Gear Fit2 Pro สปอร์ตแบนด์รุ่นล่าสุดจากทาง Samsung ที่วางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนในงาน Thailand Mobile Expo 2017 ที่ผ่านมา ในราคาเปิดตัว 6,500 บาท เท่ากันกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Gear Fit2 พร้อมกับเสริมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าใช้และโดนใจสำหรับคนชอบออกกำลังมากยิ่งขึ้น
สเปคของ Samsung Gear Fit2 Pro
– จอ Curved Super AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว ความละเอียด 216 x 432 พิกเซล
– หน่วยประมวลผล Dual-core 1.0 GHz
– หน่วยความจำ RAM 512MB / ROM 4GB
– แบตเตอรี่ 200mAh
– ขนาดตัวเครื่อง 25 x 51.3 มิลลิเมตร
– น้ำหนัก 33 กรัม
– ใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen ทำงานร่วมกันกับ Android และ iOS
– การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11b/g/n 2.4 GHz, Bluetooth 4.2, GPS, Glonass
– เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Gyro Sensor, HR Sensor
– รองรับไฟล์เสียง MP3, M4A, 3GA, AAC, OGG, OGA, WAV, WMA, AMR, AWB
สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานภายในกล่องของ Gear Fit2 Pro ก็จะมีตัวเรือน แท่นชาร์จ และคู่มือ (สายอีกเส้นที่เห็นในภาพนี้ทาง Samsung แถมมาให้เพื่อการรีวิวเท่านั้น)
มาดูที่ตัวสายกันก่อน ซึ่งก็ได้ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่มีคนบ่นกันเยอะว่าเวลาใส่แล้วสายชอบหลุดออกง่ายเพราะเป็นแบบหมุดล็อค Gear Fit2 Pro จึงทำให้มีตัวล็อคเหมือนกับสายนาฬิกาเลย โดยตัวสายสามารถถอดแยกออกจากตัวเรือนเพื่อเปลี่ยนหรือเช็ดทำความสะอาดได้ วัสดุเป็นยาง TPU สวมใส่ได้เบาสบาย ผิวลายด้านนอกมีดีไซน์แบบขอบเพชร
ทางด้านตัวเรือนมีหน้าจอ Super AMOLED แบบโค้งและสัมผัสได้ ขนาด 1.5 นิ้ว ความละเอียด 216 x 432 พิกเซล ปุ่มกดข้างๆ ตัวเครื่องมี 2 ปุ่ม เป็นปุ่มเมนูในหน้าหลัก และสามารถกดค้างเพื่อใช้เปิด/ปิดเครื่องได้ ส่วนอีกปุ่มหนึ่งเหมือนเป็นปุ่มย้อนกลับไปยังเมนูก่อนหน้า ขณะที่บริเวณตรงกลางของด้านหลังแน่นอนว่าต้องมี Heart Rate Sensor และขั้วชาร์จแบตเตอรี่ที่เป็นจุดสีทองๆ 2 จุด
ส่วนแท่นชาร์จแบตเตอรี่จะเห็นว่ามีขั้วชาร์จทั้งด้านซ้ายและขวา เวลาเอาตัวเรือนมาวางชาร์จจึงสามารถฝั่งไหนวางก็ได้ และที่แท่นชาร์จเองก็จะมีแรงแม่เหล็กแบบอ่อนๆ เพื่อดูดตัวเรือนมาติดกัน แถมขั้วชาร์จก็จะตรงกันแบบพอดีโดยที่เราไม่ต้องเล็งอะไรเลย ความจุแบตเตอรี่ให้มาที่ 200mAh ซึ่งถึงแม้ว่าจะเปิดการตั้งค่าแจ้งเตือนไว้เยอะๆ ก็ยังเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน ยิ่งถ้าไม่ค่อยได้ใช้อะไรมากอยู่ได้ 2-3 วันแบบสบายๆ
ถึงเวลาเปิดเครื่อง โดยเมื่อเราเปิด Gear Fit2 Pro ขึ้นมาก็จะเข้าสู่การตั้งค่าในครั้งแรก ซึ่งรุ่นนี้ก็มีภาษาไทยมาให้ใช้อีกด้วย
จากนั้น Gear Fit2 Pro ก็จะให้เราเชื่อมต่อและจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น Samsung Gear (ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS)
หลังจากที่ Gear Fit2 Pro เชื่อมต่อกับมาร์ทโฟนเรียบร้อย ก็จะมาถึงหน้าแนะนำการใช้งานต่างๆ ซึ่งก็ค่อนข้างเข้าใจได้ง่าย เพราะมีเพียงแค่การปัดหน้าจอไปทางซ้ายเพื่อดูวิดเจ็ต ปัดหน้าจอไปทางขวาเพื่อกลับไปหน้าแรก ปัดหน้าจอจากด้านบนลงมาเพื่อดูข้อมูลสถานะหรือแจ้งเตือน และปัดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นบนเพื่อซ่อน (ตรงนี้ใครที่ใช้เป็นอยู่แล้วก็กดข้ามไปได้เลย)
ตัวเมนูหรือแอพฯ หลักๆ ที่ให้มาก็จะมีพวกการตั้งค่า เครื่องเล่นเพลง บันทึกกิจกรรม 24 ชั่วโมง การออกกำลังกาย การก้าวเดิน การดื่มน้ำ ตัวจับเวลา ปฏิทิน สภาพอากาศ เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เราสามารถย้ายตำแหน่งของเมนูได้ตามความถนัดและเหมาะกับการใช้งานของเรา เพียงแค่กดค้างที่ไอคอนเมนูนั้นๆ แล้วเลื่อนขึ้นหรือลง
ในเมนูของการตั้งค่าก็จะเป็นตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องได้ทั้งหมด สามารถกำหนดค่าการสั่นเตือนที่เกี่ยวกับสุขภาพ หรือตรวจจับการออกกำลัง ซึ่งจะเห็นว่ามีเพียงเมนูให้กำหนดค่าระบบสั่นสำหรับการแจ้งเตือนเท่านั้นและไม่มีเสียงเตือน ด้วยความที่อุปกรณ์ประเภทสปอร์ตแบนด์นั้นเราจะใส่ติดตัวตลอดเวลา แค่การสั่นแจ้งเตือนก็คงเพียงพอ
เมนูการนับก้าวเดินหรือการขึ้นลงบันไดที่ปกติตัวเครื่องจะนับให้เราอัตโนมัติแล้ว เราสามารถกำหนดเป้าหมายในแต่ละวันได้ด้วยว่าอยากทำให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้จำนวนเท่าใด หรืออยากรู้ว่าตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นอย่างไรบ้าง
เพื่อสุขภาพที่ดีการดื่มน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญ Gear Fit2 Pro ก็ให้เราสามารถบันทึกหรือตั้งเป้าหมายการดื่มน้ำในแต่ละวันได้ หรืออยากบันทึกและตั้งลิมิตการดื่มกาแฟก็สามารถทำได้ด้วยเช่นเดียวกัน
Gear Fit2 Pro สามารถค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์ให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน เหมาะสำหรับใครชอบวางมือถือไว้ตามที่ต่างๆ ในบ้านแล้วหาไม่เจอ หรือในกรณีที่เราทำโทรศัพท์หาย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในเมนูสำคัญที่มีมาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านี้
สำหรับ Gear Fit2 Pro มีความสามารถในการกันน้ำตามมาตรฐาน 5 ATM หรือกันน้ำได้สูงสุดถึง 50 เมตร คือเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เป็น IP68 และยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างแอพฯ Speedo ที่เหมาะสำหรับคนชอบว่ายน้ำ ให้สามารถใช้ตรวจนับสโตรคการว่ายน้ำต่างๆ
ในส่วนของวิดเจ็ตเองก็สามารถเอาออกหรือเพิ่มวิดเจ็ตใหม่ได้ตามต้องการ และการใช้งานวิดเจ็ตก็ทำได้ง่ายเพียงแค่ปัดหน้าจอไปทางด้านซ้าย
มาดูเมนูส่วนอื่นๆ ที่สามารถทำได้จากในแอพฯ Samsung Gear ว่ามีอะไรบ้างนั้น ในส่วนแรกเลยก็คือสามารถเปลี่ยนพื้นหลังของหน้าจอได้หลากหลายสไตล์ตามที่ต้องการ ถัดมาก็คือการค้นหาอุปกรณ์ Gear Fit2 Pro จากมือถือ
การแจ้งเตือนในมือถือ เช่น สายโทรเข้า/โทรออก SMS หรือพวกแอพฯ ต่างๆ อย่าง LINE, Facebook, Messenger ฯลฯ อันนี้ก็จะมาแจ้งเตือนบน Gear Fit2 Pro ได้ด้วยเช่นกัน และถ้าเป็นแอพฯ แชท ก็สามารถตอบกลับได้ด้วยข้อความสั้นๆ หรืออีโมติคอนที่มีมาให้อยู่แล้ว
บนแอพฯ Samsung Gear ยังมีการแสดงข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ Gear Fit2 Pro ไว้อย่างละเอียด อาทิ เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่และพลังงานที่สามารถใช้ได้โดยประมาณ พื้นที่เก็บข้อมูลทั้ง ROM และ RAM ซึ่งก็สามารถลบหรือเคลียหน่วยความจำได้จากในแอพฯ
ส่วนสุดท้ายนี้ สำหรับคนที่เน้นการออกกำลังกายแบบจริงจัง และอยากเก็บข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียด ก็เชื่อมต่อ Gear Fit2 Pro กับแอพฯ Samsung Health ได้เลย (ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS) โดยตัวแอพฯ ก็จะให้เราตั้งค่าโปรไฟล์กันเล็กน้อย คือระบุเพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อให้สามารถคำนวณค่าต่างๆ ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยสรุปแม้ว่าถ้ามองจากดีไซน์และรูปลักษณ์ภายนอกของ Gear Fit2 Pro จะคล้ายคลึงกับ Gear Fit2 รุ่นก่อนหน้า แต่ก็ต้องบอกว่าทาง Samsung มีการปรับปรุงและเสริมฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่การใช้เป็นสมาร์ทวอทช์ใส่ดูเท่ๆ ใช้ฟังเพลง หรือใช้เป็นสปอร์ตแบนด์เพื่อบันทึกกิจกรรมการออกกำลังแบบจริงจัง
นอกจากนี้ยังสามารถใส่ว่ายน้ำและลงน้ำลึกได้มากกว่าเดิมถึง 50 เมตร ในขณะที่มีราคาขายเท่ากับรุ่นก่อนหน้าคือ 6,500 บาท จึงนับว่าคุ้มค่าพอตัวสำหรับคนที่กำลังมองหาอุปกรณ์เสริมเพื่อการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/wearables/gear-fit2-pro/SM-R365NZKNTHO/