อีริคสัน ฉลองครบรอบ 111 ปี โชว์นวัตกรรม 5G ครั้งแรกในไทย คาดใช้จริงปี 2020

โดย RingRangRung | 25 มกราคม 2560 เมื่อ 15:51 น. | อ่าน 249

Ericsson 10sอีริคสัน ฉลอง 111 ปี การดำเนินงานในประเทศไทย ด้วยการจัดแสดงการสาธิตแบบถ่ายทอดสดตลอดรายการด้วยเครือข่าย 5G เป็นครั้งแรกในไทย โดยใช้ระบบทดสอบ 5G ของอีริคสัน และแกนซีพียูแบบ 5G นับเป็นก้าวสำคัญตามวิสัยทัศน์ “ดิจิทัลไทยแลนด์”

จากรายงาน Ericsson Mobillity Report ได้ระบุว่าในปี 2022 จะมีการลงทะเบียนใช้งานเทคโนโลยี 5G มากกว่า 500 ล้านครั้ง ซึ่งตัวระบบทดสอบ 5G ของ อีริคสัน มีการใช้เทคโนโลยี Multi-user,Multiple Input,Multiple Output (MU-MIMO) เพื่อเพิ่มปริมาณงานในการเชื่อมต่อข้อมูล รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพสัญญานด้วยระบบ Beamforming

DSC05975

สิ่งคนทั่วไปจะได้รับจากเครือข่าย 5G

  • เครือข่าย 5G มีอัตราความเร็วของสัญญานสูงสุดในปัจจุบันถึง 5.7 Gbps เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการและแอพพลิเคชั่นในรูปแบบต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างการรับชมวีดีโอ 4K ด้วยระยะเวลาดาวน์โหลดเพียงไม่กี่วินาที หรือเรื่อง IoT ที่จะนำไปสู่การเกิดแอพลิเคชั่น AR หรือ VR ใหม่ๆ

DSC05926

  • 5G มีความหน่วงที่ต่ำ (Low Latency) เพียง 0.3 มิลลิวินาทีเท่านั้น ทำให้การควบคุมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการใช้งานระบบขนส่งอัจฉริยะและระบบควบคุมเครื่องจักรระยะไกล

DSC05993

  • ปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่านบนโทรศัพท์มือถือขยาย 1,000 เท่า

DSC05901

  • ความสามารถของการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น นานขึ้น 10 เท่า โดยเฉพาะอุปกรณ์ Remote Sensor ที่ต้องทำงานผ่านระบบ Sustainable Networks

DSC05910

นอกจากนั้นแล้วภายในงานทาง อีริคสัน ก็ยังมีการสาธิต Ericsson AIR 6468 วิทยุแบบ NR Radio ระบบ 5G ครั้งแรกของโลกที่ใช้ตัวส่งสัญญาน 64 ตัวและเสาอากาศ 64 เสา พร้อมทั้งสาธิตการถ่ายทอดสดแบบความหน่วงต่ำ ด้วยระบบ 5G และยังโชว์แกนการทำงาน Ericsson 5G Core ผ่านการสาธิตหุ่นยนต์ที่สามารถทรงตัวอย่างสมดุลได้ด้วยตัวเอง

DSC05852

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ได้ให้มุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2560-2563 (ค.ศ. 2017-2020) ว่า ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนเป็นสังคมดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ภายในปี 2561 คนไทยจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกพื้นที่ทุกเวลา

“แต่ก่อนที่เราจะเป็น ไทยแลนด์ 4.0 เราจะต้องมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้ราคาที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าในประเทศ ในส่วนของการขยายอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่ 74,965 หมู่บ้าน ตัวอินเตอร์เน็ตที่เป็นฟิกซ์บรอดแบนด์ได้เข้าถึงหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจแล้ว 3 หมื่นหมู่บ้าน และเป็นหน้าที่ของ กสทช. กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะเข้าไปติดตั้งในอีก 44,352 หมู่บ้านที่เหลือ ซึ่งกสทช. รับผิดชอบหมู่บ้านที่อยู่ในเขตชนบท 19,000 กว่าหมู่บ้าน ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปี 2561 ส่วนพื้นที่ชายขอบจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงเดือนธันวาคมปี 2560”

DSC05854

ด้านโครงข่ายไร้สาย เลขาธิการ กสทช อธิบายว่าปัจจุบันมีคลื่นความถี่อยู่ในการดูแลของผู้ให้บริการอยู่ 420MHz ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเทคโนโลยีในอนาคต และในปี 2560 นี้ ทาง อสมท. ได้ทำหนังสือคืนคลื่น 2600MHz ให้ทาง กสทช. นำไปเปิดประมูลประมาณ 70MHz ภายใต้เงื่อนไขขอให้มีการเยียวยามูลค่าคลื่นให้กับ อสมท. ซึ่งกฏหมายกำลังอยู่ในการพิจาณาของทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

“หากกฏหมายให้อำนาจเยียวยาได้ ตัวคลื่นดังกล่าวก็จะนำมาเปิดประมูลภายในปี 60 นี้อย่างแน่นอน ซึ่งจะมีใบอนุญาตเกิดขึ้นราว 3-4 ใบ สำหรับคลื่น 1800 และ 850MHz ที่อยู่ในการดูแลของ ดีแทค ตัวสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 61 ซึ่งทาง กสทช. จะเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz จำนวน 45MHz และคลื่น 850MHz จำนวน 10MHz ก่อนที่ตัวสัญญาสัมปทานจะหมดไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือราว มี.ค. 61”

Ericsson 8s

ด้านคลื่นความถี่ 700MHz จำนวน 45MHz ในปี 2563 คลื่นดังกล่าวจะกลับมาเป็นคลื่นความถี่ในโทรคมนาคม กสทช.เองก็จะนำมาจัดสรรประมูลในปีเดียวกันนั่นเอง

“หากมองในภาพรวมทั้งหมด ตัวคลื่นความถี่ที่ กสทช มีการวางแผนนำมาประมูลทั้งคลื่น 2600 ,1800 ,850 และ 700MHz รวมทั้งหมด 380 MHz รวมกับคลื่นที่มีการใช้งานปัจจุบันจำนวน 420MHz ทำให้ในปี 63 ประเทศไทยมีการใช้งานคลื่นความถี่ทั้งหมด 800 MHz โดยประมาณ ซึ่งสูงกว่าที่ ITU ให้การแนะนำไว้ว่าไม่ควรต่ำกว่า 700MHz ทำให้มองว่าในช่วงปี 2561-63 ประเทศไทยจะเข้าสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน” 

About Author

RingRangRung

RingRangRung