|
ผมสงสาร Nokia 2700 Classic เป็นอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ มีกระแสเรียกร้อง ถามหาถึงแต่ Nokia 2730 Classic ทั้งที่ถ้าว่ากันที่สเปกล้วนๆแล้ว มันแทบไม่ต่างกันเลยสักนิด จนทำให้ผมคิดว่า Nokia สิ่งที่ทั้งคู่ต่างกันล่ะ มีอะไรบ้าง ผมเลยสรุปให้เป็นข้อๆให้ รวมถึงเนื่องจากคนใกล้ตัวของทีมงานท่านหนึ่ง ใช้ 2700 Classic แล้วเราไปพบกันอย่างบังเอิญบนรถไฟฟ้า (มาหานะเธอ เอิ้กก ไรเนี่ย – -‘) การถ่ายรูปประกอบในครั้งนี้อาจจะดูมึนๆเบลอๆกันไปสักนิด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ
– เส้นสายด้านหน้าเครื่อง 2700 Classic จะมีเส้นแบ่งระหว่างจอกับปุ่มที่ชัดเจน แต่ในขณะที่ 2730 Classic จะเหมือนกับเส้นสาย Nokia 6700 Classic ที่ใช้โทนสีเงินตัดดำ ![]() – ด้านบนของ 2700 Classic จะมีทั้งช่องสายเดต้าลิงค์ ที่ชาร์จ หูฟัง แต่ในขณะที่ 2730 Classic จะมีแค่ที่ชาร์จกับหูฟัง ![]() – ด้านขวาของ 2700 Classic จะเป็นช่องใส่ MicroSD แต่ด้านขวาของ 2730 Classic จะเป็นช่องสายเดต้าลิงค์ ![]() – ด้านซ้ายของ 2700 Classic จะเรียบๆ แต่ของ 2730 Classic จะมีช่อง MicroSD ![]() – ด้านหลังของเครื่อง กรอบล้อมหน้ากล้องของ 2700 Classic จะเป็นพลาสติกสีดำ ส่วน 2730 Classic จะเป็นเงินโครเมียม – ความจำในเครื่องของ 2730 Classic มี 32 MB แต่ 2700 Classic มี 64 MB – น้ำหนักตัวเครื่องของ 2730 Classic อยู่ที่ 87.7 กรัม ส่วน 2700 Classic อยู่ที่ 85 กรัม – Nokia 2730 Classic รองรับความถี่สัญญาณ 3G 900/1900/2100 MHz ส่วน 2700 Classic ไม่รองรับ 3G ![]() ถ้าจะให้ว่ากันตรงๆในภาพรวมแล้ว ในเรื่องเมนู การใช้งาน และสัมผัสที่ได้จากการใช้งาน แทบจะไม่มีอะไรต่างจาก 2700 Classic เลยสักนิด ทำให้ผมพอมีข้อสรุปกับคุณผู้อ่านได้แค่เพียงว่า “ซื้อตามหน้าตาที่ชอบได้เลยครับ” เพราะสิ่งที่เพิ่มมาหลักๆอย่าง 3G ย่าน 2100 MHz ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะได้ใช้ในประเทศไทยในเร็ววันนี้ ทำให้ที่เหลือ อยู่ที่หน้าตาแล้วว่า ถูกใจตัวไหนมากกว่าครับ เนื่องจากคุณสมบัติของเครื่อง และความสามารถแทบไม่แตกต่างกัน ผู้อ่านสามารถอ่านรีวิวของ Nokia 2700 Classic ได้เลยครับ ที่ https://techmx.net/show.php?id=4589
|






