ในงาน Mobile World Congress 2018 ทาง Wiko ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังที่มีถิ่นกำเนิดที่ฝรั่งเศส ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่น แต่รุ่นที่น่าสนใจถือว่าเป็นตัว Hi-light ของงานนี้เลยก็ว่าได้ คือ การเปิดตัว Wiko View 2 และ Wiko View 2 Pro ที่แว๊บแรก ที่จอแสดงผลไปละม้ายหน้าตาคล้ายกับ Essential Phone
ชมคลิปสัมผัสเครื่องจริง Wiko View 2 และ View 2 Pro จากงาน Mobile World Congress 2018 จากกรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน
แต่ละทิ้งเรื่องของคล้ายไม่คล้ายไปก่อน เรามาดูสเปค กันก่อนดีกว่าว่า เป็นอย่างไรบ้าง
Wiko View 2
จอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว IPS display สัดส่วน 19: 9, HD+ (1,528 x 720 pixels)
CPU : Snapdragon 435 1.4GHz
RAM 3GB / ROM 32GB รอบรับ MicroSD สูงสุด 128GB
แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh
Android 8.0 Oreo
กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล แบบ selfie photo sensor (f / 2.0)
กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
รองรับ NFC, ระบบการปลดล๊อกแบบ Face Unlock & Fingerprint
รองรับคลื่นความถี่ 4G LTE 4G LTE Category 6
Wiko View 2 Pro
จอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว IPS display สัดส่วน 19: 9, HD+ (1,528 x 720 pixels)
CPU : Snapdragon 450 1.8GHz Octa-core
RAM 4GB / ROM 64GB รอบรับ MicroSD สูงสุด 256GB
แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh
Android 8.0 Oreo
กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล แบบ selfie photo sensor (f / 2.0)
กล้องหลังคู่ 16 ล้านพิกเซล (f/1.75) ใช้กล้องของ Sony IMX499 Dual, 120 ° Wide Angle
รองรับ NFC, ระบบการปลดล๊อกแบบ Face Unlock & Fingerprint
รองรับคลื่นความถี่ 4G LTE Category 6
สนนราคาวางขายสำหรับรุ่น Wiko View 2 อยู่ที่ 199 ยูโร หรือประมาณ 8,000 บาท และ Wiko View 2 Pro อยู่ที่ 299 ยูโร หรือประมาณ 12,000 บาท
สัมผัสแรก รวมๆ ภายนอกของทั้งสองรุ่น คือตัวเครื่องที่มีจอแสดงผลแบบ Full Screen ที่มีสัดส่วนของจอแสดงผลที่ 19:9 ถือว่าเป็นขนาดใหม่ในท้องตลาดที่ Wiko ทำเป็นรายแรก มีติ่งของกล้องหน้าบทสุดบนจอแสดงผล
ซึ่งความสามารถของกล้องหน้าก็ไม่ใช่ย่อย คือใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Big Pixel ที่สามารถเก็บแสงได้และนำมารวมกัน ได้ความสว่างเพิ่มขึ้น 4 เท่า หรือจะเป็นฟังก์ชั่นในการถ่ายรูปแบบ Selfie ที่สามารถถ่ายรูปได้คราวละ 5 ภาพ และเลือกรูปที่ดีที่สุดออกมาใช้ได้
ส่วนของด้านหลัง ทั้งสองรุ่นจะมีความต่างที่ กล้องของ View 2 Pro จะมีสองกล้อง ส่วน View 2 จะมีกล้องเดียว กล้องของ View 2 Pro จะมีความพิเศษมากกว่ากล้อง View 2 คือใช้ Sensor ของ Sony IMX499 Dual ที่มีเลนส์กว้าง 120 องศา สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้ง่ายขึ้น และรูปรับแสงต่ำมาก คือ f/1.75 สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น
ระบบกันสั่นของกล้องหน้าและหลัง ถือว่าทำได้ดี สามารถ่ายได้ถึงความคมชัดระดับ FHD โดยที่ภาพที่ออกมานั้น เรียกได้ว่า แทบจะนิ่งมาก
ตัวเครื่องใช้วัสดุโลหะ ประกอบกันแน่นดี มีสองสีให้เลือกคือ ทอง (Gold) และ เงินเงา (Anthracite) ส่วนกำหนดการขาย Wiko View 2 เริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศเดือนเมษายน 2018 และ Wiko View 2 Pro วางจำหน่ายในบางประเทศเดือนพฤษภาคม 2018
ส่วนรายละเอียดของการรีวิว หากทีมงาน mxphone ได้รับเครื่องเทสเมื่อไหร่ ไว้เพื่อนๆ มาชมกันอีกครั้งครับ 🙂
