[Review] Asus Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) เซลฟี่ครบแก๊งค์ด้วยกล้องหน้าคู่ 120 องศา เกรด 4K

โดย RingRangRung | 29 ธันวาคม 2560 เมื่อ 10:30 น. | อ่าน 472

DSC01620ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Asus ได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Zenfone 4 ออกมาถึง 6 รุ่น โดยที่ซีรีส์นี้ทางผู้ผลิตได้ชูจุดขายด้วยการใส่กล้องคู่ให้ทุกโมเดล และมีรุ่นล่าสุดที่เข้ามาทำตลาดในไทยได้แก่ Asus Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ซึ่งมีจุดขายตรงกล้องหน้าคู่ เพิ่มมุมมองการถ่ายภาพให้เป็น “WeFie” เหนือกว่า “Selfie” ที่คุ้นเคยกัน

DSC01616

สเปค Asus Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL)

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 154 x 74.8 x 6.9 มม. หนัก 147 กรัม
  • จอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080×1920 พิกเซล (FullHD)
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 625 กำลังประมวลผล Octa-core 2.0GHz ใช้ GPU Adreno506
  • ติดตั้ง RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ MicroSD Card ได้สูงสุด 2TB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor IMX351 รูรับแสง f/2.2 ระบบโฟกัส Dual Pixel PDAF ติดตั้งกันสั่น gyro EIS และมีแฟลช dual-LED แบบ Dual-Tone
  • กล้องหน้าคู่ กล้องหลัก 24 ล้านพิกเซล DuoPixel รูรับแสง f/1.8 ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor RS IMX362 กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์ 120 องศาความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 เซ็นเซอร์ Omnivision 5670 และมีแฟลช LED
  • รองรับการทำงานสองซิมแบบไฮบริดจ์สล็อต (nanoSIM + nanoSIM หรือ nanoSIM + microSD card)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE /Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2
  • รองรับ GPS, AGPS, Glonass, BDS
  • พอร์ต Micro USB 2.0 รองรับ OTG
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat คลุมด้วย ZenUI 4.0
  • แบตเตอรี่ 3,000mAh รองรับ Fast Charging
  • สีที่วางขายในไทย ทอง (Sunlight gold), ดำ (Deepsea black) และ แดง (Rogue Red)
  • ราคา 13,990 บาท

DSC01650

มาดูในส่วนของงานออกแบบกันก่อน Asus Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ใช้งานผลิตแบบยูนิคบอดี้ด้วยวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เจียรขอบแบบไดมอนต์คัทให้มีความโค้งมน ขณะที่สัดส่วนความบางของเครื่องอยู่ที่ 6.9 มม. หนัก 147 กรัม มีวางจำหน่าย 3 สี ดำ (Deepsea Black) , ทอง (Sunlight Gold) และ แดง (Rogue Red)

DSC01636

ด้านหน้าคลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ขณะที่หน้าจอเลือกใช้แบบ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FullHD อัตราส่วนการแสดงผลของภาพ 16:9 ซึ่งสัดส่วนพื้นที่หน้าจอของรุ่นนี้เมื่อเทียบกับตัวเครื่องจะอยู่ที่ 72.4% ครับ ขณะที่ Multi-Touch รองรับ 10 จุดไม่มีปัญหา

Screenshot_20171222-232125-horz

20171223_161247

องค์ประกอบต่างๆของตัวเครื่องไล่มาตั้งแต่ส่วนด้านบนของจอจะมีลำโพงสนทนาอยู่ตรงกลาง ทางฝั่งซ้ายเป็นกล้องหน้าคู่ กับไฟ LED แสดงสถานะ ด้านขวาเป็นเซ็นเซอร์วัดแสง และไฟแฟลช Softlight LED ส่วนด้านล่างของจอเป็นปุ่ม Home และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (เป็นแบบสัมผัสไม่ใช่ปุ่มกดจริง) ส่วน ซ้าย-ขวา เป็นปุ่ม Back และ Recent Apps ที่จะมีไฟติดขึ้นมาเมื่อกดใช้งาน

20171223_160343

DSC01641

ด้านหลังมีกล้องหลักเลนส์เดี่ยวติดตั้งตรงกลาง ฝั่งซ้ายของกล้องเป็นแฟลช Dual-Tone LED ตรงกลางหลังเครื่องประทับโลโก้ “ASUS” มีลายเส้นเสารับสัญญานซึ่งใช้สีโทนเดียวกันกับตัวเครื่องพาดเป็นแนวขวางทั้งด้านบนและด้านล่าง

DSC01653

DSC01652

บริเวณขอบเครื่องด้านบนจะมีแค่ช่องไมค์ตัดเสียงรบกวน ขณะที่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.จะย้ายมาอยู่ขอบด้านล่าง ตำแหน่งเดียวกันกับลำโพงและพอร์ต Micro USB ถ้าเป็นรุ่น Zenfone 4 Selfie ช่องเสียบหูฟังจะอยู่ขอบด้านบนของเครื่องครับ

DSC01643 DSC01647

ในส่วนของทางฝั่งซ้ายจะเป็นช่องเก็บถาดใส่ซิมแบบไฮบริดจ์สล็อตที่เลือกได้ว่าจะใส่ซิมแบบนาโนทั้งสองซิม หรือจะใส่ซิมกับหน่วยความจำเสริมชนิด MicroSD Card ที่รองรับสูงสุด 2TB ขณะที่ฝั่งขวาจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

DSC01644 DSC01648

ขณะที่แพ็คเกจของ Asus Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ก็ออกแบบมาเรียบๆ นอกจากตัวเครื่องแล้วก็ยังมี เคสซิลิโคนแบบใส, ใบคู่มือการใช้งานและใบรับประกันสินค้า, เข็มจิ้มถาดซิม, ชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟ อะแดปเตอร์และสาย microUSB  และชุดหูฟังHandset แบบอินเอียร์ พร้อมจุกสำหรับเปลี่ยน

DSC01622 DSC01627 DSC01629 DSC01631

สเปคของ Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 กำลังประมวลผล Octa-core (8x ARM Cortex A53) ความไว 2.0GHz ติดตั้ง GPU Adreno506 ให้ RAM มา 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ MicroSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB

Screenshot_20171222-230806-horz

สำหรับคะแนนการทดสอบบน Geekbench 4 Pro แบบ Single-Core อยู่ที่ 880 คะแนน ขณะที่ Multi-Core ได้ 4336 คะแนน ส่วน AnTuTu Benchmark V6.2.7 ได้ 66208 คะแนน จัดว่าไม่ขี้เหร่เรียกใช้แอปพลิเคชั่น หรือเล่นเกมที่มีกราฟฟิกระดับสูงได้หายห่วง

Screenshot_20171222-232023-horz

 

Screenshot_20171222-232157-horz

20171223_160720 20171223_160932

ด้านสเปกการเชื่อมต่อเครือข่ายรองรับเครือข่าย 3G/4G ในไทยได้ไม่มีปัญหา (GSM 850/900/1800/1900MHz,
LTE Bands 1/3/5/7/8/20/40) ขณะที่ระบบ WiFi ก็รองรับมาตรฐาน 802.11b/g/n 2.4Ghz มีเทคโนโลยี Bluetooth 4.2 และมี GPS/A-GPS/GLONASS/BDSS กับภาครับสัญญาณ FM

DSC01634 DSC01632

ขณะที่เซ็นเซอร์ที่ให้มาจากการเช็คบน Sensor Box for Android ก็ใส่ที่จำเป็นมาให้ครบทั้ง

Screenshot_20171222-231126-horz

  • Accelerometer Sensor :เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

Screenshot_20171222-233010

Screenshot_20171223-153741-horz

ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 7.0 Nougat คลุมด้วย ZenUI 4.0 มี App Drawer แยกพื้นที่หน้า Home ออกจากโซนของแอปพลิเคชั่น ซึ่งแอปฯบันเดิลที่ติดตั้งมาก็มีทั้งพวก Google Service บริการพื้นฐานทั่วไปจาก Google และแอปฯที่เป็นของ Asus เองอย่างตัวจัดการไฟล์ Mobile Manager, แอปฯถ่ายภาพ Selfie Master หรือ Themes แอปฯสำหรับดาวน์โหลดธีมมาตกแต่งเครื่องเป็นต้น

Screenshot_20171212-095629-horz

นอกจากนี้ยังมี Audio Wizard แอปฯสำหรับจัดการด้านเสียง ที่สามารถเข้าไปปรับเลือกโหมดเพื่อให้ได้โทนเสียงที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานได้อีกด้วย

Screenshot_20171223-001407-horz

มาดูที่การใช้งานกันบ้างครับใน ZenUI 4.0 จะมีเมนู Manage Home ที่สามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เลือกวิดเจ็ทสำหรับวางบนหน้าจอ หรือจัดรูปแบบหน้าจอได้ตามความต้องการ และมีโหมด ASUS customized settings สำหรับอำนวนความสะดวกในการใช้งาน อาทิเช่น

Screenshot_20171222-225757-horz

  • Twin Apps : โหมดสำหรับโคลนแอปฯ เพื่อให้เข้าสู่บัญชีโซเชียลมีเดียได้จากสองบัญชีในเครื่องเดียว

Screenshot_20171222-225945-horz

  • ZenMotion : โหมดเปิดใช้งานแอปฯในเครื่องได้ทันทีเพียงแค่ลากนิ้วเป็นรูปสัญลักษณ์บนหน้าจอที่ดับอยู่ อาทิเช่น วาดเป็นตัว “S” เพื่อเปิดกล้องหน้า หรือวาดเป็นตัว “Z” เพื่อเปิดแกลเลอรี่

Screenshot_20171223-133226-horz

  • Game Genie : โหมดตัวช่วยสำหรับบรรดาเกมเมอร์ อาทิเช่น อัดวีดีโอขณะเล่นเกม หรือการปรับประสิทธิภาพของเครื่องให้พร้อมสำหรับเล่นเกมเป็นต้น

Screenshot_20171222-225700-horz

  • ZenUI Safeguard : ฟีเจอร์ตั้งค่าช่วยเหลือยามคับขัน โดยกดปุ่มเดียวเครื่องจะโทรออกไปยังเบอร์ที่ตั้งค่าไว้ทันที เพื่อแจ้งเหตุ และระบุตำแหน่งมที่อยู่ได้อีกด้วย

ด้านฟีเจอร์ Multi-Window หรือการเปิดหน้าแอปฯบนหน้าจอพร้อมกันสองแอปฯก็มีให้ใช้เช่นกันครับ เพียงแค่กด Recent apps ค้างไว้

Screenshot_20171212-095707-horz

ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยก็มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้กัน โดยที่สามารถบันทึกลายนิ้วมือได้ถึง 5 นิ้ว ความไวในการปลดล็อคอยู่ที่ 0.5 วินาที และยังกำหนดค่าลายนิ้วมือให้ใช้งานด้านอื่นๆได้ด้วย

Screenshot_20171212-095436-horz

ความสามารถด้านการถ่ายภาพในซีรีส์ Zenfone 4 ทาง Asus ชูจุดแข็งให้มีกล้องคู่ในทุกรุ่นจะอยู่ กล้องหน้า หรือ กล้องหลัง ก็ขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์ของแต่ละตัว สำหรับรุ่น Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ชูจุดขายที่ตัวกล้องหน้าเลนส์คู่ ไล่จากตัวกล้องหลักให้ความละเอียดของภาพได้สูงถึง 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor RS IMX362 ขนาด 1/2.55 นิ้ว เม็ดพิกเซลขนาด 1.4μm มีเทคโนโลยี DuoPixel  ที่มีตัวตรวจจับแสง PHOTODIODE และเทคโนโลยี SuperPixel Engine ทำให้ตรวจจับแสงได้ไวกว่าเดิม

DSC01637

ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์มุมมองรับภาพกว้างถึง 120 องศาความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์รูรับแสง f/2.2 ติดตั้งเซ็นเซอร์ Omnivision 5670 เม็ดพิกเซลขนาด 1.12μm ซึ่งตัวกล้องรองนี้แหละที่จะช่วยขยายขอบเขตของการเซลฟี่ (Selfie) ให้กลายเป็น วีฟี่ (WeFie) หรือการเซลฟี่แบบเป็นหมู่คณะได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แตะไอคอนตรงกลางด้านล่างก็จะสลับมุมมองจากเลนส์ปกติ 69 องศา มาเป็น 120 องศาได้ทันที

Screenshot_20171223-161830-horz

แน่นอนครับว่ากล้องรองของ Asus Zenfone 4 Selfie Pro ทำให้เราได้รับมุมมองภาพที่กว้างมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ลดลงเนื่องจากรูรับแสงที่กว้างสูงสุดแค่ f/2.2 โอกาสที่ภาพจะสั่น หรือมีนอยส์รบกวนก็จะมากกว่าการใช้กล้องหลักถ่าย

Screenshot_20171223-182731

อีกหนึ่งความสามารถในกล้องหน้าคู่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือการมี HDR ช่วยดึงรายละเอียดของภาพในจุดที่แสงน้อยให้ชัดเจนได้มากยิ่งขึ้น แถมยังมีโหมด Protrait หรือโหมดการถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอให้ใช้ ซึ่งเป็นการทำเบลอโดยใช้ซอฟต์แวร์เข้าช่วยครับ

ถ่ายด้วยกล้องหลัก / ถ่ายด้วยกล้องรอง เปิดโหมด Protrait

ถ่ายด้วยกล้องหลัก / ถ่ายด้วยกล้องรอง เปิดโหมด Protrait

ด้านโหมด “Beauty” ในรุ่นนี้ก็มีให้ใช้เหมือนกัน โดยปรับแต่งกันได้ตั้งแต่ สีผิว, ความสว่างของใบหน้า, ขนาดดวงตา หรือปรับขนาดแก้มให้หน้าเรียว แต่ถ้ายังไม่พอใจในมือถือก็มีแอปฯ SelfieMaster ติดตั้งมาเป็นทางเลือกให้ใช้งานกันได้ด้วย ขณะที่ตัวแฟลชของกล้องหน้าก็เป็น Softlight LED ที่แสงจะออกมานุ่มนวลสวยกำลังดี

Screenshot_20171221-174657-horz

ส่วนกล้องด้านหลังก็อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นเลนส์เดี่ยวความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony Exmor IMX 351 เม็ดพิกเซลขนาด 1.0μm รูรับแสง f/2.2 ใช้ระบบโฟกัส Dual Pixel PDAF ใช้กันสั่นแบบ EIS ติดตั้งแฟลช Dual-tone LED สำหรับโหมดการถ่ายภาพก็มีทั้งพวกพื้นฐานอย่าง Auto / Beauty / GIF / Protrait / Panorama / Time lapse / Slow Motion เป็น

20171223_160426

ขณะที่โหมดที่น่าสนใจก็ได้แก่ Super resolution ซึ่งเป็นโหมดการถ่ายภาพในความละเอียดขั้นสูงระดับ 64 ล้านพิกเซล โดยใช้หลักการนำภาพ 16 ล้านพิกเซล 4 ภาพมาซ้อนรวมกัน ขณะที่ตัวโหมด Pro จัดว่าน่าประทับใจ ด้วยระยะการปรับที่ทำได้กว้างตั้งแต่ ระยะโฟกัส, Speed Shutter (1/1000s – 32s), ISO (25-3200),EV (+-2) และ White Balance (2750K-6250K)

Screenshot_20171221-174931-horz

สำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวตัว Zenfone 4 Selfie Pro ก็สามารถบันทึกได้ในความละเอียดสูงสุด 4K UHD (3840 x 2160) ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่ทำได้ครับ

20171223_161352

ด้านแบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 3,000mAh มาพร้อมเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ (Fast Charging) ซึ่งตัวอะแดปเตอร์ที่ให้มาก็รองรับเทคโนโลยีนี้ครับ ขณะที่อายุการใช้งานถ้าไม่ได้เล่นหนักหน่วงก็อยู่ได้วันหนึ่งสบายๆ

DSC01611

ภาพรวมจากที่ลองใช้มา ASUS ZenFone 4 Selfie Pro (ZD552KL) จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่อีกรุ่นที่น่าสนใจครับ แต่ด้วยระยะเวลาที่ทิ้งช่วงไปนานนับตั้งแต่วันที่เปิดตัวที่อยู่ประมาณเดือนสิงหาคม จนมาถึงวันที่เข้าไทยที่อยู่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ขณะที่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางก็มีการแข่งขันที่สูงมากๆไม่ว่าจะเป็นตัวเทคโนโลยีหรืองานดีไซน์

DSC01635

จนเมื่อ ZenFone 4 Selfie Pro เข้ามาทำตลาดในไทย ก็ต้องยอมรับว่าหลายๆอย่างก็ดูจะเก่าไปเสียแล้วในสายตาของผู้บริโภค แต่ถ้ามองข้ามข้อนี้ไปได้เรื่องประสิทธิภาพภายในถือว่าไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอนครับ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ สนนราคาที่ 13,990 บาท

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า-กล้องหลัง ของ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro (ZD552KL)

P_20171216_154336 P_20171216_154352 P_20171216_154907_vHDR_Auto_HP P_20171216_155623_vHDR_Auto_HP P_20171216_160144_vHDR_Auto_HP P_20171216_160354 P_20171217_183401_vHDR_Auto P_20171217_192439 P_20171221_160517 P_20171221_164708 P_20171221_170547 P_20171221_171025 P_20171221_173121_vHDR_Auto P_20171221_173441_vHDR_Auto P_20171223_161804 P_20171223_162403 P_20171223_162538 P_20171223_171208 P_20171223_171219 P_20171223_182647 P_20171223_182705

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners