เป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ของวงการโทรคมนาคมเลยก็ว่าได้ สำหรับกรณีที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที ประกาศเลือก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เป็นคู่ค้าในการให้บริการ 4G LTE – DD บนคลื่น 2300MHz
เพื่อให้ชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้นทาง ทีโอที และ ดีแทค ก็ได้มีการจัดงานแถลงข่าวร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นนี้
ทำไม ทีโอที ถึงเลือก ดีแทค เป็นคู่ค้าคลื่น 2300MHz
ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที ได้เล่าถึงเกณฑ์การพิจารณาว่า “ทีโอที ใช้หลักเกณฑ์บิวตี้คอนเทสต์ (Beauty contest) เพื่อหาผู้ที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับเราโดยพิจารณาจากหลายๆด้าน ขั้นตอนก็เริ่มตั้งแต่การทำ Market Sounding เปิดรับเอกสาร RFP ซึ่งเราได้ทำร่วมกันกับบริษัทที่ปรึกษา บริษัท เดเทคอน เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด ภายใต้เกณฑ์ที่ยอมรับได้ในระดับสากล ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจเข้ามายื่นเอกสาร 6 ราย ทั้งที่เป็นรายเก่าและรายใหม่”
เกณฑ์ในการประเมินข้อเสนอประกอบด้วยการพิจารณาข้อเสนอที่ยื่นมาทั้ง 2 ส่วน ได้แก่
(1) ข้อเสนอด้านเทคนิค มีน้ำหนัก 40%
(2) ด้านการลงทุน และผลตอบแทน มีน้ำหนัก 60%
เมื่อผลพิจารณาคะแนนรวมก็เป็นดังที่เห็นว่าทาง ดีแทค ได้คะแนนสูงสุด
ข้อเสนอจาก ดีแทค เพื่อเป็นคู่ค้าคลื่น 2,300MHz
เงื่อนไขที่ทางดีแทคเสนอเข้ามาให้กับ ทีโอที ประกอบด้วย
- ดีแทคจะเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างสถานีฐานจำนวน 20,000 กว่าแห่งทั่วประเทศเพื่อให้ ทีโอที เช่าใช้งาน
- ดีแทคจะจ่ายผลตอบแทนคงที่ให้กับ ทีโอที จำนวนปีละ 4,510 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 8 ปี
- บริษัทลูกของดีแทคอย่าง บริษัท เทเลเอสเสท จำกัด จะให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมและรับจ้างบำรุงรักษาโครงข่ายให้แก่ ทีโอที และจะต้องมีการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน 80%
- บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด จะรับซื้อความจุโครงข่าย 60% ของความจุโครงข่ายทั้งหมด
“ในสายตาของผมมองว่า ดีแทค ทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่ ทีโอที เองก็ไปตามภาคพื้นดิน ซึ่งมองว่าทั้งสองบริษัทมีความสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้เพื่อสนับสนุนนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนประเทศ” ดร.มนต์ชัย กล่าว
ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ทาง ดีแทค จะเข้าดำเนินการเจรจาสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อทีโอที โดยคาดว่าการเจรจาจะได้ข้อยุติและเข้าทำสัญญาได้ภายในไตรมาส 4 ของปี พ.ศ.2560
ดร.มนต์ชัย ได้กล่าวเสริมว่าการเซ็นสัญญาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความลงตัวบนข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเราเองก็เร่งที่จะให้มีการเซ็นสัญญาโดยเร็วและถูกต้องตาทกฏหมายมากที่สุด
จุดเด่นของ 4G LTE-TDD บนคลื่น 2300MHz
นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้พูดถึงสิ่งที่ดีแทคจะทำกับคลื่น 2,300MHz ว่า
“คลื่นความถี่ 2300MHz มีช่องสัญญานกว้างถึง 60MHz สามารถให้บริการดาวน์โหลดได้ถึง 300Mbps ซึ่งเราจะนำเทคโนโลยี LTE-TDD มาใช้กับคลื่นนี้เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาเรามี 4G LTE-FDD บนคลื่น 1800MHz ซึ่งมีจำนวนช่องสัญญานที่มากที่สุดถึง 20 MHz สำหรับ 4G LTE-TDD บนคลื่น 2300MHz ก็เป็นเหมือนทางด่วนข้อมูลที่จะทำให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างลื่นไหล ซึ่งเราจะนำมาใช้งานให้เกิดมูลค่ามากที่สุด ทั้งในแง่ของการให้บริการและสนับสนุนกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 “
จุดเด่นของ 4G LTE-TDD
เทคโนโลยี LTE-TDD ก็จะทำให้ตัวผู้ให้บริการก็มีความยืดหยุ่นในการจัดสรรสัดส่วนช่วงคลื่นการรับและส่งข้อมูล จากพฤติกรรมการใช้งานปัจจุบัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมดาวน์โหลดมากกว่าอัพโหลด ด้วยเทคโนโลยี LTE-TDD ทำให้โอเปอเรเตอร์สามารถจัดสรรช่องสัญญานเพื่อรองรับการดาวน์โหลดให้มากกว่าช่องสัญญานอัพโหลดได้
จากรายงานของ GSMA Intelligence ระบุว่า LTE-TDD เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งคาดว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของ 4G LTE-TDD ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 22%
นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า “ตัวเทคโนโลยี LTE-TDD ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยปัจจุบันสถานีฐานของ 4G ทั่วโลกราว 40% มีการใช้เทคโนโลยี TDD โดยมีผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดอยู่ที่จีน ขณะที่ปัจจุบันจำนวนสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานเทคโนโลยีตัวนี้ก็มีมากกว่า 2,500 รุ่น สำหรับสมาร์ทโฟนของลูกดีแทคเองในปัจจุบัน 70% ก็รองรับกับเทคโนโลยีนี้แล้ว ซึ่งถ้าหากมีการเปิด 4G LTE-TDD อย่างเป็นทางการในไทยเมื่อไร สมาร์ทโฟนที่รองรับกับเทคโนโลยีดังกล่าวก็จะมีเข้ามาในตลาดมากขึ้นอย่างแน่นอน”
ดูย้อนหลังงานแถลงข่าวความร่วมมือ TOT และ dtac ในการให้บริการ 4G LTE-TDD 2300MHz อย่างเป็นทางการ



