หลังจากทีมงาน mxphone ได้ทดลองใช้งาน Sony Xperia XZ Premium มาเป็นระยะเวลาเกือบเดือน เลยมาย้ำเตือนสิ่งที่น่าสนใจ 6 เรื่อง ที่จะมาช่วยกระตุ้นให้ปล่อยวางสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าทิ้งไป แล้วเดินเข้าชอปไปสอย XZ Premium มาใช้งานกัน กับสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดในเวลานี้
เปิดกันด้วยเรื่องของราคาจำหน่ายที่น่าจะทราบกันอยู่แล้ว ตอนนี้ Sony Xperia XZ Premium วางจำหน่ายตามร้านค้า และศูนย์บริการของโอเปอเรเตอร์ครบทุกเจ้าในราคาเครื่องเปล่าที่ 25,990 บาท แต่ถ้าซื้อพร้อมชำระค่าบริการแพกเกจล่วงหน้าจะอยู่ที่ 19,990 บาท โดยรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับแต่ละโอเปอเรเตอร์
ชี้ช่องทางสำหรับไปหาเครื่องมาใช้กันแล้ว ต่อไปมายั่วกันต่อด้วยความสามารถของ Sony Xperia XZ Premium ที่จะมาตอกย้ำการกลับมาของอารยะธรรม Sony ได้อย่างชัดเจน กับสมาร์ทโฟนในตลาดพรีเมียม
1.สมาร์ทโฟนที่รับสัญญาณ 4.5G ได้ดีที่สุดในตลาด
Sony Xperia XZ Premium กลายเป็น 1 ใน 2 สมาร์ทโฟนในตลาดไทยปัจจุบันที่นำหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835 มาใช้งาน ซึ่งอีกรุ่นคือ HTC U11 เพียงแต่ว่า U11 รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่น RAM 6 GB มีการลดสเปกเน็ตเวิร์กลงมาเล็กน้อยทำให้สุดท้ายแล้วใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่า XZ Premium
ในรีวิวก่อนหน้านี้ เคยพูดถึงภาครับสัญญาณของ XZ Premium กันไปบ้างแล้วว่า ตัวเครื่องรองรับ 4.5G แบบ 3CA 256qam 4×4 MIMO จากโมเด็ม Snapdragon X16 ซึ่งถ้าใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพจะสามารถใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตได้ระดับ 1 Gbps
ส่วนในประเทศไทย แม้ว่าตอนนี้จะมีบางจุดที่เปิดให้บริการ 4.5G แบบเต็มรูปแบบ สำหรับเครือข่าย AIS และ TrueMove H ที่เริ่มปูพรม 4.5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศก็ตาม แต่ในการใช้งานจริงจะยังไม่ได้รับความเร็วสูงสุดตามที่เคลมไว้
แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่เป็น 4.5G (สังเกตจากสัญลักษณ์ 4G+ บริเวณแถบสัญญาณ) ก็มั่นใจได้เลยว่าความเร็วในการเชื่อมต่อ 4G LTE พุ่งไปอยู่ระดับ 200 – 300 Mbps สบายๆ ถ้ามีการจับใช้งาน 2CA หรือ 3CA ก็ตาม แต่ถ้าจับได้ครบ 3CA 256qam 4×4 MIMO จะทำความเร็วพุ่งไปเกิน 300 Mbps ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
วิธีสังเกตง่ายๆ ว่าพื้นที่ที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่โอเปอเรเตอร์ปล่อยสัญญาณ 4.5G ง่ายๆเลยให้ดูที่ค่าอัปโหลด ถ้าเป็น 4G ธรรมดา ความเร็วในการอัปโหลดจะอั้นอยู่ที่ประมาณ 30 Mbps แต่ถ้าเป็น 4.5G ค่าอัปโหลดจะขึ้นไปอยู่ประมาณ 50 Mbps
2.สมาร์ทโฟนที่จอละเอียดที่สุด
ความละเอียดของจอ Sony Xperia XZ Premium จะอยู่ที่ 4K ที่สำคัญคือเป็น 4K แบบ HDR ด้วย เมื่อเทียบกับรุ่นท็อปแบรนด์อื่นในตลาดจะอยู่ที่จอ 2K หรือ Full HD กันหมด ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า XZ Premium เป็นรุ่นเดียวที่มากับจอ 4K ในเวลานี้ก็ว่าได้
จุดเด่นของจอ 4K คืออะไร แน่นอนว่าถ้าเวลาใช้งานสมาร์ทโฟนไปดึงคอนเทนต์ทั่วๆไปมาแสดงผล ก็ไม่ได้จำเป็นต้องใช้จอ 4K มาเพื่อแสดงคอนเทนต์ระดับ HD หรือ Full HD แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เข้าถึงคอนเทนต์ระดับ 4K อยู่แล้ว คุณภาพที่ได้แม้จะเป็นตาคนทั่วๆไปก็สามารถแยกออกได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมองถึงคอนเทนต์ระดับ 4K ที่สามารถเข้าถึงได้ในเวลานี้ Youtube กลายเป็นช่องทางแรกในการเข้าถึง เพราะผู้ใช้สามารถเปิดใช้แอป Youtube เลือกชมคอนเทนต์ 4K ได้ทันที แต่อย่าลืมว่าถ้าใช้งานผ่านโมบายอินเทอร์เน็ต (ไม่กลัวเน็ตหมด) ให้เข้าไปตั้งค่า Default Quality ไว้ที่ 4K ด้วย ไม่งั้นถ้าให้แอปเลือกเองส่วนใหญ่จะไปจับคอนเทนต์ 1080p มาแสดงผล
3.เข้าถึงเสียงระดับ Hi-Res เมื่อจับคู่กับหูฟังคุณภาพสูง
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทาง Sony พยามโปรโมทระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงไฟล์เพลงคุณภาพสูงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตในช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังจากแอปสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Tidal หรือจะใช้งานร่วมกับไฟล์เพลงแบบ Lossless ที่มีก็ได้เช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น การที่สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปอย่าง XZ Premium จะใส่เทคโนโลยีที่รองรับ Hi-Res Audio มาให้ใช้งานกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลง โดยสามารถใช้งานได้ทั้งผ่านการต่อสายหูฟัง 3.5 มม. หรือจะใช้คู่กับหูฟังบลูทูธไร้สายที่รองรับก็ได้เช่นเดียวกัน
ประกอบกับแอปเล่นเพลงที่สามารถรองรับไฟล์ flac ได้อยู่แล้ว การฟังเพลงในระดับ Hi-Res จากสมาร์ทโฟนจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่ต่อกับหูฟังที่รองรับก็จะได้ฟังเพลงที่คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น จนรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากการใช้หูฟังปกติเลยทีเดียว
4.บันทึกวิดีโอ 4K ต่อเนื่องได้เป็นชั่วโมง พร้อมซูเปอร์สโลว์โมชั่น 960 fps
ถ้าย้อนไปในสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าอย่างของ Sony ที่รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ก่อนหน้านี้ สิ่งหนึ่งที่พบเลยคือปัญหาความร้อนจากการใช้งานโหมดกล้องต่อเนื่อง
ทำให้ไม่สามารถใช้งานถ่ายภาพติดต่อกันได้แต่ปัญหานี้ได้ถูกแก้จนไม่ต้องกังวลบน XZ Premium แล้ว ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่ต้องกลัวร้อนอีกต่อไป
โดยที่ผ่านมาถ้ามีการเปิดกล้องถ่ายภาพค้างไว้ราว 15 นาที หรือถ่ายวิดีโอ 4K ต่อเนื่องสัก 10 นาที ตัวเครื่องก็จะขึ้นแจ้งเตือนว่ามีอุณหภูมิสูงแล้ว แต่ในรุ่นนี้ ลองบันทึกวิดีโอ 4K ต่อเนื่องในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ตัวเครื่องก็ยังทำงานได้ปกติ เพียงแต่จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติเล็กน้อยเท่านั้น
แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทางด้านเซ็นเซอร์ถ่ายภาพที่ชัดเจนของ Sony ว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และใช้พลังงานน้อยลง ที่สำคัญที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ XZ Premium ยังมากับกล้องที่ใช้เทคโนโลยี Motion Eye ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอซูเปอสโลว์โมชัน 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกๆของโลก (ปัจจุบันมีเฉพาะใน Xperia XZs และ XZ Premium) ทำให้การถ่ายวิดีโอสนุกขึ้น และได้เห็นมุมมองใหม่ๆในการถ่ายภาพวิดีโอ
โดยรูปแบบของการบันทึกวิดีโอซูเปอร์สโลวโมชั่นจะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกันคือ เลือกบันทึกแบบซูเปอร์สโลว์โมชัน 960 fps ในช็อตเดียว กับอีกแบบที่เป็นมาตรฐานคือถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่นปกติ แล้วกดอัดซูเปอร์สโลว์โมชั่นซ้อนเข้าไป เพื่อให้ไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งในการใช้งานจริง Sony ทำออกมาได้ตอบโจทย์มาก
5.ความบันเทิงเต็มรูปแบบจาก PS4 ด้วย Remote Play
ข้อนี้อาจจะส่วนตัวไปสักหน่อย สำหรับผู้ที่มีเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง Playstation 4 ในบ้าน เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ Remote Play ร่วมกับ Playstation 4 จะทำให้ Sony XZ Premium กลายเป็นจอพกพาให้นำเกมไปหรือคอนเทนต์บน PS4 ไปใช้งานได้ทุกที่ในบ้าน
โดยเมื่อเครื่อง XZ Premium เชื่อมต่ออยู่ใน Wi-Fi เครือข่ายเดียวกับที่เครื่อง PS4 ใช้งานอยู่ เมื่อเปิดแอป PS4 Remote Play ขึ้นมา ตัวเครื่องจะถามว่าต้องการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่อง PS4 หรือไม่ หลังจากตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย คอนเทนต์ที่แสดงผลบนหน้าจอทีวีก็จะถูกส่งมาให้เห็นบน XZ Premium ทันที
รูปแบบการทำงานของ PS4 Remote Play จะเหมือนการ Cast หน้าจอของ PS4 มาไว้บนสมาร์ทโฟนแทน แต่ข้อดีของ Remote Play คือผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อจอยเกม PS4 เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธได้ทันที ด้วยการกดปุ่ม Share พร้อมกับปุ่มสัญลักษณ์กลมๆ ค้างไว้จนไฟสีขาวกระพริบขึ้นมา
จากนั้น ก็จะสามารถใช้จอย PS4 ควบคุมการใช้งานของ XZ Premium ได้ทันที ไม่จำกัดเฉพาะใช้งานบนแอป Remote Play แต่ถ้าเกมอื่นรองรับการบังคับด้วยจอยเกมภายนอก ก็สามารถนำไปใช้งานได้เช่นเดียวกัน
6.สมาร์ทโฟนกระจกสะท้อนหน้า–หลัง
เมื่อพูดถึงฟีเจอร์ภายในไปหมดแล้ว อีกเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยคือเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง ที่ในคราวนี้ Sony เลือกนำกระจกสะท้อนแสงมาใช้งาน โดยเฉพาะในรุ่นสีเงิน Silver ที่สะท้อนให้เห็น จนช่วยให้ผู้ที่ถูกถ่ายรูปเห็นเงาสะท้อนออกจากตัวเครื่อง ทำให้ช่วยถ่ายรูปได้สนุกขึ้นด้วย
ประกอบกับการที่ Sony เลือกใช้กระจกเป็น Corning Gorilla Galss 5 มาใช้งานทั้งหน้าและหลัง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เป็นรอยขีดข่วนที่เกิดจากการใช้งานทั่วๆไปอย่างแน่นอน ซึ่งเท่าที่ใช้งานมาเดือนกว่าๆแบบไม่ใส่เคสก็เป็นเรื่องพิสูจน์ถึงความทนทานได้เป็นอย่างดี
เมื่อมองถึงความสามารถของ Sony Xperia XZ Premium ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่ากลายเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบในทุกด้านของการใช้งาน ใครที่กำลังตัดสินใจเลือกสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่อย่าลืมเพิ่มเข้าไปไว้ในลิสต์