|
ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่นักศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยจะได้ฝึกงานกับบริษัทชั้นนำ โดยเฉพาะบริษัทที่ให้บริการด้านโทรคมนาคม จนกระทั่ง ‘ผู้ใหญ่ใจดี’ อย่าง ‘ดีแทค’ หรือ ‘บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น’ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเปิดเวทีแห่งโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ ‘ลองดีกับดีแทค’
‘ลองดีกับดีแทค’ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้นักศึกษาไทยได้รับโอกาสในเรียนรู้การทำงานจริงภายใต้ระบบการทำงานขององค์กร เพื่อเปิดประสบการณ์ก่อนจะได้ลงสนามการทำงานจริงในอนาคต ‘คุณวิทวัส อัศวนภากาศ’ Supervisor Fun Strategist – People Group บอกว่า หลังจากเปิดตัวโครงการไป ปรากฏว่ามีนักศึกษาจำนวนกว่า 300 คน ให้ความสนใจโดยส่งประวัติเข้ามา ซึ่งหลังจากการคัดเลือก ทดสอบ และสัมภาษณ์ ในที่สุดก็ได้นักศึกษาทั้งหมดจำนวน 30 คนเข้ามา ‘ลองดี’ สองคนในจำนวนนั้นคือ ‘แบงค์’ สุเมธ คูรศิริกุล และ ‘นิดนก’ พนิตชนก ดำเนินธรรม ทั้งคู่พร้อมแล้วที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ดีๆ จากการลองดี (กับดีแทค) ให้เราฟังด้วย
“เริ่มต้นจากอยากฝีกงานค่ะ แต่คิดอะไรไม่ออกก็เลยคลิกที่กูเกิ้ลว่า นักศึกษาฝึกงาน” ‘นิดนก’ พนิตชนก ดำเนินธรรม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาพยนตร์และการถ่ายภาพ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงที่มาแรกก่อนการเข้ามาร่วมลองดีกับดีแทค “ได้มาเจอโครงการลองดีกับดีแทคนี่ต้องเรียกว่าเป็นดวงมาก เพราะตอนที่เจอนั้นเหลืออีกแค่ 4 วันก็จะหมดเขตรับสมัครแล้ว แถมตอนจะส่งโพรไฟล์แนะนำตัวเองเข้ามาสมัครก็ไม่ราบรื่นอีก มีเหตุการณ์ คือตั้งใจว่าจะส่งมาเป็นคลิป เพราะตัวเองเรียนทางด้านฟิล์ม แต่พอจะทำจริงปรากฏว่าโปรแกรมดันเสีย ทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปีไม่เสีย ก็เลยต้องวิ่งแจ้นไปหาเพื่อนคนนั้นคนนี้ วุ่นวายเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ได้เป็นผลงานออกมา”
ประสบการณ์คือโอกาสทอง เมื่อประตูแห่งโอกาสทองเปิดขึ้น ‘แบงค์’ สุเมธ คูรศิริกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็เป็นอีกคนที่ไม่ยอมพลาดและคว้าโอกาสนั้นไว้ด้วย “วันนั้นแบงค์นั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เห็นข่าวโครงการลองดีกับดีแทคในทีวีครับ ที่สนใจก็เพราะว่าภาควิชาที่เรียนอยู่บังคับให้ต้องฝึกงาน แล้วสิ่งที่เรียนอยู่ก็ตรงกับความเป็นดีแทคซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารชั้นนำด้วย ตอนนั้นส่งใบสมัครเข้ามาด้วยเขียนจดหมาย เขาจะมีโจทย์ให้ว่าทำไมถึงอยากเข้ามาฝึกงานที่นี่ ฝึกแล้วคาดว่าจะได้อะไรกลับไป ก็เขียนเข้ามาโดยอิงจากโฆษณาชุด feel goood ที่ดีแทคปล่อยออกมา ตัวเองชอบโลโก้กับข้อความที่ว่า feel goood มันเป็นคำที่มีความหมายมากๆ เห็นโฆษณาแล้วเราก็รู้สึกดีด้วย เลยคาดหมายว่าการได้เข้ามาฝึกงานที่นี่จะเป็นเรื่องดีที่ทำให้เรารู้สึก feel goood เช่นกัน” แต่กว่าผ่านด้านสุดโหดเข้ามาเป็น 1 ใน 30 คน ได้ ทุกคนก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก คุณวิทวัส บอกว่า นักศึกษาจำนวนกว่า 300 คน จะถูกคัดเลือกจากประวัติที่ส่งเข้ามา หลังจากนั้นก็เข้ามาทำกิจกรรมกลุ่มกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับทัศนคติ เพื่อดึงความเป็นตัวตนเขาออกมา และเหลือเพียง 30 คนสุดท้ายในท้ายที่สุด
“มีโจทย์สนุกๆ หลายโจทย์ในวันคัดเลือก มีโจทย์หนึ่งเป็นเรื่องของการจัดงานแต่งงาน” นิดนกบอกเล่าประสบการณ์ในวันคัดเลือก แบงค์เสริมว่า “เราถูกสมมติให้ต้องเป็นออร์กาไนซ์เซอร์จัดงานแต่งงาน แล้วก็ครีเอทว่าจะทำงานแต่งงานนี้ออกมายังไง จัดที่ไหน มีอะไรในงานบ้าง และโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นๆ ตรงไหน” โจทย์เหล่านั้นกำหนดขึ้นตามจุดมุ่งหมายที่คุณวิทวัส บอกว่า “เราต้องการดึงความเป็นตัวของเขาออกมา เพื่อให้ทราบว่าเขาเข้ากับองค์กรของเราได้แค่ไหน”
เมื่อการคัดเลือกผ่านไป สิ่งที่น่าตื่นเต้นและท้าทายกว่าที่รอคอยอยู่ก็คือ การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดีแทค ซึ่งตัวแทนนักศึกษา 30 คนเหล่านี้ก็จะได้เข้ามาเรียนรู้เพื่อเดินทางไปสู่สนามจริงของพวกเขาด้วย “ก่อนที่จะเข้ามาเป็นช่วงที่ดีแทคลอนช์โฆษณาชุด feel goood ทุกคนเห็นก็ต้องรู้สึกเหมือนกันว่าโฆษณาชุดนี้น่ารัก เรารับรู้ว่าดีแทคเขา feel goood แล้วเราก็เป็นคนประเภทนั้นอยู่แล้ว เราก็เลยคาดหวังว่าถ้าได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเขาแล้ว เราก็น่าจะมีความสุขตามไปด้วย ปรากฏว่าพอเข้ามาจริงๆ แล้วที่สุดของความสุขเลยค่ะ (หัวเราะ)” นิดนกหัวเราะอย่างมีความสุขไปกับประสบการณ์ใหม่ที่เธอได้รับ ก่อนพูดเสริมว่า “หนูได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยนะ วันแรกที่เข้ามาก็เริ่มต้นด้วยความสนุกแล้ว ที่จริงมันเป็นวันปฐมนิเทศ แต่ก็มีเล่นเกม มีกิจกรรมแรลลี่ในตึก ฝึกงานที่อื่นคงไม่มีแบบนี้หรอก แต่ที่นี่สนุกมากๆ ซึ่งมันทำให้เราก็สนิทกับเพื่อนๆพี่ๆ ด้วย
หนูได้ไปฝึกในฝ่ายมาร์เกตติ้งของแฮปปี้ ทำโปรเจคทดลองอยู่ช่วงหนึ่ง ต้องทำหน้าที่สมมติเป็นลูกค้า ซึ่งสนุกสมชื่อความเป็นแฮปปี้คะ แล้วก็มีโอกาสได้ลองทำก็อปปี้ไรเตอร์ด้วย ส่วนผลงานที่ปลื้มมากที่สุดก็คือได้มีโอกาสออกแบบหน้าเวปของการดาวน์โหลดใน www.happyvirus.com ตอนทำก็ต้องประสานกับพี่ในฝ่ายต่างๆ ทั้งพี่คนทำเวป และพี่ๆ ฝ่ายกราฟิก พองานออกมาเป็นรูปเป็นร่างก็เป็นปลื้มมาก!! ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ นอกจากนี้ก็จะมีเขียนบทความไปลงใน Seventeen บ้าง ได้ทำงานในฐานะตากล้องถ่ายตามงานต่างๆ แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ประทับใจที่สุด คงจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระว่างกัน บริษัทอะไรจะสนุกได้ปานนี้ (หัวเราะ)” เช่นเดียวกันกับที่ความประทับใจที่แบงค์ได้รับในการเข้ามาลองดีครั้งนี้คือ “แบงค์ได้ความรู้สึกดีๆ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ เรารู้สึกว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ แล้วเราก็มีตัวตน เคยมีโอกาสได้คุยกับคุณซิคเว่ คุณซิคเว่ก็ถามว่ามาฝึกงานที่นี่เป็นยังไง มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง จะได้เอาไปปรับปรุง แบงค์ว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเรานะ ตอนที่เข้ามาแบงค์มีโอกาสเข้ามาอัพเดตฐานข้อมูล ได้ออกฟิลด์ ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่น้อยคนนักที่จะได้เข้าไป รู้สึกว่าตัวเองได้ทำงานจริงๆ ไม่ใช่แค่เข้ามาแล้วมีหน้าที่แค่ถ่ายเอกสารอย่างเดียว (หัวเราะ)
แบงค์ว่าการเราได้รับโอกาสให้เข้าตรงนี้เราได้อะไรมากกว่าคิดนะ ที่จริงไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้เข้ามาได้เลย อยากให้ปีหน้าเพื่อนๆ น้องๆ ที่คิดอยากจะฝึกงานฝึกงานด้วยความรู้สึกว่าอยากทำ ไม่ใช่โดนบังคับให้ทำ ถ้าคุณทำด้วยความอยาก คุณจะพร้อมที่จะเรียนรู้ อีกอย่างคือควรทำตัวเป็นแก้วเปล่าที่พร้อมจะเติมเต็ม แล้วคุณจะได้มากกว่าความรู้กลับไป” “อย่าลืมเตรียมตัวมาพบความสนุกด้วยคะ” นิดนกกล่าวติดตลกท้าย แต่การทิ้งท้ายของเธอว่าน่าจะหมายถึงความสนุกที่มาพร้อมการเปิดประสบการณ์และมุมมองการทำงานจริงด้วย แน่นอนว่า ‘ยกสอง’ ของการเข้ามาลองดีกับดีแทคก็จะมีขึ้นอีกครั้ง
“ต้นปี 2552 เราจะมีโครงการนี้อีกแน่นอนครับ ซึ่งโครงการลองดีกับดีแทคปีที่ 2 เราจะเปิดรับสมัครเร็วขึ้น ส่วนวันเวลาจะเป็นวันไหนนั้น ทางดีแทคจะประชาสัมพันธ์อีกครั้งอย่างเป็นทางการครับ” คุณวิทวัสกล่าว “ที่จริงจุดมุ่งหมายหนึ่งที่เราให้น้องๆ เข้ามาฝึกงานกับดีแทคก็คือ เราอยากให้พวกเขาได้รับทั้งความรู้และความสุขกลับไป ถ้าเขาเข้ามาแล้วกลับไปพร้อมความสุข เขาก็จะไปบอกกล่าวกับคนอื่นๆ ว่าเขาเข้ามาแล้วมีความสุข ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเราประสบความสำเร็จขั้นหนึ่งแล้วนั่นเอง”
สามารถติดตามเรื่องราวการฝึกงานโครงการ "ลองดีกับดีแทค" ปีสอง ได้ที่ https://techmx.net/show.php?id=4856 นะครับ ^ ^
|








