เผยโฉมอย่างเป็นทางการสำหรับเรือธงรุ่นใหม่ Huawei P20 และ Huawei P20 Pro ซึ่งมีงานอีเวนท์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส โดยที่ทั้งสองโมเดลมีดีไซน์เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอไร้ขอบเหลือรอยบากด้านบน และมีตัวเครื่องแบบ Metal-Glass ใช้กระจกครอบทับที่ด้านหลัง มีเฟรมเป็นโลหะ สำหรับระบบเสียงเป็นสเตอริโอทั้งสองรุ่น ขณะที่รุ่น Pro จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีกล้องหลัง 3 ตัวประทับแบรนด์ Leica (Leica Triple Camera)
- Huawei P20
โมเดลพื้นฐานของซีรีส์ หน้าจอ LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 1080×2244 พิกเซล และมีการนำเทคโนโลยี RGBW Pentile มาใช้ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานน้อยกว่า LCD ทั่วไปถึง 40% ขณะที่จอรุ่นนี้มีระบบ Always-on และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแยกมาอยู่ด้านล่างของจอ
ชิปเซต Kirin 970 หน่วยประมวลผล octa-core (4x A73 + 4x A53) ติดตั้ง GPU Mali-G72MP12 ให้ RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับการทำงานสองซิมและหน่วยความจำเสริม microSD Card ด้วยไฮบริดจ์สล็อต ขณะที่ตัวชิปเซ็ตมี NPU หรือตัวประมวลผลแบบเครือข่ายประสาทเพื่องาน Machine Learning
ด้านกล้องหลังของ P20 เป็นเลนส์คู่จาก Leica อัพเกรดความสามารถด้วยเซ็นเซอร์แบบสี RGB ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มี OIS รูรับแสง f/1.6 และขนาดเม็ดพิกเซล 1.55µm ขณะที่เลนส์เสริมเป็นเซ็นเซอร์ขาวดำ Monochrome ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 ระบบโฟกัสของรุ่นนี้ใช้หลักการทำงานของระบบออโต้โฟกัส 4 แบบ (4D Predictive Focus) คาดเดาการเคลื่อนไหวของแบบล่วงหน้า ทำให้จับโฟกัสแบบได้อย่างรวดเร็ว และมีการลดภาพสั่นไหวโดยใช้ AI
P20 มีความสามารถในการถ่ายภาพบุคคล (Portraits) , สามารถระบุประเภทของฉากต่างๆได้ถึง 19 แบบ และยังมีเทคโนโลยีเอฟเฟ็กต์แสงให้ใช้งาน สามารถซูมภาพโดยไม่สูญเสียรายละเอียด 2 เท่า และรองรับการบันทึกวีดีโอสโลโมชั่น 720p@960fps
ตัวกล้องหน้ามีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีโหมดโบเก้ และโหมดเทคโนโลยีเอฟเฟ็กต์แสงระดับสตูดิโอให้ใช้งาน รวมถึงฟีเจอร์ปลดล็อคเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า
รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ 3400mAh รองรับชาร์จไว Super Charge บอดี้มาพร้อมกับมาตรฐานการป้องกันน้ำระดับ IP53 พื้นผิวของเครื่องมีการเคลือบไล่ระดับสีจนเกิดเป็นสเปคสีใหม่อย่าง Twilight ซึ่งนอกจากสีนี้แล้วก็ยังมีสี Black, Midnight Blue, Pink Gold และ Champagne Gold ให้เลือก
- Huawei P20 Pro
รุ่นท็อปของซีรีส์ มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว อัตราส่วนแสดงผล 18.7:9 ความละเอียด 1080×2244 พิกเซล มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านล่างของจอ, เทคโนโลยี Always-on และสนับสนุนการสั่งงานด้วยการปาดหน้าจอ Swipe Gestures
ชิปเซตที่รุ่นนี้ใช้เป็น Kirin 970 ประมวลผล Octa-core (4x A73 + 4x A53) และ GPU Mali-G72MP12 ติดตั้ง RAM 6GB และมีความจุตัวเครื่อง 128GB รองรับหน่วยความจำเสริม
กล้องหลังของรุ่นนี้เป็น Leica Triple Camera หรือมีกล้องหลัง 3 ตัวจากแบรนด์ Leica เซ็นเซอร์แบบขาวดำ 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 และใช้เซ็นเซอร์สีสองแบบ โดยที่มีเซ็นเซอร์ตัวหนึ่งความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.7 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 และมี OIS ส่วนเซ็นเซอร์อีกตัว 8 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์เทเลรูรับแสง f/2.4 มีระบบโฟกัส 4D Predictive Focus ติดแฟลช Dual-tone LED และมีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิสี สามารถซูมแบบ Optical ได้ 3 เท่า และซูมแบบ Hybrid ได้ 5 เท่า
อีกหนึ่งไฮไลท์ของกล้องรุ่นนี้คือให้ ISO ได้สูงถึง 102,400 สามารถจับภาพได้ด้วยความเร็วถึง 0.3 วินาที รองรับการบันทึกวีดีโอสโลโมชั่นได้ 720p@960fps และมีการนำ AI มาสร้างลูกเล่นใหม่ๆ
ส่วนกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล มีรูรับแสง f/2.0 มีโหมดโบเก้ และโหมดเทคโนโลยีเอฟเฟ็กต์แสงระดับสตูดิโอให้ใช้งาน รวมถึงฟีเจอร์ปลดล็อคเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า
ตัวแบตเตอรี่ของ P20 Pro ใส่มา 4,000mAh รองรับ Super Charge ผ่านปลั๊กไฟ 22.5 วัตต์ (58% ใน 30 นาที) มีมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่นระดับ IP67
Huawei P20 และ P20 Pro รันกับ Android 8.1 คลุมด้วย EMUI 8.1 มีฟีเจอร์ทำให้ขอบจอด้านบนมืดลงเพื่อจะได้ไม่สังเกตเห็นรอยบากเล็กๆ และทางผู้ผลิตก็ยังอ้างว่ารุ่นนี้สามารถปลดล็อคด้วยใบหน้าได้เร็วกว่า iPhone X ถึง 2 เท่า แถมยังปลดล็อคในที่มืดได้ด้วย
Huawei P20 ได้วางขายในบางประเทศเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ P20 Pro จะเริ่มวางตลาด 6 เมษายนนี้ โดยที่รุ่น P20 สนนราคาที่ 649 ยูโร หรือราว 25,000 บาท ส่วน P20 Pro ราคา 899 ยูโร หรือราว 34,700 บาท

