เปิดตัวพร้อมวางขายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Honor 7C สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กแต่สเปคไม่ธรรมดาจากทาง Honor แบรนด์สมาร์ทโฟนในเครือของ Huawei ที่มากับสเปคคุ้มค่าสมราคา ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ที่เป็นโลหะ หน้าจอดีไซน์ทันสมัย FullView Display อัตราส่วน 18:9 ในขนาด 5.99 นิ้ว พร้อมกล้องหลังคู่ และมีระบบสแกนใบหน้าให้ได้ใช้งานกัน
สเปคของ Honor 7C
- สัดส่วนเครื่อง 158.3 x 76.7 x 7.8มม. หนัก 164 กรัม
- หน้าจอ IPS LCD อัตราส่วน 18:9 ขนาด 5.99 นิ้วความละเอียด 720×1440 พิกเซล (HD+)
- ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 450 ประมวลผล Cortex-A53 Octa-core 1.8GHz ใช้ GPU Adreno 506
- สเปคที่เข้าไทย RAM 3GB+ROM 32GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
- กล้องหลังเลนส์คู่ 13+2 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัส PDAF และแฟลช LED รองรับวีดีโอ 1080p@30fps
- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีแฟลช LED
- สนับสนุนการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2, A-GPS, GLONASS, BDS และใช้พอร์ต microUSB 2.0
- รองรับการทำงานสองซิม (nanoSIM) และ MicroSD Card ได้พร้อมกันโดยใช้ Triple Slot
- มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า
- รัน Android 8.0 Oreo ร่วมกับ EMUI 8.0
- แบตเตอรี่ 3,000mAh
- สีที่วางขาย ดำ, ทอง, น้ำเงิน
กล่องของ Honor 7C เป็นทรงสีเหลี่ยมพื้นผ้าสีฟ้าสดใส มีข้อมูลสเปคและชื่อรุ่นบนตัวกล่อง ด้านในเป็นแบบแพ็คเกจ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นเครื่องส่วนด้านล่างเป็นบรรดาอุปกรณ์เสริมทั้ง
- เข็มจิ้มถาดซิม
- สาย MicroUSB
- ใบคู่มือการใช้งาน
- อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V
ตัวเครื่อง Honor 7C เป็นงานออกแบบที่ถูกเรียกว่า “360° circular symmetric middle frame” หน้าจอมีขนาดสมมาตรทั้ง 2 ด้านตัวขอบมุมของเครื่องโค้งมน รูปร่างเพรียวบางสัดส่วนความหนาเพียง 7.8 มม.เท่านั้น ตัวบอดี้เลือกใช้วัสดุเป็นโลหะหนักแค่เพียง 164 กรัม
ตัวกล้องคู่จัดวางในแนวนอนชิดมุมบนฝั่งซ้าย โดยที่มีแฟลช LED วางประกบด้านขวา ถัดลงมาด้านล่างเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ของ Honor
ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่ขอบเครื่องด้านล่างตรงกลางเป็นพอร์ต MicroUSB ขณะที่อีกฝั่งเป็นลำโพง ขอบด้านขวาเป็นปุ่ม เปิด/ปิด และตัวปรับระดับเสียง สำหรับด้านซ้ายเป็นถาดใส่ซิมแบบ Triple Slot รองรับการใช้งานสองซิมและใส่หน่วยความจำเสริม microSD ได้พร้อมกัน
ด้านบนของจอเป็นลำโพงสนทนา กล้องหน้าและแฟลช LED ส่วนด้านล่างปล่อยโล่งทิ้งโลโก้ Honor ไว้สวยๆ สำหรับแถบ Navigation Bar ที่สิงสถิตของ 3 ปุ่มเซียนอย่าง Back, Home และ Recent App ใช้เป็นระบบสัมผัสบนหน้าจอ
Honor 7C ใช้งานดีไซน์หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ไม่มีรอยบากให้รำคาญตา โดยตัวจอแสดงผลเป็นแบบ IPS LCD 24-bit ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วน 18:9 ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลอยู่ที่ 268ppi ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D โดยที่สัดส่วนหน้าจอกินพื้นที่ของเครื่องไป 76.3%
จอของ Honor 7C รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุดตามมาตรฐานทั่วไป ใช้งานกลางแดดได้ไม่มีปัญหา แถมยังมีฟีเจอร์ “Eye Comfort” หรือโหมดถนอมสายตาให้กดงานได้ด้วย
ขุมพลังของรุ่นนี้ใช้ Snapdragon 625 ที่มีการประมวลผลแบบ Cortex-A53 Octa-core 1.8GHz ใช้ GPU Adreno 506 สเปคที่วางขายในไทยเป็น RAM 3GB ความจุตัวเครื่อง (ROM) ขนาด 32GB ถือว่าเป็นสเปคที่กำลังดีตามมาตรฐานของ C-Series ที่เน้นการใช้งานทั่วไป หรือถ้าใครคิดว่ายังไม่พอก็อัด microSD Card เสริมได้สูงสุด 256GB แถมยังไม่เสียช่องสำหรับใส่ซิมที่ 2 เพราะรุ่นนี้ใช้ถาดแบบ Triple Slot ครับ
สำหรับตัวเซ็นเซอร์จากที่เช็คผ่านแอปฯ Sensor Box for Android ในรุ่น Honor 7C มีดังนี้
- Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
- Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
- Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
- Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
- Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
- Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)
ขณะที่คะแนนการทดสอบของรุ่นนี้บนแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆก็ได้ผลลัพท์ดังนี้ครับ
- PCMark for Android (Work 2.0) : 4560 คะแนน
- Geekbench 4 : Single-Core = 772 คะแนน / Multi-Core = 3849 คะแนน
- AuTuTu Benchmark v7.0.7 : 69168 คะแนน
เรื่องการนำมาเล่นเกม Honor 7C สามารถเล่นเกมที่กำลังฮิตทั่วไปได้ไม่มีปัญหาครับ เพียงแค่ไม่แนะนำให้เปิดกราฟฟิกสูงสุดเพราะมีอาการสะดุดแน่นอน ก็ถือว่าเป็นสเปคที่ให้มาตามราคาที่ควรจะเป็น ในส่วนของแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มา 3,000mAh เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวันแน่นอน สำหรับตัวพอร์ตยังเป็น microUSB อยู่
สำหรับระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 8.0 Oreo คลุมทับด้วย EMUI 8.0 ซึ่งมาพร้อมกับสารพัดฟีเจอร์ให้ใช้งานกัน อาทิเช่น
- Split Screen : โหมดแบ่งการทำงานพร้อมกันสองหน้าจอ โดยกดที่ปุ่ม Recent App ค้าง รองรับการทำงานกับบรรดาแอปฯพื้นฐานอย่าง Facebook, WhatsApp, Skype, Twitter, Youtube,Netflix หรือ LINE เป็นต้น
- Smart multi-column Display : ปรับเปลี่ยนการแสดงผลบนแอปฯโดยแบ่งเป็นคอลัมน์ เพื่อลดขั้นตอนการเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆของแอปฯ โดยทำสัดส่วนการแสดงผลให้การใช้งานบนสมาร์ทโฟนทำได้ง่ายเหมือนใช้บนแท็บเล็ต
- Game Suite : โหมดจัดการการแจ้งเตือน หรือสายเรียกเข้าไม่ให้รบกวนขณะที่ผู้ใช้กำลังเล่นเกม
- Submenu : สามารถกดดูการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชั่นต่างๆได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะบนไอคอนแอปฯค้างไว้ รวมถึงการสร้าง Shotcut พิเศษบนหน้าจอสำหรับเป็นทางลัดในการเข้าถึงฟีเจอร์ในตัวของแอปฯได้อย่างรวดเร็ว
- Autofill : ระบบจดจำ Account/Password สำหรับ Login เข้าสู่ระบบต่างๆของผู้ใช้งาน และจะมีการกรอกให้ทันทีโดยอัตโนมัติ โดยที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บรักษาอย่างดีบนระบบ Cloud
- 2 Bluetooth Connection : เสริมความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาน Bluetooth บนอุปกรณ์สองตัวพร้อมกันได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด
- Real-time Headset Monitoring : เหมาะสำหรับคนชอบ Live ผ่านแอปฯ หรือการทำ Streaming ผ่านสมาร์ทโฟน โดยที่ตัวผู้ใช้จะสามารถเช็คเสียงที่เข้าไมค์ของ Honor 7C ได้แบบเรียลไทม์ต่างจากมือถือทั่วไปที่จะไม่สามารถเช็คเสียงระหว่าง Live ได้
- Motion Control : ออกคำสั่งใช้งานฟีเจอร์ต่างๆบนสมาร์ทโฟน ด้วยการลากหน้าจอในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น ลากสามนิ้วจากบนลงล่างจะเป็นการบันทึกหน้าจอ หรือการแตะหน้าจอสองครั้งเพื่อปลดล็อคหน้าจอ
ด้านระบบรักษาความปลอดภัยนอกเหนือจากการสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องซึ่งทำงานได้อย่างว่องไว 0.35 วินาที ด้วยเทคโนโลยี Finger Print 4.0 ใน Honor 7C ก็ยังมีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า (Face Unlock) โดยที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับถึง 1024 จุด ซึ่งใช้งานในสภาพแสงปกติได้ไวไม่แตกต่างจากการสแกนลายนิ้วมือ
มาดูที่การถ่ายภาพกันบ้างในรุ่น Honor 7C ใช้กล้องหลังคู่ ประกอบด้วยกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล ตัวเลนส์ประกอบ 5 ชิ้น มีระบบโฟกัส PDAF จับโฟกัสได้ไว 0.3 วินาที ขณะที่กล้องเสริมเป็นตัวจับระยะตื้นลึกของแบบ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งเราสามารถกดเปิดฟีเจอร์ Wide Aperture ปรับแต่งรูรับแสงเพื่อสร้างโบเก้ในโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ถึง 7 ระดับ
ด้านโหมดการถ่ายภาพสำหรับกล้องหลังก็มี Panorama, Video, HDR, Filters, Watermark, Document correction, Food mode และ Face Beauty mode
ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ประกอบ 4 ชิ้น รูรับแสง f/2.0 มีแฟลช LED แบบ Soft Light ช่วยให้ใบหน้าเคลียร์สว่างเหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ส่วนโหมดถ่ายภาพ Panorama, Video, Filters, Watermark และ Face Beauty mode
ตัวแฟลชสำหรับกล้องหน้าถ้าเปิดแบบ Sofe Flash จะสามารถปรับระดับของแสงได้ 3 ระดับครับ แต่ถ้าเปิดเป็น Auto จะเป็นการเลือกการทำงานระหว่างระดับ 1-2
แฟลชของกล้องหน้านอกจากจะช่วยให้สีผิวของตัวแบบมีความเป็นธรรมชาติแล้ว ก็ยังเหมาะสำหรับการเซลฟี่ทั้งในที่แสงน้อยและในที่ย้อนแสง แถมยังทำงานร่วมกับโหมด Beauty ได้ด้วย
- ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Honor 7C
Honor 7C จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนในซีรีส์ราคาประหยัดที่น่าสนใจ ด้วยงานดีไซน์ที่ทันสมัย สเปคที่คุ้มค่าเหมาะแก่การเอาไปใช้งานทั่วไป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กำลังอยากได้มือถือจอ FullView มีกล้องหลังคู่ ในเรทที่เข้าถึงง่าย
สำหรับราคาในไทยเคาะที่ 5,290 บาท แต่ถ้าจับจองผ่าน Lazada ในวันที่ 8 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 -16.00 น. สนนราคาแค่ 4,690 บาทเท่านั้น

































































