เดลล์ประกาศเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์พาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์ที่ล้ำสมัย และจัดการง่ายที่สุดพร้อมการออกแบบเพื่อช่วยลูกค้าทั่วโลกในการจัดการ และใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งตอบสนองความต้องการในด้านเวิร์คโหลดต่างๆ ทั้งนี้ เดลล์ พาวเวอร์เอดจ์ 13th เจนเนอเรชั่น เซิร์ฟเวอร์ ฟีเจอร์ระบบ
วิศวะกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกค้าพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อราคาระบบ (price performance) สำหรับเวบ แอพพลิเคชั่น เอนเทอร์ไพรซ์ แอพพลิเคชั่น และไฮเปอร์สเกลแอพพลิเคชั่นในวงกว้าง และฟีเจอร์ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีล่าสุดในเทคโนโลยีสตอเรจ การประมวลผล และเมมโมรี่ พร้อมกับความสามารถในการจัดการระบบในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ เดลล์ พาวเวอร์เอดจ์ รุ่นต่างๆ ซึ่งเริ่มต้นด้วย 5 แบบฟอร์ม แฟคเตอร์ของสายผลิตภัณฑ์ทั้งเบลด เซิร์ฟเวอร์ แร็ค เซิร์ฟเวอร์ และทาวเวอร์ เซิร์ฟเวอร์ เพื่อมอบทางเลือกให้กับลูกค้าในการพัฒนาระบบ ตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมไอที ซึ่งรวมทั้งคลาวด์ คอมพิวติ้ง โมบิลิตี้ บิ๊ก ดาต้า และการกำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (ซอฟต์แวร์-ดีไฟน์) อย่างไร จากรายงาน Future Ready IT survey ซึ่งจัดทำโดยการสนับสนุนของเดลล์ และอินเทล พบว่ามากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอทีได้รายงานถึงปัจจัยดังกล่าวไว้ในฐานะที่เป็นลำดับความสำคัญด้านการลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้า “ลูกค้าของเราต่างได้รับความกดดัน และความท้าทายใหม่ๆ ไหลบ่าเข้าท่วมท้น อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก้าวย่างของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และการหยุดชะงักกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และองค์กรด้านไอทีจำนวนมากกำลังพยายามที่จะหาหนทางที่ดีที่สุดในการสร้างสมดุลย์ระหว่างการนำเทคโนโลยีมาใช้ในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนให้กับสภาพแวดล้อมในการทำงาน” นายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด “ด้วยการโฟกัสไปที่องค์ประกอบหลักที่สำคัญ 3 ประการในเครื่องพาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ ได้แก่ การเร่งสมรรถนะแอพพลิเคชั่น การเสริมพลังให้กับเวิร์คโหลดในทุกสภาพแวดล้อม และการสร้างความเรียบง่ายให้กับการจัดการระบบ ลูกค้าจะสามารถเชื่อมไอทีในรูปแบบดั้งเดิม (traditional) และรูปแบบใหม่เข้าด้วยกันเพื่อเตรียมพร้อมในการหลอมรวมนวัตกรรมใหม่ สนับสนุน และใช้แอพพลิเคชั่นใหม่อย่างเหมาะสมในดาต้า เซ็นเตอร์”
สายผลิตภัณฑ์เน็กซ์เจนเนอเรชั่น พาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์
เดลล์ พาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์ใหม่ ชุดแรกได้รวม พาวเวอร์เอดจ์ R730xd R730 และ R630 แร็ค เซิร์ฟเวอร์ M630 เบลด เซิร์ฟเวอร์ และ T630 เทาเวอร์ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล® Xeon® processor E5-2600 v3 รุ่นล่าสุด ด้วยการผสานสายผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร (end-to-end portfolio) ของระบบปัจจัยพื้นฐานในระดับเอนเทอร์ไพรซ์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ เครื่องพาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์ใหม่ช่วยเพิ่มระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ และความยืดหยุ่นไม่ว่าจะในระดับใดก็ตามสำหรับสภาพแวดล้อม และแอพพลิเคชั่นที่มีความต้องการสูงสุด
State-of-the-art storage เพิ่มความเร็วให้กับสมรรถนะแอพพลิเคชั่น
จากการที่ธุรกิจยังต้องใช้งานแอพพลิเคชั่นด้านข้อมูลเพิ่มมากขึ้น อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียล-ไทม์ และการประมวลผลการดำเนินการในการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วได้กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จริงแล้ว รายงานจาก Future Ready IT survey ระบุว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอทีได้รับผลกระทบในเชิงลบในส่วนของสมรรถนะเมื่อรันแอพพลิเคชั่นที่ต้องการการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว
พาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์ใหม่ของเดลล์ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มกำลังความสามารถของเทคโนโลยีสตอเรจยุคใหม่ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งการทำงานของแอพพลิเคชั่นด้วยการนำดาต้าให้อยู่ใกล้ตัวประมวลผลเพื่อการเพิ่มสมรรถนะของแอพพลิเคชั่น
· ด้วยต้นทุนประสิทธิผลของแฟลชไดรฟว์ SATA ขนาด 1.8-นิ้ว เดลล์ พาวเวอร์เอดจ์ R630 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ input/output ต่อวินาที (IOPS) ให้กับลูกค้าได้สูงถึง 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ขนาดเท่าๆ กันของ SSDs[5] 2.5-นิ้ว
· ด้วยพาวเวอร์เอดจ์ R730xd เดลล์มอบสตอเรจขนาด 100TB เพื่อรองรับเวิร์คโหลด อาทิ Microsoft Exchange ที่ระบบช่วยเพิ่มขนาดของเมล์บ็อกซ์อีกถึง 50 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าเซิร์ฟเวอร์ในเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า
เทคโนโลยีใหม่ของ in-server storage ช่วยให้ลูกค้าสามารถที่จะ:
· เร่งความเร็วของข้อมูลที่มีความสำคัญที่สุดด้วยการมอบสมรรถนะสูงสุดด้วย NVMe Express Flash storage และการใช้ Dell Fluid Cache for SAN และ SanDisk DAS Cache
· Zone large datasets ด้วยการเพิ่มสมรรถนะ RAID ขึ้นสองเท่าด้วย dual PERC9 คอนโทรลเลอร์
· สนับสนุน software defined storage และ optimized data placement ด้วยไฮบริด สตอเรจ คอนฟิกูเรชั่นภายใน compute node ที่เสริมความสามารถในการทำ tiering
นอกจากนี้ เดลล์ยังแนะนำ direct-attached สตอเรจที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อพาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ ทั้งนี้ เดลล์ สตอเรจ MD1400 และ MD1420 นำเสนอการขยายสตอเรจที่สามารถจ่ายได้ เพิ่มแบนด์วิธด์ขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมปรับปรุงสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลพร้อมด้วย self-encrypting-drives (SEDs) และการจัดการข้อมูลแบบไร้รอยต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ
60 เปอร์เซ็นต์ของผู้จัดการฝ่ายไอทีซึ่งตอบแบบสอบถามใน Future Ready IT survey ระบุว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการลดความซับซ้อนในการปฏิบัติเพื่อการจัดสรรทรัพยากรด้านไอที และทำให้การจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ความสามารถในการจัดการระบบที่ได้รับการอัพเดทของเดลล์ซึ่งฟีเจอร์ในพาวเวอร์เอดจ์ เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ได้รับการกำหนดโครงสร้างเพื่อให้จัดการกับการจัดเรียงความสำคัญของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าสามารถมอนิเตอร์ และจัดการสถานการณ์ดาต้าเซ็นเตอร์จากอุปกรณ์มือถือจากที่ใดๆ ก็ได้ในโลก โดย ระบบการจัดการระบบ OpenManage systems พอร์ตฟอลิโอ มาพร้อมกับ:
· Enhanced at-the-server management ได้จากทุกที่: เดลล์แนะนำ iDRAC Quick Sync ซึ่งใช้เนียร์ ฟิลด์ คอมมู นิเคชั่น (NFC) เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมเพื่อช่วยให้คนทำงานนอกสถานที่ใช้เวลาน้อยกว่าเดิมถึง 84 เปอร์เซ็นต์ในการในการเรียกดูข้อมูล สำหรับลูกค้าที่ดำเนินการจัดการผ่านดีไวซ์ โดยสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ และการ set up เซิร์ฟเวอร์เบื้องต้นผ่านทางสมาร์ทดีไวซ์ที่มีโปรแกรม OpenManage Mobile ด้วยการแตะดีไวซ์เข้าไปที่เซิร์ฟเวอร์ โปรแกรม OpenManage Mobile ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถมอนิเตอร์ และจัดการสภาพแวดล้อมได้ทุกที่ และทุกเวลาด้วยโมบายล์ ดีไวซ์
· ยกระดับการจัดการด้วยระบบอัตโนมัติ: ผู้ดูแลระบบสามารถประหยัดเวลา และได้รับประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้นจากการจัดการอัตโนมัติ zero-touch อาทิ การจัดเก็บข้อมูล การเข้าถึง และการใช้ Server Configuration Profile หรือเฟิร์มแวร์ (firmware) อัพเดทจากที่เก็บข้อมูลส่วนกลาง โดยระบบ Zero-Touch Repository Manager และการอัพเดทอัตโนมัติช่วยลดเวลาที่ใช้ในการอัพเดทเฟิร์มแวร์ถึง 92 เปอร์เซ็นต์




