คุณกรวัฒน์ เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่
เอโค่ (Eko) เป็นแอพพลิเคชั่นที่มุ่งเน้นด้านการสื่อสารภายในองค์กร ผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพไฟแรงที่ก่อตั้งโดย กรวัฒน์ เจียรวนนท์ ซีอีโอ ,เดวิด จาง หัวหน้าฝ่ายเทคนิค, และเบอร์นี เทย์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและ หัวหน้าฝ่ายการตลาด
จุดเด่นที่สำคัญของแอพฯตัวนี้คือมีทั้งความรวดเร็วและรูปแบบการใช้งานที่เหมือนแอพฯแชททั่วไปอย่าง LINE หรือ We Chat แต่มีขีดความสามารถของฟีเจอร์และระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอย่างหลังที่นับว่าสำคัญมากๆ
ฟีเจอร์ภายในของ Eko
- Chat – เป็นระบบพื้นฐานของ Eko ครับ ซึ่งมีความแตกต่างจากแอพฯแชททั่วไปเนื่องจากสามารถแก้ไข ,เรียกกลับ ตัวข้อความที่ผู้ใช้กดส่งไปแล้วได้
- Workspace – เป็นระบบกลุ่มแชทที่ผสานการทำงานแบบ E-mail เพราะมีการจัดหมวดตามหัวข้อของงานได้
- Workflow – ฟีเจอร์การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ภายในองค์กร ที่สามารถให้พนักงานยื่นเอกสารผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกเวลา
- Discover – ระบบแบ่งบันข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งจากฝั่งองค์กรเอง หรือจากฝั่งของพนักงาน พร้อมด้วยระบบสะสมแต้มที่เปิดโอกาสให้องค์กรเอาไปใช้จัดกิจกรรมมอบเป็นรางวัลให้พนักงานได้
- Enterprise-grade security – สิ่งที่ทำให้ eko เด่นกว่าแอพฯแชททั่วไป คือเรื่องระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กรใหญ่ๆ
- Permissions – ระบบจำกัดการเข้าถึงข้อมูล ที่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้พนักงานคนใด เข้าถึงข้อมูลองค์กรแค่ไหน
- Customizabillity – ทางผู้พัฒนาไม่ได้เปิดขายแอพฯภายใต้แบรนด์ของตัวเองแต่เปิดให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมดีไซน์แอพฯให้เป็นแบรนด์ของฝั่งลูกค้าเองได้
ปัจจุบัน eko ได้ขายไลเซนส์ซอฟท์แวร์ไปแล้วกว่า 180,000 ไลเซนส์ โดยจำหน่ายผ่านรีเซลเลอร์และโอเปอเรเตอร์ ทั้งในไทย ,เมเลเซีย อินโดนีเซีย, ไนจีเรีย, แอฟริกาใต้, จีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน มีบริษัทที่เป็นลูกค้าทั้งของไทยและของต่างชาติ อาทิเช่น กลุ่ม True ,Celcom ,ธนาคารกรุงเทพ , TOA จนถึง สานพลังประชารัฐ
คุณกรวัฒน์ เผยว่าการทำธุรกิจของ เอโค่ คอมมิวนิเคชั่น มีความเป็นเฉพาะด้านสูงเพราะตัวโปรดักซ์ที่เราขายเป็นแบบ SaaS (Software as a Service) ซึ่งการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ถือว่ายากมากๆ เพราะเราจะต้องสู้กับบริษัทจากฝั่งของซิลิคอน วัลเลย์
“นั้นก็หมายความว่าเรากำลังผลิตเทคโนโลยี ,นวัตกรรม และซอฟท์แวร์ จากในไทยแล้วพยายามที่จะนำไปขายทั่วโลกแข่งกับ ไมโครซอทฟ์ ,ไอบีเอ็ม หรือบริษัทซอฟต์แวร์หลายอื่นๆ เราจึงต้องใช้บุคลากรที่มีฝีมือทั้งคนไทยและต่างชาติเพื่อไปแข่งในระดับโลก โดยตอนนี้บริษัทมีพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติอยู่ราว 35-40% ซึ่งบริษัทของเรามีเป้าหมายระดับโลก ให้อิสระกับพนักงานอย่างเต็มที่ ไม่มีการจำกัดวันหยุด หรือเวลาทำงาน”
สำหรับคู่แข่งของ Eko ในตอนนี้คุณกรวัฒน์มองว่าเป็นไมโครซอฟท์รวมถึง Workplace ของเฟสบุ๊ค แต่ก็มั่นใจในจุดแข่งของโปรดักซ์ของตนเองทั้งเรื่องของราคาและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์องค์กรในเอเชียมากกว่า
ปัจจุบันลูกค้าของ Eko ส่วนใหญ่ยังเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่ในอนาคตอาจจะสร้างบริการที่เหมาะลูกค้าในระดับ SME หรือสตาร์ทอัพ พร้อมทั้งมองไปที่ตลาดโลกเป็นหลักเนื่องจากเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง
แอพฯ Eko ถูกออกแบบบนแพลตฟอร์มคลาวด์ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้พัฒนา ตั้งแต่ ความยืดหยุ่น ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญที่สุดคือสามารถปรับขยายได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
“AWS มีส่วนมากสำหรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของเรา ตั้งแต่สร้างต้นแบบจนกระทั่งขั้นตอนทดสอบระบบเบต้าเพื่อจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินการทั้งหมดได้ภายในไม่กี่เดือน และเป็นเพราะ AWS ให้ความสำคัญอย่างมากในการทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้นช่วยเราจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”


