คุยเฟื่องเรื่อง Mac(intosh) ตอน ระบบปฏิบบัติการ Leopard

โดย mchaw | 2 กุมภาพันธ์ 2551 เมื่อ 09:42 น. | อ่าน 350

นอกจากความสามารถในด้าน Quick View ที่นับเป็นทีเด็ดแล้ว อีกความสามารถหนึ่งที่นับว่าเป็นสุดยอดใน Leopard ก็คือ Time Machine ชื่อก็บอกแยู่แล้วนะครับ ว่าเราสามารถย้อนเวลาไปได้ โปรแกรมนี้ใช้สำหรับการ Backup ข้อมูลต่างๆใน Hard Disk ของเรา และยังสามารถ Restore ข้อมูลกลับมาได้อย่างง่ายๆ หลักการทำงานของ Time Machine ก็ไม่ยากครับ ขอเพียงเรามี External Hard Disk หรือ ฮาร์ดดิสแบบต่อภายนอก ต่อเข้ากับ Mac จากนั้น โปรแกรม Time Machine จะถามว่าต้องการใช้ Hard Disk ลูกนี้กับ Time Machine หรือไม่ ก็กด Yes ไป เท่านี้โปรแกรมจะทำสำรองข้อมูลให้เรียบร้อย โดยเราไม่ต้องไปยุ่ง ทำงานของเราไปตามปกติ ในครั้งแรกอาจใช้เวลาในการทำสำรองนานหน่อยครับ ขึ้นกับข้อมูลในเครื่อง Mac ของเรา จากนั้น ต่อไป ทุกชั่งโมง เจ้า Time Machine จะตรวจความแตกต่างของข้อมูลและทำสำรองไว้ให้ เมื่อเราเกิดไฟลบไฟล์บางไฟล์ไปแล้ว เช่น ในโฟลเดอร์รูปภาพ เราเกิดไปลบภาพที่ต้องใช้ไป 1 ภาพ ลงถังขยะและลบถาวรไปแล้ว ต้องการไฟล์ดังกล่าวเพียงไฟล์เดียวกลับมา ก็ให้เปิดหน้าต่างโฟลเดอร์ดังกล่าว และกดที่ไอคอน Time Machine ระบบจะทำการเปิด หน้าต่าง Time Machine ซึ่งจะเป็นลักษณะของโฟลเดอร์ที่เราเปิดค้างไว้ เรียงตามระยะวลาจากล่าสุดไปถึงครั้งแรกที่เราทำสำรองข้อมูลไว้ เราก็เลือกย้อนกลับไปยังหน้าต่างในอดีต เช่นของเมื่อวานจะเห็นไฟล์ที่ต้องการ ให้คลิกเลือกไฟบล์นั้น และเลือก Restore กลับมา เท่านี้ไฟล์ดังกล่าวก็จะกลับมาให้เราได้ใช้งานอย่างง่ายๆครับ ยังสามารถใช้กับไฟล์ Application ต่างๆได้ด้วยนะครับ�

สำหรับการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ใน Mac จะมีการติดตั้งอยู่ 2 แบบ คือ แบบที่เวลาเราโฟลดไฟล์ิติดตั้งมาแล้ว สามารถที่จะนำไอคอนของโปรแกรมใส่ลงใน โฟลเดอร์ Application ได้เลย อีกแบบคือแบบที่ต้องติดตั้งตามขั้นตอน คล้ายใน Windows และสามารถลากไอคอนจากโฟลเดอร์ Application มาไว้ที่ Dock เพื่อเป็นคีย์ลัดในการเรียกใช้งานโปรแกรมครับ หากต้องการลบคีย์ลัดออกจาก Dock ก็แค่ลากไอคอน ออกนอก Dock ก็จะหายไป เองครับ�
อีกความสามารถหนึ่งคือ Spaces ซึ่งสามารถที่จะเลือกหน้าจอได้เป็น 4 หน้าต่างขึ้นไป เช่น เวลาที่เราเปิดโปรแกรมหลายๆโปรแกรมซ้อนทับกันบนหน้าจอเดียว อาจดูรก แต่ไม่อยากจะปิดโปรแกรมหรือซ่อนโฟรแกรมนั้นๆ เราก็เลือกคำสั่ง Spaces เบื้องต้นเราจะเห็นหน้าจอแบ่งเป็น 4 ส่วน จากนั้น เราก็คลิกลากโปรแกรมที่ซ้อนกันแยกไว้คนละหน้าต่าง จากนั้นก็เลอืกหน้าต่างที่เราต้องการทำงาน และหากต้องการเเลื่อนเปลี่ยนหน้าต่างก็เพียงกด Ctrl+ลูกศรทิศทาง เพื่อเปลี่ยนไปยังหน้าต่างอื่นๆได้โดยง่ายครับ
หรือหากไม่ต้องการเปิด Spaces แต่อยากดูว่า มีโปรแกรมหน้าต่างใดๆซ้อนกันอยู่บ้างอย่างรวดเร็วก็เพียง กด F9 หรือ กดปุ่มด้านข้างของเม้าส์พร้อมๆกัน คำสั่ง Expose จะถูกสั่งการ ทำให้หน้าต่างที่ซ้อนกัน ย่อลงเป็นหน้าต่างขนาดเล็กและกระจายอยู่ในหน้าจอโดยไม่ทับกัน สามารถเลือกดูได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ

สำหรับข้อด้อย หรือ Bug ใน ระบบปฏิบัติการ Lepard ก็ยังคงมีให้เห็น ดังเช่นระบบปฏิบัติการใหม่ๆที่เปิดตัวทั่วไปครับ ณ ปัจจุบันขณะที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ก็ได้มีอัพเดทมาเป็น 10.5.1 แก้ Bug มาหลายส่วน แต่โดยรวมก็นับว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ดี แต่ก็ยังคงต้องมีการอัพเดทต่อไปอีกในไม่ช้าครับ เพราะสมัยเจ้า Tiger นี่ ก็มีตั้งแต่ 10.4.1 ถึงล่าสุดก็ 10.4.11 ไปแล้วครับ
เอาละครับ ผมขอเขียนให้อ่านคร่าวๆ แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ อันที่จริงมีคุณสมบัติที่ทาง Apple คุยว่า เพิ่มขั้นมาจาก สมัยเป็น Tiger อยู่กว่า 300 คุณสมบัติ แต่ที่เด่นๆก็ที่แนะนำกันข้างต้นนี้เป็นตัวอย่างครับ เท่านี้อาจทำให้คุณผู้อ่านเปลี่ยนใจอยากได้ Mac สักเครื่องมาใช้งานก็เป็นได้ เอาเป็นคราวหน้าจะมาคุยเรื่องของ Mac ให้ฟังอีก ส่วนจะเป็นเรื่องใดนั้น ก็คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับ รับรองว่า น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน ฉบับนี้ขอลาไปก่อน ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านสุขภาพแข็งแรงตลอดปีครับ ขอบุญรักษาทุกท่านครับ /mchaw

หมายเหตุ:- คุณผู้อ่านสามารถหาข้อมูลระบบปฏิบัติการ Leopard เพิ่มเติมได้ที่�http://www.apple.com�ครับ

About Author

mchaw

mchaw

Partners