แค่ Username กับ Password ไม่พออีกต่อไป G-ABLE จับมือ HYPR Corp. เปิดตัว Biometric Authentication Platform เทคโนโลยียืนยันตัวตนผ่านข้อมูลทางชีวมิติส่วนบุคคลทางกายภาพ วางเป้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจการเงิน 3-5 รายภายในสิ้นปีนี้
ระบบรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cybersecurity) เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในระดับองค์หรือระดับประเทศ จากสถิติเผยว่า ทั่วโลกมีคนอยู่ถึง 47% ที่เคยเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) มานานถึง 5 ปี และที่หนักสุดคือมีอยู่ถึง 21% ทีไม่เคยเปลี่ยนมานานเกิน 10 ปี ส่งผลให้มีคนทั่วโลกจำนวน 2 ใน 5 ที่ถูกขโมยรหัสผ่านและโดนแฮ็กข้อมูล
วิธีการโจรกรรมไซเบอร์ที่นิยมใช้มากที่สุดคือการใช้เทคนิคทางจิตวิทยาหลอกให้คนหลงกลเข้าระบบ (Social Engineering) อาทิเช่น หลอกถามรหัสผ่าน, หลอกให้ส่งข้อมูลสำคัญ รวมถึงการหลอกลวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต
อีกสถิติที่น่าสนใจคือการเปิดเผยว่า ประเทศไทย ติดอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่ถูกแฮ็กข้อมูลมากที่สุดในโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ส่วนภาคองค์กรที่เสี่ยงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจการเงิน, หน่วยงานรัฐบาลและธุรกิจด้านสุขภาพ ตามลำดับ จากข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าแค่ Username กับ Password ก็ไม่ใช่การป้องกันที่ดีที่สุดอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ G-ABLE จึงได้ตั้งกลุ่มธุรกิจอย่าง G-Security ขึ้นมาพร้อมจับมือ HYPR Corp. บริษัทในกลุ่ม FIDO Alliance พัฒนาโซลูชั่น “Biometric Authentication Platform” แพลตฟอร์มการพิสูจน์ตัวตนที่แบ่งออกเป็น 3 คุณลักษณะคือ สิ่งที่คุณมี ,สิ่งที่คุณรู้ และสิ่งที่คุณเป็น
เทคโนโลยี Biometric คือการใช้ข้อมูลทางชีวมิติส่วนบุคคลทางกายภาพ โดยแบ่งเป็น คุณลักษณะทางกายภาพ (Physical Characteristics) อย่าง ลายนิ้วมือ ฝามือ หรือใบหน้า และลักษณะทางพฤติกรรม (Behaviors) อาทิเช่น เสียง,ท่าทางการเดิน หรือการเซ็นชื่อ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมีการปรับใช้เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงมากยิ่งขึ้นเหมือนที่เห็นกันในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆตอนนี้
เมื่อเร็วๆนี้กลุ่ม FIDO Alliance ก็เพิ่งประกาศมาตรฐานการยืนยันตัวตนแบบใหม่คือ Universal Authentication Framework (UAF) และ Universal 2nd Factor (U2F) ซึ่งข้อกำหนด 2 ฉบับ ได้อธิบายถึงกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้งานรูปแบบต่างๆ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือผ่านเครื่องขนาดพกพา (Token)
สำหรับ “Biometric Authentication Platform” เป็นโซลูชั่นที่พร้อมใช้งานสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์เสริมเข้ากับระบบความปลอดภัยเดิมในองค์กร โดยใช้เวลาในการติดตั้งระบบภายใน 3-6 เดือน พร้อมทั้งทำงานร่วมกับกับเครื่อง Token ที่มีราคาประหยัด พกพาง่าย และยังสามารถใช้งานร่วมกับทุกโอเอสบนดีไวซ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นายสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล เผยว่า “ในครึ่งปีหลัง เราจะมุ่งเน้นไปที่ Security Implementation Service ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่น Biometric Authentication Platform เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าพร้อมเตรียมขยายทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน ตั้งเป้าติดตั้งโซลูชั่นนี้ให้กับกลุ่มธุรกิจการเงิน 3-5 รายภายในสิ้นปีนี้”


