![]() |
|
กรุงเทพฯ 11 ธันวาคม 2552 – ดร. เบง เทค เลียง (ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ บิสิเนส บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมผู้จัดการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าองค์กร ประกาศทิศทางและกลยุทธ์การเจาะตลาดลูกค้าองค์กรประจำปี 2553 ด้วยผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการใหม่ล่าสุดสนับสนุนองค์กรธุรกิจต่างๆ ให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมปรับขยายและลดการดำเนินงานให้ตรงตามความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนและคาดการณ์ได้ยาก พร้อมเผยผลประกอบการทั่วโลกของปีงบประมาณ 2552 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เอชพีมีรายได้สุทธิคิดเป็น 114,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นใหม่ของเอชพีที่เปิดตัวในวันนี้ มีคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้ –ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน – ผลิตภัณฑ์ HP Neoview Advantage คือ แพลทฟอร์มคลังข้อมูล HP Neoview ระดับองค์กร ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญเจาะลึกแบบเรียลไทม์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจทางธุรกิจ เพิ่มแต้มต่อทางการแข่งขัน และลดความเสี่ยงด้วยการบริหารจัดการข้อมูลทางธุรกิจ – ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ – เร่งระยะเวลานำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดต้นทุนที่เกิดจากการสูญเสียเวลา โอกาส และความพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะทางของลูกค้าได้อย่างตรงจุด – มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง – สามารถปรับคืนสู่สมรรถนะการทำงานสูงสุดโดยนำเสนอระบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวก (HP Converged Infrastructure) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการกระจายตัวอย่างไร้ระเบียบของระบบไอที (IT Sprawl) นอกจากนี้ เอชพีได้เปิดตัวบริการ HP Converged Infrastructure Consulting Services ซึ่งเป็นบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งและใช้งาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนจาก สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการสร้างระบบด้วยตนเอง หน่วยธุรกิจ HP Enterprise Services มีบริการ IT outsourcing แบบครบวงจรในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานแบบ HP Converged Infrastructure โดยลูกค้าองค์กรต่างๆ สามารถใช้บริการ outsource ทั้งระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานเพียงบางส่วนที่เหมาะสมตามความต้องการในการใช้งาน ในด้านการดำเนินงาน เอชพีประมาณการรายได้ตลอดปีงบประมาณ 2553 เท่ากับ 118,000 – 119,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากประมาณการของปีงบประมาณ 2552 ที่เท่ากับ 117,000 – 118,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งยังคาดว่า จะมีกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลดที่คำนวณตามหลักการบัญชี GAAP หุ้นละ 3.65 – 3.75 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากหุ้นละ 3.60 – 3.70 เหรียญสหรัฐที่ได้ประมาณการไว้ในปีที่ผ่านมา และเมื่อไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชี GAAP กำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลดในปีงบประมาณ 2553 คาดว่าจะเท่ากับหุ้นละ 4.25 – 4.35 เหรียญสหรัฐ ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้ประจำไตรมาสของเอชพี รวมทั้งบทวิเคราะห์การเงินและรายได้ สามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซด์ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของเอชพี www.hp.com/investor/home |
