Asus ถือโอกาสก่อนวันงาน Computex 2016 ที่ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ประกาศเปิดตัว ZenFone 3 อย่างเป็นทางการที่มาพร้อมดีไซน์หรูซ่อนตัวเสาอากาศ ออกมา 3 รุ่นย่อย ใช้ชิปเซต Snapdragon และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทุกรุ่น
เริ่มจากรุ่นพื้นฐาน ZenFone 3 มาพร้อมกับสเปคกลางๆ บอดี้ดีไซน์ Crystal Shine เคสกระจกทั้งหน้าและหลังส่วนขอบเป็นโลหะ หน้าจอ Super IPS+ ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ให้ความสว่างสูงสุดถึง 500nits ชิปเซต Snapdragon 625 ตัว RAM 4GB ความจุภายใน 64GB
กล้องหลังใช้เซ็นเซอร์ IMX298 ของ Sony ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh มี Quick charge 3.0 รองรับสัญญาน 802.11ac WiFi,Bluetooth 4.2,Cat 6 LTE มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C 2.0 วางจำหน่าย 4 สี ทอง/ น้ำเงิน / ดำ/ ขาว ราคา 249 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 8,900 บาท
ต่อมาเป็น Zenfone 3 Deluxe ที่เป็นรุ่นท็อปของตระกูลนี้ บอดี้โลหะทั้งชิ้น มีหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD ชิปเซตยกระดับเป็น Snapdragon 820 พร้อม RAM 6GB หน่วยความจำภายใน 256GB
กล้องหลังใช้เซนเซอร์ IMX318 ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ส่วนแบตเตอรี่เพิ่มความจุเป็น 3,000 mAh มี Quick Charge 3.0 ใช้พอร์ต USB-C 3.0 วางจำหน่าย 3 สี ทอง / เงิน / เทา ราคา 499 เหรียญสหรัฐ หรือราว 17,800 บาท
และรุ่นสุดท้าย Zenfone 3 Ultra ดีไซน์คล้ายกับรุ่น Delux แต่เพิ่มหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นใช้แบบ IPS ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 4K มาตราฐานเดียวกับ TV ชิปเซต Snapdragon 652 ส่วน RAM เป็น 4GB หน่วยความจำภายใน 128GB
สเปคกล้องคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า แบตเตอรี่ความจุ 4,600 mAH มี Quick Charge 3.0 จุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้คือเรื่องระบบเสียงที่เป็น 7.1 DTS Surround และตัว USB-C 3.0 รองรับ DisplayPort วางขาย 3 สี ประกอบด้วย เทา / เงิน / ชมพู ราคา 479 เหรียญสหรัฐ หรือราว 17,100 บาท
Asus ZenFone 3 ทั้ง 3 รุ่น มีระบบกันสั่น OIS และ EIS ที่กล้องหลัง ส่วนกล้องหน้านั้สามารถเก็บภาพได้กว้าง 85 องศา นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งในรุ่นธรรมดา และรุ่น Deluxe จะอยู่ด้านล่างของกล้องหลัง ขณะที่รุ่น Ultra ย้ายมาอยู่ด้านหน้าตรงปุ่ม Home แทน สำหรับการวางจำหน่ายจะมาในไตรมาสที่ 3 ครับ


