
อีกรายหนึ่งที่มีการประกาศผลประกอบการออกมาสำหรับช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ คือ Sony ผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.74 พันล้าเหรียญสหรัฐ โดยฝ่ายที่ทำได้ดีนั้นคือธุรกิจเกมส์ PlayStation, และฝ่ายผลิตและจัดจำหน่ายกล้อง ซึ่งเป็นสองในสามของธุรกิจหลักที่ทำการปรับโครงสร้างครั้งก่อนวางเอาไว้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนบริษัท แต่การเปลี่ยนแปลงภายในนั้นยังไม่สิ้นสุดดีเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้จัดการขายธุรกิจคอมพิวเตอร์ออกไปเนื่องจากขาดทุนหนักติดต่อกันมาหลายต่อหลายไตรมาส ซึ่งทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายชดเชยต่างๆ เกิดขึ้นตามมา
โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดนี้จากที่ Sony เคยรวมธุรกิจคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เอาไว้ด้วยกัน บัดนี้ฝ่ายธุรกิจการสื่อสารที่เปลี่ยนตัวหัวเรือใหญ่จาก Kunimasa Suzuki มาเป็น Hiroki Totoki (ข่าว) นั้นได้ตั้งเป็นแผนกโทรศัพท์อย่างเต็มตัวแล้วครั้งแรก (Mobile Communications) แต่น่าเสียดายที่ผลการประกอบการในไตรมาสนี้ไม่เป็นใจและขาดทุนไปค่อยข้างเยอะเนื่องจากปรับตัวตามการแข่งขันไม่ทัน เสียหายไป 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสามารถจัดจำหน่ายไปได้เป็นจำนวน 9.9 ล้านเครื่อง พร้อมปรับลดยอดเป้าหมายประจำปีงบการเงินนี้เอาไว้ที่ 41 ล้านเครื่อง จากเดิมที่เริ่มแรกนั้นเป้าหมาย 50 ล้านเครื่อง และก็จะมีการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับการแข่งขันเนื่องจากตลาดในประเทศจีนและญี่ปุ่นที่เคยเป็นกำลังหลักนั้นถดถอยลงไป โดยเฉพาะการเพิ่มความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกแทนที่
(หน่วยค่าเงินเป็นพันล้านเยน)
แต่โดยธุรกิจโดยรวมของ Sony นั้นขาดทุนในไตรมาสนี้ไปทั้งหมด 785 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินเอาไว้พอสมควร