งในตลาดที่กำลังเติบโตเพื่อเชื่อมโยงผู้คนอีกพันล้านคนและนำพวกเขาไปยังการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่น Mobile Phone จะนำทีมโดย แมรี่ แมคโดเวลล์ Markets: ฝ่ายการตลาดจะรับผิดชอบด้านการขายผลิตภัณฑ์ การตลาดและการสื่อสาร การสร้างสรรค์ระบบนิเวศน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การหาแหล่งผลิต บริการลูกค้า การผลิต ระบบไอทีและลอจิสติกส์ของทุกผลิตภัณฑ์ของโนเกีย นำทีมโดย นิคลาส ซาแวนเดอร์ Service and Developer Experience: จะรับผิดชอบบริการต่างๆ ของโนเกียทั่วโลก มอบข้อเสนอให้กับนักพัฒนา NAVTEQ: เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ location และโฆษณาของโนเกีย ซึ่งจะนำทีมโดยลาร์รี่ แคพแพลน และยังคงมีการดำเนินงานที่เป็นอิสระ Legal and Intellectual Property: ฝ่ายกฏหมายและลิขสิทธิ์ทางปัญญา นำโดย หลุยส์ เพนท์แลนด์ Nokia Siemens Networks: ยังเป็นส่วนหนึ่งโนเกียกรุ๊ป โดยดำเนินงานเป็นอิสระ |
