![]() |
| จากภาพ: นายชลิต ลิมปนะเวช (ที่ 2 จากขวา) ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ในคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย ร่วมกับนายพีระพงษ์ กลิ่นละออ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด โครงการทำดีทุกวันจากดีแทคในความร่วมมือเพื่อรณรงค์เชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ร่วมใจกันสร้างบุญเพิ่มกุศล ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ได้ทุกวันที่สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ
นายพีระพงษ์ กลิ่นละออ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า โครงการทำดีทุกวันจากดีแทคเรียนเชิญลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ ทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงของเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยดีแทคได้ร่วมมือกับสภากาชาดไทยรณรงค์ร่วมใจกันบริจาคโลหิตเพื่อสำรองไว้ สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้เพียงพออย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โลหิตที่ต้องการ แยกเป็นประเภทตามหมู่โลหิต โอและบี อย่างละ 30% หมู่โลหิตเอ 25% และ เอบี 15% ผู้บริจาคโลหิตต้องมีอายุ 17-70 ปี น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป การเตรียมตัวบริจาคควรนอน หลับพักผ่อนให้เพียงพอ มีสุขภาพสมบูรณ์ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาใดๆ ก่อนบริจาคควรรับประทานอาหารมาก่อน และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีไขมัน งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาค พร้อมงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี สำหรับสุภาพสตรีต้องไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร การบริจาคโลหิตแต่ละครั้งอยู่ในช่วงระยะ 3 เดือน พญ.สร้อย สอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า เนื่องจากสภาวะความต้องการโลหิตทุกหมู่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ประกอบกับจำนวนผู้ป่วยทุกโรงพยาบาลที่เพิ่มสูงมากขึ้นทำให้ปริมาณโลหิตที่ สำรองอยู่อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีความจำเป็นที่สภากาชาดไทยต้องออกมารณรงค์อย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันความต้องการโลหิตของผู้ป่วยทุกหมู่ในแต่ละวัน อยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 ยูนิตต่อวัน ทั้งนี้ ในความร่วมมือดังกล่าว ดีแทคจะดำเนินการส่งข้อความรณรงค์ผ่านทาง SMS ถึงลูกค้าในระบบดีแทคแบบสุ่มทุกวันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนรับทราบและสะดวกในการเตรียมตัวพร้อมบริจาคโลหิต ซึ่งสามารถทำได้ตลอด ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเจาะจงเป็นเทศกาลสำคัญใดๆ “การ บริจาคโลหิต นอกจากจะเป็นการสร้างบุญกุศลต่อตัวเอง ได้มีโอกาสช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาค โดยหากบริจาคได้ทุกๆ 3 เดือนจะเหมือนกับเป็นการตรวจร่างกายและเช็คสุขภาพของตนเองเป็นประจำด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ผิวพรรณผ่องใส แถมยังเป็นการร่วมใจกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของปวงชนชาวไทยอีกประการหนึ่ง” นายพีระพงษ์กล่าว ที่ผ่านมา ดีแทคได้มีการรณรงค์ให้พนักงานร่วมบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทยอยู่แล้วเป็น ประจำ และเพื่อให้โครงการขยายโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปร่วมใจกันทำดีด้วย วิธีง่ายๆ นี้ จึงได้ร่วมรณรงค์เพิ่มขึ้นจากการสื่อสาร โดยหลังจากนี้ ดีแทคและสภากาชาดไทยจะทำเป็นข้อความ “ส่งบุญ” ส่งเป็นคลิปวิดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ MMS อีกด้วย ผู้ ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ประสงค์จะร่วมใจทำดีโดยการบริจาคโลหิต สามารถบริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ และสาขาบริการโลหิต 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลตำรวจ และวชิรพยาบาล สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถบริจาคได้ที่ โรงพยาบาลประจำจังหวัด(ทั่วประเทศ) ผู้ สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 0 2256 4300, 0 2263 9600 ต่อ 1760,1761 หรือสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน แฮปปี้สเตชั่น ที่หมายเลข 1677 |
