Samsung Galaxy J7+ นับเป็นพีใหญ่รุ่นใหม่ของตระกูล Galaxy J ซีรีส์สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีกลุ่มผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งตัวมือถือรุ่นดังกล่าวมาพร้อมสเปคไฮไลท์อย่างกล้องหลังคู่ ที่มีฟีเจอร์ Live Focus เหมือนกับตัวเรือธง Galaxy Note8 ที่เพิ่งเปิดตัวไป
ก่อนที่จะถึงวันพรีออเดอร์ในไทยอย่างเป็นทางการ ทางทีมงาน MXPhone ก็ได้รับเชิญจากทาง Samsung ประเทศไทย ให้ได้เข้าร่วมทริปสัมผัสประสบการหน้าชัดหลังละลายสไตล์ Samsung Galaxy J7+ ส่วนจะมีทีเด็ดหรืออะไรที่่น่าสนใจกันบ้าง ก็เชิญชมได้เลยครับ
สเปคของ Samsung Galaxy J7+
- หน้าจอ Super AMOLED 5.5 นิ้ว ความละเอียด FullHD
- หน่วยประมวลผล Octa-Core 2.39GHz (Quad 2.39GHz+ 1.69GHz)
- หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 32GB
- ใช้ Nano Sim รองรับการทำงานสองซิมแบบ Hybrid Slot และรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ MicroSD Card สูงสุด 256GB
- การเชื่อมต่อ 4G LTE /Wi-Fi 802.11 a/b/g/n และ Bluetooth 4.2
- ตัวพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro USB (USB 2.0)
- กล้องหลังเลนส์คู่ ตัวกล้องหลัก RGB 13 ล้านพิกเซล f/1.7 ตัวกล้องรอง Monochrome ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/1.9 มีแฟลช LED
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/1.9 มีแฟลช LED + Screen Flash
- แบตฯ 3,000 mAh
- ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- ขนาด 152.4 x 74.6 x 7.9 มิลลิเมตร
- สีที่วางจำหน่าย ทอง /ดำ/ ชมพู
- ราคา 12,900 บาท
ตัวดีไซน์ของ Samsung Galaxy J7+ ใช้บอดี้ที่เป็นโลหะ (Metal Unibody) ตัวด้านหน้าเหนือจอเป็นกล้องหน้า ,ช่องลำโพงหูฟังโทรศัพท์ และไฟแฟลชสำหรับกล้องหน้าแบบ LED โดยที่ด้านหน้าจะเป็นสีดำสำหรับเครื่องสีดำ หากเป็นเครื่องสีทองหรือชมพู ด้านหน้าจะเป็นสีขาว
ถัดมาด้านล่างใต้จอจะเป็นปุ่ม Home ที่ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ประกบข้างด้วยปุ่ม Recent Apps และปุ่มย้อนกลับ
มาทางด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และช่องเก็บถาดใส่ Sim ขณะที่ฝั่งขวาของตัวเครื่องเป็นปุ่ม Power สำหรับ เปิด-ปิด เครื่องหรือล็อกหน้าจอ กับช่องลำโพง ส่วนด้านบนเครื่องเป็นช่องไมโครโฟนที่สอง ด้านล่างมีรูเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อ Micro USB (USB 2.0)
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับขุมกำลังประมวลผล Octa-Core 2.39GHz ใช้ RAM 4GB ความจุติดเครื่องมา 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมได้สูงสุด 256GB ขณะที่ระบบปฏิบัติการเป็น Android 7.1.1 Nougat ครอบทับด้วย Samsung Experience เรียกว่าเร็วแรงกว่าหลายๆรุ่นในซีรีส์เดียวกัน
สำหรับฟีเจอร์ที่ติดมากับรุ่นนี้ก็จัดว่าครบเครื่องเอาใจสาวก Samsung เต็มที่ทั้งฟีเจอร์หน้าจอ Always-On Display ดูแจ้งเตือน และนาฬิกาได้โดยไม่ต้องกดเปิดเครื่อง ,ฟีเจอร์ Dual Messenger ที่ให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินทั้ง Facebook LINE และ Facebook Messenger ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใข้งาน Samsung Knox หรือ Secure Folder ระบบรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลของผู้ใช้ที่ในรุ่นนี้ก็มีเช่นกันครับ
นอกจากระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือที่สมาร์ทโฟนในยุคสมัยนี้ควรมีกันแล้ว Galaxy J7+ ก็ยังเพิ่มทางเลือกอย่างระบบสแกนใบหน้า (Face Detection) มาให้ใช้กันด้วยครับ ส่วนใครที่ชอบใช้งานหลายแอปฯพร้อมกันสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ Multi-Windows มาให้ใช้งานด้วย
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือระบบ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวใหม่ของ Samsung ที่ใน Galaxy J7+ เองก็มีให้ใช้เหมือนกันแต่จะเป็นแค่ Bixby Home และ Bixby Reminders ส่วนจะอัพเกรดอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ
ไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยคือตัวกล้องครับที่มีฟีเจอร์ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ซึ่งเราจะเริ่มจากตัวกล้องหลังที่เป็นหัวใจสำคัญกันก่อนครับ
Samsung Galaxy J7+ มาพร้อมกล้องหลังแบบคู่ใช้ลูกเล่นสร้างมิติของภาพโดยใช้การทำงานร่วมกันระหว่าง กล้องหลักที่เป็นเซ็นเซอร์รับภาพสี (RGB) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กับตัวกล้องรองที่เป็นเซ็นเซอร์รับภาพขาวดำ (Monochrome) ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งจะต่างจากตัว Note8 ที่เป็นผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเลนส์เทเล 12 ล้านพิกเซล กับเลนส์ไวด์ 12 ล้านพิกเซล
แต่สิ่งที่รุ่นนี้มีเหมือนกับเรือธงเลยคือตัวซอฟต์แวร์ “Live Focus” ระบบการจับโฟกัสตัวแบบเพื่อสร้างภาพ หน้าชัด-หลังเบลอ ได้แบบเรียลไทม์ แถมยังเลือกปรับให้เบลอได้หลายระดับ โดยภาพที่ได้จากการถ่ายในโหมดนี้ เราสามารถเข้าไปปรับแต่งเลือกตำแหน่งโฟกัสใหม่ได้รวมถึงการแก้ไขระดับความเบลอของภาพหลังถ่ายเสร็จได้ครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในกล้องหลังของรุ่นนี้คือค่ารูรับแสงที่ให้มากว้างสูงสุดที่ f/1.7 ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้เนียนเลยทีเดียว พร้อมด้วยโหมดการถ่ายภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็น โหมดอัตโนมัติ , โหมดโปร ,โหมดพาโนรามา, โหมดอาหาร, โหมดกลางคืน และโหมด HDR
มาดูที่กล้องหน้ากันบ้าง ในรุ่นนี้เป็นกล้องหน้าเลนส์เดียวแบบปกติความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งหน้าจากโหมด Beauty แชะหน้าสวย ที่ทำให้หลายคนหลงรักกล้องหน้า Samsung แล้ว ก็ยังมีโหมดสร้างภาพหน้าชัด-หลังเบลอ เช่นกันในชื่อ Selfie Focus ครับ
นอกจากการ Selfie แบบคนเดียวแล้วตัวเลนส์กล้องหน้าของ Galaxy J7+ ก็ยังมีมุมมองการรับภาพที่กว้างพอจะ Wefie หรือการเซลฟี่ที่มากกว่า 1 คนได้อีกด้วย แถมยังมีสารพัดลูกเล่นสำหรับแต่งภาพที่ได้ไม่ว่าจะเป็น Stemp หรือ Animated Sticker แบบ 2D
จากภาพรวมเห็นได้ว่าการทำงานกล้องหลังคู่ของ Samsung Galaxy J7+ ถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่หลายๆรุ่นในระดับราคาเดียวกันที่อยู่ในท้องตลาดตอนนี้ครับ โหมดโฟกัสหน้าชัดหลังเบลออาจจะมีหลุดเป้า หรือขาดความคมไปบ้างแต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับแต่งหลังถ่าย
ในส่วนของราคาจะอยู่ที่ 12,900 บาท โดยที่จะเปิดพรีออเดอร์กันในวันที่ 1 – 17 กันยายนนี้ ผ่านทาง Samsung Brand Shop ทุกสาขา, เครือข่าย dtac, WeMall และ S-eStore โดยผู้ที่สั่งจองจะสามารถรับตัวเครื่องได้ในระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2560 พร้อมของสมนาคุณอย่าง
- หูฟังไร้สาย Samsung Flex มูลค่า 2,490 บาท
- Soft Cover สี Clear มูลค่า 390 บาท เพิ่มเติม (เฉพาะผู้ที่สั่งจองผ่านทาง Samsung Brand Shop เท่านั้น)
เอาเป็นว่าใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปสั่งจอง Samsung Galaxy J7+ กันได้เลยในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ี่ที่ http://www.samsung.com/th/microsite/2017/galaxyj/#prebooking สำหรับรีวิวฉบับเต็มก็ติดตามกันได้ที่ mxphone.com เช่นเคยครับ
ตัวอย่างภาพที่ได้จากกล้องของ Samsung Galaxy J7+





























