กรุงเทพฯ 14 ธันวาคม 2550 ; เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรู สนับสนุนเงินจำนวน 3 พันล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจของทรูมูฟ อีกทั้งเสริมทรูมูฟให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย พร้อมให้สิทธิทรูซื้อหุ้นคืนได้ทุกขณะ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี สนับสนุนธุรกิจทรูมูฟ ผ่านวิธีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท กรุงเทพอินเตอร์เทเลเทค จำกัด (มหาชน) หรือ BITCO เป็นจำนวนทั้งสิ้น 6 พันล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 0.50 บาท ทั้งนี้ BITCO เป็นบริษัทแม่ของทรูมูฟ ซึ่งถือหุ้นโดย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ Wirefree Services Belgium (บริษัทย่อยในเครือของ France Telecom) นอกจากนี้ ซีพี ยังให้สิทธิ์กับทรูในการซื้อหุ้นคืนได้ในราคาตามต้นทุนจริงบวกค่าใช้จ่าย (Cost-plus Basis) ภายในระยะเวลา 18 เดือน โดยสามารถซื้อคืนได้ในราคาหุ้นละ 0.53 บาท ภายใน 6 เดือน หรือในราคาหุ้นละ 0.56 บาทภายใน 1 ปี และในราคาหุ้นละ 0.59 บาท ภายใน 18 เดือน นาย ทรูรู้สึกยินดียิ่งที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ นอกจากจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนบริษัทในระยะยาวแล้ว ยังสะท้อนความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของทรูมูฟและอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ซีพียังให้สิทธิ์ทรูสามารถซื้อหุ้นคืนเมื่อไรก็ได้ ภายในระยะเวลา 18 เดือน ซึ่งเราตั้งใจว่าจะซื้อหุ้นดังกล่าวคืน ภายหลังจากการอนุมัติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น เงินสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในทรูมูฟครั้งนี้ จะช่วยลดภาระด้านเงินทุนที่กลุ่มทรูต้องนำไปสนับสนุนการขยายธุรกิจของทรูมูฟอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ทรูมูฟสามารถขยายโครงข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 92% ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ ทำให้ปัจจุบันทรูมูฟขยายธุรกิจจนถึงจุดที่สามารถสร้างกระแสเงินสด และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้เพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต นายศุภชัยกล่าวเพิ่มเติม นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ทรูมูฟสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการได้มากกว่า 3 เท่า จากเดิม 3.4 ล้านราย มาเป็น 12 ล้านราย และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากอัตราร้อยละ 12.8 เป็นอัตราร้อยละ 23 โดยในช่วงเวลาเดียวกัน ทรูมูฟยังสามารถขยายการให้บริการโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 77 เป็นร้อยละ 92 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ ผลการดำเนินงานของทรูมูฟตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการให้บริการ (ที่ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) เติบโตในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 30.3 ต่อปี (จาก 13.1 พันล้านบาท ในปี 2547 เป็น 22.3 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2549) ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย หรือ EBITDA มีการเติบโตในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 46.9 ต่อปี (จาก 2.4 พันล้านบาท ในปี 2547 เป็น 5.1 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2549) และคาดว่าทั้งรายได้และ EBITDA จะเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในปี 2551 สำหรับการขายหุ้นดังกล่าวในราคาหุ้นละ 0.50 บาทนั้น เป็นราคาเดียวกับที่ใช้ในการแปลงหนี้เป็นทุนของทรูใน BITCO ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จำนวน 7.06 พันล้านบาท (ประกอบด้วยเงินต้น 6 พันล้านบาท และดอกเบี้ยค้างจ่ายจำนวน 1.06 พันล้านบาท) การซื้อหุ้น BITCO ในครั้งนี้ ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์มีสัดส่วนการถือหุ้นใน BITCO และ ทรูมูฟเพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 0.76 เป็นอัตราร้อยละ 23.92 โดยสัดส่วนการถือหุ้นของทรูจะลดลงจากร้อยละ 98.17 เป็นร้อยละ 75.26 และสัดส่วนการถือหุ้นของ Wirefree Services Belgium จะลดลงจากอัตราร้อยละ 1.07 เป็นอัตราร้อยละ 0.82 นาย เงินสนับสนุนทรูมูฟที่ได้รับจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในครั้งนี้ จะทำให้ทรูมูฟได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งจากโอกาสในการดำเนินยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่ม และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต ภายใต้การกำกับดูแลที่มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น นายศุภชัย กล่าวในที่สุด |