![DSC_3258[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_32581-500x333.jpg)
Google ได้เปิดตัว Android รุ่นใหม่ (ไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ และเลขเวอร์ชัน เรียกเพียงแต่ว่า L) โดยงานนี้ถือได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่มากมายอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนไปอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากความสวยงามที่เห็นได้ชัด และอนิเมชันที่เพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้ ยังมีการปรับเปลี่ยนระบบเบื้องหลัง ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว ว่าแล้วก็มาเจาะไปทีละอย่างดีกว่าว่ามีอะไรเด่นบ้าง
![DSC_3261[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_32611-500x333.jpg)
Android L นี้จะเป็นการปรับปรุงเรื่อง User Experience หรือประสบการณ์การใช้งานอย่างเห็นได้ชัด งานนี้เราจะได้เห็น Google แบนลง (flat) และเล่นโทนสีที่หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยหัวหน้าแผนกดีไซน์บอกว่าแรงบันดาลใจมาจากกระดาษและปากกา ดังนั้นเราจะเห็นเส้น กล่อง ขอบมนๆ และสีสดใสๆ เป็น UI หลัก
![DSC_3301[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_33011-500x333.jpg)
เรื่องแรกเลย (สำหรับนักพัฒนา) คือ Pallete ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเลือกสีที่เหมาะสม และเข้ากับ UI ได้ ฟอนต์ Roboto ถูกปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดูดีและมีสไตล์มากขึ้น
![DSC_3342[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_33421-500x333.jpg)
สำหรับโครงสร้างดีไซน์แบบใหม่ใช้ชื่อว่า Material มาพร้อมกับอนิเมชัน และการจัดแสดงผลแบบ 3 มิติ (เห็น Perspective กันเต็มๆ) รวมถึงแสงเงาที่ทำให้ดูเหมือนว่าวัตถุนั้นมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ลอยๆ อยู่กลางอากาศ
![DSC_3364[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_33641-500x333.jpg)
![DSC_3368[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_33681-500x333.jpg)
งานนี้ Notification บน Lockscreen เองจะสามารถทำ Interactive ได้แล้ว สามารถปัดซ้ายขวาเพื่อกำจัดออกจากหน้าจอ ดึงขึ้นลง เพื่อหด หรือเพิ่มข้อมูลที่แสดงอยู่ได้ รวมถึง Notification แบบใหม่ที่เรียกว่า Head Up ที่จะปรากฏอยุ่ข้างบน
![DSC_3371[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_33711-500x333.jpg)
และการปลดล็อกแบบใหม่ เรียกว่า Personal Unlocking โดยถ้าเราใส่อุปกรณ์ที่มอบ Trusted เอาไว้ (เช่น Android Wear ที่ผูกกับเครื่องไว้) เมื่อทำการเปิดหน้าจอ จะสามารถผ่านการปลดล็อกหน้าจอไปได้เลย แต่ถ้าถอดอุปกรณ์เหล่านี้ออกไป ก็จะเรียกระบบปลดล็อกขึ้นมาให้เราใส่รหัส
![DSC_3430[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_34301-500x333.jpg)
จบเรื่อง UX มาพูดถึง Performance กันบ้าง โดย Android L นี้จะไม่ใช้ Dalvik Runtime อีกต่อไป แต่จะใช้ ART เท่านั้น ทำให้คาดว่าประสิทธิภาพของการใช้งานโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่า
![DSC_3434[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_34341-500x333.jpg)
![DSC_3445[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_34451-500x333.jpg)
ART จะมี Garbage Collection ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ทำให้การเขียนแอพรีดเร้นความสามารถออกมาได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับการประมวลผลแบบ 64 bit อีกด้วย
![DSC_3454[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_34541-500x333.jpg)
สำหรับกราฟฟิคนั้นคงไม่ขอลงรายละเอียดลึกนัก แต่ Android L นี้รองรับการประมวลผลระดับสูงได้ (ถ้าฮาร์แวร์แรงพอ) อาจจะได้เห็น Android ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเล่นเกมส์ด้วยซ้ำ อาจจะเป็นแทบเล็ต โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งพีซีด้วยซ้ำ
![DSC_3489[1]](https://techmx.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/06/DSC_34891-500x333.jpg)
หลังจากมี Project Butter ที่ทำให้การใช้งานลื่นขึ้น, Project Svelte ที่ทำให้ระบบปฏิบัติการบริโภคหน่วยความจำน้อยลง Android L ก็มี Project Volta ที่จะทำให้การใช้งานยาวนานกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมี Battery Saver ที่จะทำหน้าที่เหมือนกับที่หลายๆ แบรนด์ใส่เข้ามาแล้ว โดยทำตั้งแต่เรื่องง่ายๆ อย่างการตัดเน็ท ตัด 3G, WiFi เมื่อปิดหน้าจอ ไปจนถึงเรื่องยากๆ อย่างการควบคุมการประมวลผลของ CPU ทำให้ลดอัตราการบริโภคพลังงาน (ปรับได้แม้กระทั่ง Scheduler)
นอกจากนี้ยังคงมีฟีเจอร์อีกมาก แต่ไม่ได้ถูกพูดถึงในงาน Google I/O ครับ