![]() |
|
ค่ายนี้ ไม่ต้องเอ่ยสรรพคุณมากนัก เพราะเป็นเครือข่ายในตระกูล ชินวัตร ที่รู้จักกันดี เริ่มธุรกิจ จากการขายคอมพิวเตอร์ ต่อมาก็ได้ขยายไลน์มาทำ Paclink และ Phonelink วิทยุติดตามตัวที่ฮิตติดลมบนอยู่สมัยหนึ่ง ต่อมาก็มาทำโทรศัพท์มือถือและ ดาวเทียม รวมทั้งอีกหลายธุรกิจ และยังเป็นบริษัทด้านการสื่อสารบริษัทเดียว ที่ไม่ขาดทุนจากการลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2541 อีกด้วย และด้วยความเป็นผู้นำในด้านการให้บริการสื่อสารไร้สายแบบโทรศัพท์มือถือ ที่ได้รับสัมปทานจาก TOT ตั้งแต่สมัยมือถือในระบบ อนาล็อก ในรูปแบบของ Cellular 900 ที่มาทำตลาดได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งในสมัยนั้น ก็เคยออกโปรโมชั่น โทรไม่จำกัดจำนวน โดยมีค่าเหมาจ่ายรายเดือน และ ค่ารักษาเลขหมาย แต่ก็ทำให้เครื่องที่ออกมานั้น สามารถทำตลาด และครองส่วนแบ่งตลาดได้เป็นอย่างดี ต่อมาก็ได้สัมปทาน ในระบบ GSM ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนจาก GSM 2 Watts ที่หลายท่านเคยตั้งข้อสงสัยในเรื่องของความแรงสัญญาณ ว่าจะมีผลต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งในสมัยนั้น ก็เคยมีการออกโฆษณา บลัฟกันไปมาระหว่าง AIS กับ TAC(DTAC) ว่าด้วย AIS บอกว่า ความแรงสัญญาณที่เหนือกว่า เครือข่ายจะครอบคลุมการใช้งานมากกว่าและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยมีการรับรองจากสถาบันและสมาคมต่างๆมาแสดง ส่วน TAC ก็กล่าวว่า ความแรงมีผลต่อสุขภาพ โดยเน้นว่าในเมืองที่สำคัญๆของโลกจะให้ระบบ 1800 ไปๆมาๆ ก็หยุดสงครามน้ำลาย และ โฆษณาลงได้ โดยหันไปเน้นเรื่องคุณภาพการให้บริการ มากกว่าการที่จะนำเรื่องสุขภาพ มาเป็นเครื่องมือ แต่ก็ทำให้ สื่อต่างๆได้รับค่าโฆษณาจากการนี้ไปไม่น้อยเลยทีเดียวครับ และตอนหลังก็ได้เปลี่ยนมาเป็น GSM Advance อย่างในปัจจุบัน แต่ส่วนที่ทำให้การเติบโตก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากความได้เปรียบในเรื่องของความครอบคลุมของเครือข่ายแล้ว ก็คือ การนำเอาระบบ พรีเพด หรือที่เรียกกันติดปากว่า 1-2-call ซึ่งคอนเซ็ปในตอนเริ่มแรกนั้น เน้นให้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปทำการจดทะเบียนเปิดเลขหมาย ประมาณว่า นับ 1-2 แล้วก็โทรได้เลย โดยเมื่อซื้อเครื่องพร้อมซิมไปแล้ว ก็เปิดใช้งานจากระบบอัตโนมัติได้เลยทันทีครับ ซึ่งก็มีผู้นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งโดยปกติแล้ว ค่าโทรของค่ายนี้ จะไม่ค่อยลงมาเล่นราคามากนัก เนื่องจากเน้นที่คุณภาพของความครอบคลุมเครือข่ายมากกว่า อย่างเช่น ยังเป็นค่ายเดียวที่คิดค่าโทรเป็นนาทีแบบเหมาจ่ายโดยที่ไม่เน้นการคิดเป็นวินาทีอย่างค่ายอื่นๆซึ่งในส่วนนี้ผมก็ถือว่ายังมีเปรียบอยู่เพราะโทรเพียงไม่กี่วินาที ก็เหมาเป็นนาที แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่ง DTAC ออก Dpackage ก็ทำให้ GSM ต้องลงมาเล่นราคา โดยการกำหนดโปร โทรฟรี 4500บาท เหมาจ่าย 750 บาท(ไม่รวมรายเดือน 500บาท และค่าโทรข้ามเขตยังใช้แบบ 3/8/12 บาทตามระยะทาง) อยู่ระยะหนึ่ง และต่อมาก็ได้เครือข่ายในระบบ GSM 1800( Hello ในสมัยก่อน) จนปัจจุบัน เมื่อมีการเล่นนาทีละ 25 สตางค์ ก็โดดลงมาเล่นด้วย ในการโทรยังเหมาจ่ายเป็นนาทีเช่นเดิม แต่ในปัจจุบันที่นาทีละ 25 สตางค์คนใช้งานก็เลยมองผ่านจุดนี้กันไปหมดแล้วครับ ราคาการใช้งานโดยรวมมักจะสูงกว่าอีก 2 ค่ายที่เหลือ แต่จนแล้วจนรอด ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงมากๆ ลูกค้าไหลออกจากระบบในปริมาณที่น่าตกใจ ประกอบกับการลาออกของฝ่ายบริหารที่เป็นคีย์แมนคนสำคัญๆหลายท่าน ก็อดไม่ได้ที่จะลดราคาลงมาสู้ ในโปรโมชั่น โทรนาทีละ 25 สตางค์ด้วย แต่ต้องเสียนาทีแรก 4 บาทสำหรับการโทรนอกเครือข่าย และ 3 บาทในเครือข่าย เพื่อไม่ให้ลูกค้าหนีไปจนหมดเสียก่อน ตาม Market Position หรือตำแหน่งทางการตลาดแล้ว นับว่าเป็นผู้นำที่มีส่วนครองตลาดสูงสุดที่มีกลยุทธ์ รักษาฐานลูกค้าเก่า และเพิ่มลูกค้าใหม่ ไม่ให้สูญเสียความเป็นเบอร์ 1 นั่นเองครับ
|
