![]() |
|
ไม้เบื่อไม้เมากับ AIS ดัง Coke กับ PEPSI นั่นเลยทีเดียวก็ว่าได้ครับ DTAC คือธุรกิจที่เริ่มต้นในด้านเกี่ยวกับการสื่อสารไร้สายตั้งแต่สมัยวิทยุคลื่นสั้น และใช้ในราชการมาอย่างยาวนาน ในเครือของ UCOM ในตระกูล เบญจรงคกุล ซึ่งได้รับสัมปทาน มาทำมือถือในระบบอนาล็อก World Phone 800 ซึ่งได้รับสัมปทานจาก CAT ในสมัยนั้น (ได้รับสัมปทานหลัง Cellular900 ของ AIS) ซึ่งก็เริ่มทำการตลาดอย่างรวดเร็ว และได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานอยู่พอสมควร ในช่วงแรกเลขหมายไม่มี 01 นำหน้า แต่ใช้เหมือนกับโทรศัพท์บ้าน คือหมุนจากเบอร์บ้านให้แค่เลข 7 ตัวเท่านั้น( ก่อนสมัยนำ 02 มาใช้งานครับ) แต่ด้วยความที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งการโทรออก และรับสายในช่วงแรก ทำให้ World Phone 1800 เติบโตได้ช้ากว่า Cellular900 จนตอนหลังก็ได้รับการออกเลขหมายในแบบเดียวกันโดยเริ่มใช้ 01 นำหน้า และเก็บค่าบริการเฉพาะการโทรออกอย่างเดียว ก็เลยมาตีตื้นได้บ้าง ต่อมาก็ได้รับสัมปทานในระบบ GSM เช่นกัน โดยทำตลาดในชื่อ World phone 1800 ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เป็นระบบ 1800 MHz ความครอบคลุมของเครือข่าย ต่อการตั้งสถานีฐาน 3 แห่ง จะเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกับ การตั้งสถานีฐานของ 900 MHz ที่ตั้งเพียง 1 สถานี ดังนั้น การขยายเครือข่าย แม้ว่าจะตั้งสถานีฐานมากอย่างไร ก็ไม่อาจทันค่าย AIS ที่ตั้งจำนวนเท่ากันแต่ได้พื้นที่ครอบคลุมมากกว่า จึงถือว่าในการใช้งานด้านความครอบคลุมยังคงเป็นที่เสียเปรียบอยู่เสมอมา แต่ก็มีข้อดีคือ ในพื้นที่เดียวกัน ระบบ 1800 จะรองรับการใช้งานโทรพร้อมๆกันได้มากกว่า เนื่องจากสถานีฐาน ที่มากกว่าและส่งผลถึงช่องสัญญาณที่มากกว่านั้นเองครับ และยังมีความได้เปรียบในเรื่องของการใช้งาน GPRS เนื่องจากช่องสัญญาณที่มากกว่า ทำให้สามารถกันไปใช้งานในระบบ GPRS ซึ่งโดยทั่วไปหากใช้เปรียบเทียบกันแล้ว GPRS ของ DTAC จะเร็วกว่าอยู่บ้างครับ ในปี 2541 ก็ต้องประสบกับภาวะล่อแหลมทางการเงิน จากการลอยตัวค่าเงินบาทของรัฐบาล ทำให้ต้อหาพันธมิตร จากต่างประเทศมาช่วย ซึ่งก็ได้บริษัท นอร์เทลมาร่วมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ และก็ได้เปลี่ยนจาก World Phone 1800 มาเป็น DTAC ส่งผลให้ มี CEO ร่วม 2 ท่านตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และต่อมาก็ออกโปรโมชั่นที่เร้าใจมากทีเดียวนั้นคือ Dpackage ที่ผู้ใช้งานจะเสียค่าโทรเป็นรายนาทีที่เท่ากัน ไม่ได้แบ่งว่า โทรภาคกลาง 3 บาท โทรข้ามเขต 8 บาท และ 12 บาท ตามลำดับอีกต่อไป และเป็นผู้นำในการคิดค่าโทรแบบ วินาที ซึ่งก็นับว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย รวมทั้งยังเป็นผู้นำในด้านการปลดล็อกอีมี่ ที่ถือว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการเครื่องลูกข่าย จนตอนหลังทุกค่ายต้องทำตามกันหมด แต่ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากปัญหาเรื่องค่าเชื่อมโยงเครือข่ายกับ TOT ที่ทำให้ TOT จะตัดสัญญาณการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่น ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจยอดตกไปมากนั่นเอง แต่ก็นับว่า การปลดล็อกอีมี่ ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภค ให้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในการเลือกใช้เครื่องลูกข่าย และ ช่วยให้ผู้ค้าส่ง/ค้าปลีกเครื่องก็ขายคล่องมากทีเดียว และล่าสุด ก็ได้ออกโปรโมชั่นมาแข่งขันกับ Orange จนกระทบกับ AIS ด้วย ล่าสุดโปรที่ดีที่สุดคือ การโทรนาทีละ 25 สตางค์ และโทรนาทีแรก 1 บาทในเครือข่าย และ 2 บาทนอกเครือข่าย โดยคิดนาทีถัดไปเป็นวินาทีซึ่งก็นับว่า น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวครับ โดยตาม Market Position แล้วอยู่ในตลาดเป็นเบอร์ 2 ซึ่งก็ต้องระวังทั้งการถูกแย่งส่วนครองตลาดไปจากเบอร์ 3 และยังคงต้องรักษาฐานความน่าเชื่อถือเพื่อแข่งกับเบอร์ 1 ด้วยครับ
|
