![]() |
|
ถ้านึกถึง แฟชั่นโฟน ใครๆก็ต้องนึกถึง NOKIA 7 series กันแทบทั้งนั้นเจ้านี้โดดเด่นที่การผนวกรูปร่างที่ตีความจากแนวคิดที่อ้างอิงถึงรูปธรรมและนามธรรมต่างๆในโลกเข้ากับเทคโนโลยีที่ไม่ล้าสมัยและล้ำยุคเกินไปเสียจนผู้ใช้เกิดความไม่พอดีในการใช้ ซัมซุงเป็นอีกเจ้าที่ขยันทำแฟชั่นโฟนไม่ขาดสายรุ่นที่ดังมากๆก็เจ้า E700 นั่นไงครับ ถึงปัจจุบันนี้กระแสตอบรับของแบรนด์นี้ในไทยออกจะเงียบเหงา แต่ก็ถือว่ารักษาจุดยืนทำมือถือเทคโนโลยีผสมแฟชั่นได้กลมกลืน ถ้าจะเอาแปลกแยกอย่างสุดขั้ว ตระกูล Xelibri (ชื่อเจ๋งมากๆ) ชองซีเมนส์ ยังจัดเป็นตำนาน แฟชั่นโฟนของโลกก็ว่าได้ด้วยการ ออกจากกรอบทฤษฎีเออร์โกโนมิคกับการใช้โทรศัพท์ปกติอย่างสิ้นเชิง พร้อมรูปร่างที่พิสดารแปลกตาสุดๆ แต่ฟังก์ชันสมัยที่มันออกมา จัดว่า แย่กว่ามือถือ มิดเอนด์เสียอีก รวมๆกันแล้วการตอบรับไม่ดีเอามากจนต้องยุบแบรนด์นี้ทิ้งไป โลกของแฟชั่นโฟนยังไม่หมดมาดูอีกเจ้าหนึ่งที่หลายๆคนไม่รู้จักในนามผู้ผลิตมือถือ แต่รู้จักในนามผู้นำเทรนด์แฟชั่น “ELLE”
ELLE (ผู้เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า แอลล์ อ้าปากกว้างๆ แบบเดียวกับป้า WORK หน่อยละกันนะครับ เพราะจะออกเสียงถนัดมั่กๆ และล่าสุด วันที่ 26 ตุลาคม 2005 ภาระกิจล่าสุดที่นึกไม่ถึงว่าจะร่วมสังฆกรรมกับชาวฮัลโหลแบบต้อนรับช่วงหน้าหนาวซะด้วย นั่นคือการออกมือถือแฟชั่นของตนเองเสียด้วยภายใต้แบรนด์เนมว่า “ELLE GLAMPHONE No.1 by ALCATEL” อู้หู เมื่อยักษ์แห่งแฟชั่นพบปะกับยักษ์แห่งการสื่อสาร(ถึงแม้ TCL จากจีนจะฮุบไปแล้วก็ตาม)ร่วมกันรังสรรค์ด้วยแนวคิดมือถือเพื่อคุณทะเฮอ (เธอ+HER) ประกายความลงตัวระหว่างเพศหญิงและการสื่อสารอย่างโดดเด่น จนให้นิยามว่า “จิวเวลลี่คุยได้”สวยงามไม่ต่างจากเครื่องประดับระดับหรู ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่สดและสะท้อนละม้ายลิปสติกที่แวววาวบนริมฝีปาก ออกแบบชิ้นส่วนที่ละมุนมือขนาดตัวไม่ใหญ่ วัสดุดี รูปทรงคลาสสิค หน้าจอด้านในเป็นกระจกแต่งหน้าได้ เป็นต้น ไม่ใช่มือถือทรงพื้นๆแบบน่าเบื่อเหมือนแต่ก่อน ซึ่งหญิงอินเทรนด์บางท่านคงต้องการอย่างนั้นเสียด้วย |
