|
ด้วยความที่โปรโมชั่น ต่างคนต่างออกกันมาแย่งส่วนแบ่งตลาดของอีกฝ่าย ส่งผลกระทบต่อการใช้งานจริงไม่น้อยทีเดียวครับ เพราะเมื่อมีการแข่งขันเรื่องราคา ผู้ที่ใช้งานทั่วไป ก็มักจะกล้าใช้โทรนานขึ้น หรือบ่อยขึ้น ส่งผลให้การโทรออกลำบากเพราะเครือข่าย หรือ ช่องสัญญาณไม่ว่างนั่นเองครับ ยกตัวอย่างเรื่องที่เป็น Talk Of The Town คือ การที่มีผู้กล่าวหาว่า AIS บล็อกสัญญาณของ DTAC จากการที่ ผู้ใช้หมายเลขของDTAC โทรไปยัง AIS ได้ลำบาก โดยจากเดิมในการโทรออก จะต้องติดเลขหมายปลายทางเกินกว่า 90% แต่ในช่วงที่มีปัญหา ลดลงเหลือ 20% ทาง AIS ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีการบล็อกแต่อย่างใด แต่น่าจะเนื่องมาจากการทำโปรโมชั่นของ DTAC เองที่ส่งผลให้การโทรยากมากยิ่งขึ้น ต่างฝ่ายก็มีเหตุผลที่รับฟังได้ทั้งคู่ หากจะพูดถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายในลักษณะเชื่อมตรงระหว่าง ค่ายนี้ ก็เนื่องมาจากการที่ TOT ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการเชื่อมโครงข่าย ไม่สามารถขยายการเชื่อมได้ทัน ทำให้แต่ละค่ายต้องหันมาเชื่อมตรงต่อกันโดยตรง แต่อยู่นอกเหนือสัญญาสัมปทาน ซึ่ง AIS ได้ออกมาบอกว่า ต่อไปอาจพิจารณาตัดท่อตรงเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ท้ายที่สุด TOT ก็ได้ออกมาแก้ไขด้วยการเพิ่มการเชื่อมต่อในส่วนนี้เอง ซึ่งก็น่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง
หากจะมาลองเปรียบเทียบการใช้งานที่ผมใช้ต่อเดือนเมื่อก่อนโปรโมชั่น โดยประมาณ 3 ร้อยกว่านาที ค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ในราว 1 พันเศษ ซึ่งเมื่อใช้โปรโมชั่นแล้วน่าจะลดลงได้อีกมากทีเดียวครับ เพราะเมื่อก่อน โทรนาทีหนึ่งประมาณ 3 บาท หากโทรประมาณ 10 นาที ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในราว 30 บาท แต่หากเป็นโปรโมชั่นที่ร้อนแรงในขณะนี้ โทรนาทีแรก 1 บาท อีก 9 นาที เสียเพียง 2 บาท 25 สตางค์ เบ็ดเสร็จแล้วจะจ่ายเพียง 3 บาท 25 สตางค์เท่านั้น ซึ่งลดลงไปเกือบ 10 เท่าตัวเลยทีเดียวนะครับ ทำให้ผู้ที่ปกติ ใช้งานมากๆอยู่แล้ว ยิ่งใช้งานนานมากยิ่งขึ้น อย่างกลุ่ม หนุ่มสาว หรือวัยรุ่น ที่ชอบใช้โทรศัพท์คุยกันนานๆ หากใช้โทรศัพท์บ้าน ก็เกรงว่า ผู้ปกครองจะว่า ก็แอบไปโทรมือถือในห้องนอน ซึ่งไม่มีใครมาว่าได้ โดยทั่วไปเดือนหนึ่งก็เสียค่าโทรศัพท์มือถือหลายพัน ก็เสียลดลงอย่างมาก ซึ่งก็นับว่าเป็นการส่งเสริมให้ การโทรบ่อยและยาวนานขึ้นอีก หรืออย่างผู้ที่ต้องติดต่อธุรกิจ หรือใช้งานในระยะสั้นๆ เพียง 1-2 นาที จากเดิมที่ต้องเสียนาทีละ 3-5 บาท ก็ลดลงเหลือนาทีละ 1-2 บาทสำหรับนาทีแรก ก็สามารถที่จะโทรได้บ่อยยิ่งขึ้น และด้วยเหตุเหล่านี้เอง จึงส่งผลถึงคุณภาพของการใช้งานเครือข่าย ที่มักจะได้ยินเสียงบ่นในช่วงโปรโมชั่นแรงๆอย่างนี้ว่า โทรไม่ออก อย่างที่ผมพบเจอเองการโทรในช่วงหัวค่ำ โดยเฉพาะเมื่อโทรต่างเครือข่ายมือถือ พบว่า อัตราการโทรติดต่ำกว่า 10% คือโทร 10 ครั้ง อาจจะติด1 หรือไม่ติดเลยครับ บางครั้งหน้าจอจะโชว์ว่า Network busy หรือไม่ก็มีสัญญาณไม่ว่างขึ้นมาแทน ซึ่งผมว่าหลายท่านก็ประสบกับความน่าหงุดหงิดนี้เหมือนๆกัน อย่างไรก็ดี ผมเองเชื่อว่า โปรโมชั่นแรงๆอย่างนี้ แต่การใช้งานโทรจริง ไม่ได้เรื่อง โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน หรือเวลาที่ต้องโทรเรื่องสำคัญๆแต่กลับโทรไม่ได้ น่าจะเป็นปัญหาที่ร้ายแรงโดยเฉพาะกับนักธุรกิจที่เวลาเป็นเงิน เป็นทอง ซึ่งนับเป็นกลุ่มลูกค้าที่มั่นคงต่อเครือข่าย หรือระบบนั้นๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงพอสมควร เพราะจะใช้บริการหลายอย่างในเบอร์เดียว และไม่ค่อยจะซีเรียสเรื่องค่าโทรมากนัก ขอเพียงให้โทรได้ติดต่อสะดวก ได้อภิสิทธิ์ตามที่ควรจะเป็นบ้าง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ จะไม่ค่อยเปลี่ยนเลขหมายบ่อยๆ เนื่องจากอาจเสียงานธุรกิจติดต่อได้ นับเป็นลูกค้าที่มี Brand Loyalty(ความภักดีต่อตราสินค้า) สูงแต่หากการใช้งานติดต่อไม่ได้คุณภาพอย่างเช่นปัจจุบัน ลูกค้ากลุ่มนี้จะหันไปหาผู้ให้บริการที่มีโอกาสในการใช้งานที่คุณภาพดีกว่า และ จะไม่เปลี่ยนใจกลับมาใช้เครือข่ายเดิมง่ายๆ ดังนั้น แต่ละค่ายก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างมากด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากเครือข่ายใด โทรถูกๆ แต่โทรไม่ค่อยได้ อาจส่งผลถึงการที่ลูกค้าจะทยอยไหลออกจากระบบไปก็เป็นได้ โดยเริ่มจากลูกค้าในกลุ่มเกรด A ที่จะออกไปก่อน และตามมาด้วยลูกค้าเกรด B,C ไปเรื่อยๆ ดังนั้น โปรโมชั่นจ่ายถูกแต่โทรไม่ได้ ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้นแล้ว เครือข่ายแทนที่จะประสบความสำเร็จจากการได้ลูกค้าเพิ่ม หรือรักษาลูกค้าไม่ให้หนีไประบบอื่น ก็กลับกลายเป็น เสียลูกค้าเพราะใช้งานไม่ได้นั่นเองครับ รอติดตามต่อในตอนที่ 2 ทำไม ลูกค้าพรีเพด(เติมเงิน) กลับได้โปรโมชั่นที่ดีกว่า โพสเพด(รายเดือน) ? และ โปรใต้ดิน เร็วๆนี้ครับ |