เอไอเอส จัดการแถลงวิสัยทัศน์ของปี 2015 ในแนวคิด “LIVE Digital LIVE More” ตอบรับยุคเศรษฐกิจดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบ เตรียมพัฒนาโครงสร้าง และบริการด้านดิจิตอล พร้อมเปลี่ยนโฉมองค์กรเป็นพันธมิตรกับบริการด้านดิจิตอลทุกกลุ่ม โดยวางงบลงทุนในปีนี้ไว้ถึง 4 หมื่นล้านบาท กับแผนงานระยะยาว 5 ปีหลังจากนี้
ปีนี้นับเป็นปีที่ 25 ของเอไอเอส สำหรับการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทางเอไอเอสได้ลงทุนไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 240,000 ล้านบาท กับพื้นที่เครือข่ายที่ครอบคลุมไปแล้วกว่า 97% ทั่วประเทศ และในปี้นี้เพื่อเป็นการย้ำเบอร์ 1 ทางเอไอเอสก็เตรียมเงินลงทุนไว้ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะแบ่งไว้ขยายเครือข่าย 3G ขยายบริการ Fixed boardband, AIS WiFi และบริการด้านดิจิตอบอื่นๆ ด้วย
โดยแผนการหลักๆ ของ AIS ปีนี้คือ พัฒนาเครือข่าย 3G เพื่อให้เครือข่ายมีคุณภาพต่อเนื่องได้แบ่งงบไว้ขยาย 3G ที่ 3 หมื่นล้าน โดยตั้งเป้าจะขยายอีก 29,000 สถานีเครือข่ายจากของเดิม และยังเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูล 4G ในปีนี้ด้วยงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบัน AIS มีลูกค้ามากกว่า 44 ล้านราย ทีมีการใช้โทรมากกว่า 90 ล้านครั้ง ใช้เน็ต 200 ล้านครั้งต่อวัน และใช้ บริการ Mobile Payment กว่า 4 แสนคนต่อเดือน โดยเป็นลูกค้าบนเครือข่าย 3G จำนวน 30 ล้านราย ที่เหลือยังอยู่ในเครือข่าย 2G ตั้งเป้าเปลี่ยนเครือข่าย 2G เป็น 3G ภายในครึ่งปีนี้
เอไอเอสเผยอีกว่า เทรนด์ในยุคดิจิตอลคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าการใช้งานดาต้าจะเติบโตสูง 200-500% พวกสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ จะขยายตัวมากกว่า 50 ล้านเครื่อง และเป็นสมาร์ทดีไวซ์แบบใหม่ๆ อีก 10 ล้านเครื่อง ด้านบริการ Fix line จะเติบโตขึ้นราว 15% การใช้งานอินเตอร์เน็ตนั้นเติบโตกว่า 200% แต่การใช้ Voice จะค่อยๆ ลดลงต่อเนื่องที่ 5%
อีกแผนสำคัญคือการขยายบริการ Fixed boardband ที่ ณ ตอนนี้มีให้บริการแล้วในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตั้งเป้าว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะขยายบริการไปสู่ลูกค้าจำนวน 10 ล้านครัวเรือน ซึ่งตอนนี้มี AIS Fibre รองรับความเร็วสูง 1Gbps ได้เดินสายขยายยาวกว่า 120,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศแล้ว สามารถลากสายเข้าบ้านลูกค้าได้ทันที เอไอเอสมองว่านี่เป็นเวลาเหมาะสมที่จะลุยตัว Fixed Boardband แล้ว สอดคล้องกับยุคดิจิตอลในปัจจุบัน และอนาคต
ทั้งนี้ยังมีแผนพัฒนา AIS WiFi เป็น AIS Super WiFi ความเร็ว 650 Mbps ซึ่งเร็วกว่า 4G หลายเท่า พร้อมขยายเข้าสู่สถานที่สำคัญต่างๆ ให้ครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีการจับมือกับทางสายการบินนกแอร์ให้บริการ AIS WiFi บนเครื่องบินแล้วด้วย โดยทางเอไอเอสบอกว่าบริการนี้เริ่มใช้งานได้แล้ว!! ในอนาคตจะพูดคุยกับพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ เพิ่มด้วย
เมื่อมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว AIS ยังตอบรับยุคดิจิตอลออก AIS Play Box ที่เป็นกล่องดิจิตอลสำหรับดูรายการทีวีของทุกๆ ค่าย ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึงระดับ 4K เลยทีเดียว เรียกได้ว่าชัดมากกก ถือเป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกที่ทำบริการนี้ออกมาเลยทีเดียว
นอกจากกล่องดิจิตอล AIS ยังพัฒนาบริการ Cloud service สำหรับบุคคลเรียกว่า AIS Cloud+ ฟรี พร้อมเพิ่มอีก 20GB นาน 12 เดือน ซึ่งมีความปลอดภัยสูง และยังมี Business cloud ที่ร่วมมือกับ Microsoft พร้อมกับ M2M Solution ที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทำใช้ได้จริงแล้ว ทำเป็น Business solution นั่นเอง
ทั้งนี้ยังแนะนำระบบ E-Money โดยเตรียมขยับขยายบริการ mPAY หรือ Mobile Payment ให้สร้างความสะดวกมากขึ้น โดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการจ่ายบิลโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือโอนเงิน และถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร พร้อมกันนี้ยังบอกด้วยว่าสามารถฝากเงินแล้วได้ดอกเบี้ยอีกด้วย รวมถึงการใช้จ่ายผ่านระบบ NFC ของสมาร์ทดีไวซ์ที่จะสร้างความสะดวกสบายมากกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้คือ Business แพลตฟอร์มใหม่ของ AIS ที่จะเน้นเรื่องเครือข่ายไร้สายครอบคลุมทุกที่, Fix line ครอบคลุมทุกบ้าน และให้บริการ Digital service บนทุกๆ ประเภทดีไวซ์ เปลี่ยนโฉมองค์กรเป็น Digital Life Service Provider ซึ่งจะตอบโจทย์ของชีวิตในยุคดิจิตอลให้กับลูกค้าบุคคลทั่วไป และ M2M Solution สำหรับองค์กรที่จะทำให้ดำเนินธุรกิจได้สะดวกยิ่งๆ ขึ้นต่อไปครับ




