ดีแทค เปิด “สมุดปกขาว” (White Paper) สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์ พร้อมกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่และจัดการประมูลคลื่นความถี่คลื่น 700, 850, 1800, 2300 และ 2600 MHz อย่างโปร่งใส ชัดเจน เพราะมองว่าเป็นปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
การนำเสนอ “สมุดปกขาว” ของ ดีแทค ครั้งนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ “เส้นทางสู่ดิจิทัลไทยแลนด์” ซึ่งเป็นแผนระยะยาวที่ทางโอเปอร์เรเตอร์จะสนับสนุนประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิตอล จากการร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยตั้งเป้าเห็นผลในปี พ.ศ. 2563
สำหรับ 6 ยุทธศาสตร์สำคัญที่ ดีแทค นำเสนอกับภาครัฐประกอบด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ 1: โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure)
ดีแทค มองว่ายุทธศาตร์ข้อนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการพาประเทศเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิตอล จึงได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดแผนจั
นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนให้รัฐฯจัดทำกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้ให้บริการแต่ละค่ายพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure Sharing) โดยทาง ดีแทค เชื่อว่าทุกค่ายน่าจะให้ความร่วมมือเพราะการขยายเครือข่ายแต่ละครั้งใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ขณะที่การลงทุนของบริษัทปีนี้จะเน้นไปที่การลงทุน 4G เป็นหลัก ซึ่งภายใน มิ.ย.นี้จะสามารถครบครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทย
โดยเป้าหมายที่ ดีแทค ตั้งไว้คือประชาชนจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากกว่า 133% ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะต้องเพิ่มเป็น 7 แสน 3 หมื่นล้านบาท บริการ 4G จะต้องครอบคลุมทั่วประเทศ และคนไทยทุกคนจะต้องสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้
ยุทธศาสตร์ที่ 2: ระบบนิเวศเชิงนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation Ecosystem)
ภายในรายงานฉบับนี้ดีแทคได้มุ่งเน้นส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลของธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ SME โดยความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ,สถาบันศึกษา และเอกชน
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ดีแทคได้จัดตั้งโครงการ dtac Accelerate เพื่อส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ และได้ทำให้เป็นรูปธรรมด้วยการจัดตั้ง บริษัท ดีแทค แอคเซอเลอเรท จำกัด ซึ่งมีเป้าหมายทำให้สตาร์ทอัพไทยให้มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท และก้าวสู่อันดับ 1 ของสตาร์ทอัพกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุด ( อันดับที่ 1-25) ของดัชนีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness) และ ดัชนีความพร้อมของเครือข่าย ( Network Readiness) พร้อมทั้งตั้งเป้าสร้าง Tech Giant ให้เกิดขึ้นในไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 3: เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสังคมที่
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจดิจิตอลประสบความสำเร็จคือทั้งเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องลดช่องว่างความเลื่อมล้ำระหว่างประชากรในเมืองและชนบทที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
สำหรับเป้าหมายที่วางไว้คือคนไทยทุกคน ทุกพื้นที่ จะต้องได้รับการเชื่อมต่ออย่างเท่าเทียม และต้องมีความปลอดภัย ขณะที่ประชาชนจะต้องมีความรู้และทักษะเชิงดิจิตอลสำหรับประกอบวิชาชีพและดำรงชีวิต
โดย ดีแทค เองก็ได้ทำข้้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงเกษตรฯในโครงการ Smart Farmer ที่มีจำนวนสมาชิกอยู่ 70,000 ราย โดยบริษัทได้ช่วยให้เกษตรการเรียนรู้การทำธุรกิจรูปแบบใหม่ให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีอายุ 17-45 ปี เพื่อไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง และสอนให้คิดเชิงเกษตรเชิงพาณิชย์ โดยหวังว่าวิธีการบริหารที่นำระบบดิจิตอลเข้ามาผสมผสานจะช่วยเพิ่มมูลค่าและช่วยลดรายจ่าย
ยุทธศาสตร์ที่ 4: บริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ (eGovernment Services)
ไทยยังคงตามหลั
โดยหวังว่า ไทย จะได้ขยับอันดับขึ้นมาอยู่ 50 อันดับแรกของ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (UN e-Government) ซึ่งปัจจุบัน ไทย อยู่ในอันดับที่ 102 จาก 193 อันดับทั่วโลก ส่วนการบริการจะต้องครอบคลุมและมีเสถียรภาพ ขณะที่ประชาชนเองก็ต้องมีส่วนร่วมมากขึ้น
ยุทธศาสตร์ที่ 5: ทุนมนุษย์ (Human Capital)
ดีแทค ได้เสนอให้รัฐบาลเสริมความแข็งแกร่งด้านไอซีทีพื้นฐานให้กับประชากรทั้งหมดเพื่อจะได้มีส่วนร่วมกับสังคมดิจิตอลและตอบสนองต่อตลาดแรงงานได้ ซึ่งจะต้องทำงานผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน โดยการจัดหาภาคเอกชนและทรัพยากรบุคลที่สามารถเข้ามาให้คำแนะนำในจุดนี้ได้
ยุทธศาสตร์ที่ 6: กรอบการทำงานองค์รวมเพื่อดิจิทั
โดยทาง ดีแทค ได้แนะนำให้รัฐกำหนดกรอบนโยบายที่ทันสมัยเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยรสมัยใหม่อย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการแก้ไขกฏหมายเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลที่โปร่งใสและผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อีกทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่จะต้องโปร่งใส รวมถึงมีกฏระเบียบอนุญาติให้มีรูปแบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นคงปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อบังคับแต่รวมถึงการทำให้การอบรมกับประชากรทุกกลุ่มอายุ โดยให้เป็นหนึ่งในหลักสูตรการเรียนในสถาบันศึกษาของรัฐ
นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เผยว่า 2 ปีที่ผ่านมาการพัฒนาเชิงดิจิตอบในเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ไทยเองก็มีศักยภาพในการพัฒนาและศักยภาพในการเป็นผู้นำเศรษฐกิจดิจิตอลในภูมิภาคอาเซียน ดีเทคในฐานะโทรคมนาคมโอเปอเรเตอร์ พร้อมจะให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่
อีกทั้งยังได้ยืนยันว่าจำนวนคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ ดีเทค ถืออยู่รวม 50 MHz ถือว่าเพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้คลื่นความถี่ย่าน 2300 และ 2600MHz ในอนาคต ก็ยังคงสามารถให้บริการลูกค้าได้ต่อไป จึงเป็นเหตุที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่น 900 MHz รอบใหม่ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
