จากกรณี Operator Billing ตัดเงิน Cookie Run สองแสนกว่าบาท เกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะป้องกันได้อย่างไร

โดย hypertext78 | 24 มิถุนายน 2557 เมื่อ 17:21 น. | อ่าน 242

5951d730ข่าวสุดร้อนแรงในช่วงสัปดาห์นี้คงไม่พ้นการที่มีข่าวว่าแม่วัยกลางคนแทบล้มทั้งยืน เมื่อใบเสร็จค่าบริการโทรศัพท์รายเดือนมาถึงมีค่าบริการสองแสนกว่าบาท! เรียกได้ว่าช็อค! นี่มันอะไรกัน เงินกว่าสองแสนบาทมาจากไหน แถมทาง AIS ยืนยันว่างานนี้คิดเงินไม่ผิดแน่นอน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการคิดเงินผิดบ้าง เป็นข่าวบ้าง เงียบบ้าง แต่ครั้งนี้ไม่ผิดแน่นอน

1395045328-1-o[1]

เมื่อเดือนที่ผ่านมา คุณแม่ได้ซื้อโทรศัพท์ให้ลูกชาย พร้อมกับเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นบริการรายเดือน ลูกชายเองก็เล่นเกมส์คุกกี้รันไปตามปกติ ณ จุดนี้ตัวลูกชายบอกว่าดูวิธีการโกงเพชรบน YouTube เลยทำการซื้อมั่ง และพบว่าไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เดบิต ก็ซื้อได้ ก็เลยกดไม่ยั้งซะเลย

ณ จุดนี้เราเห็นอะไร? คุณแม่เปิดเบอร์รายเดือนให้กับลูกชาย แปลว่าค่าบริการนั้นจะเป็นแบบ Post Paid (คิดเงินทีหลัง) คือเราจะสามารถใช้บริการได้ก่อน เงินจะเรียกเก็บในเดือนถัดไปให้หลัง โดยปกติแล้วการใช้ค่าบริการแบบนี้จะมีเพดานค่าใช้จ่ายอยู่ เช่นค่าโทรศัพท์ เมื่อถึงจุดที่น่าสงสัย เช่นใช้โทรศัพท์ไป 20,000 กว่าบาท มักจะมีการติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามว่าเป็นจริงหรือไม่

ณ จุดนี้เองถือได้ว่าเป็นความผิดพลาด (ที่คิดว่าลูกชายไม่มีทางใช้เงินเกินวงเงินอะไรมากมาย) เนื่องจากสำหรับเด็กแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเบอร์รายเดือนให้ (ถ้าจะรับสิทธิ AIS Serenade รายเดือนที่สมัครก็ไม่ถึงอยู่แล้ว ไม่มีความแตกต่างอะไรกับรายเดือน) ส่วนทาง AIS เองก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามว่าเงินที่เก็บเข้าไปนั้นเป็น Authentic Payment หรือไม่ ขนาดบัตรเครดิตมีการใช้แปลกๆ เช่นซื้อของออนไลน์ ยังมีการโทรมาสอบถามเลยนะว่าใช้จริงไหม นี่ยิงตัดไปหลักแสนบาทน่าจะมีการโทรมาถามตั้งแต่หลักหมื่นกว่าบาทแล้ว

จุดต่อมาคือการที่ลูกชายบอกว่าดูวิธีซื้อเพชรบน YouTube ได้ฟรี ณ จุดนี้เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเด็กพูดจริง หรือโกหกเพื่อหนีภาระที่เกิดขึ้นโดยผลักไปที่ YouTube เพราะว่าถ้าเด็กพูดความจริง ในแง่ของการทำการค้าแล้วเด็กคนนี้เตรียมจะขโมยของตั้งแต่แรกแล้ว ควรหรือไม่ที่สังคม หรือผู้ให้บริการควรจะให้ความช่วยเหลือเยียวยา?

หลายๆ คนที่ไม่เคยเล่น Cookie Run หรือแม้กระทั่ง LINE อ่านมาถึงจุดนี้อาจจะเริ่มว่า “เกมส์มันมอมเมาประชาชน” แล้วก็ได้ บ้างก็ว่าเกมส์นั้นหลอกหลวงเด็กๆ ที่มีความคิดอ่านไม่เท่าผู้ใหญ่

บางครั้งเราอาจจะต้องหันกลับมาดูว่าปัญหามันเกิดจากอะไร เพราะในตัวเกมส์เองก็ระบุค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนว่ากี่บาท ไม่มีสักจุดเดียวในแอพ ที่เขียนว่า “ซื้อฟรี” แล้วมาเก็บเงินทีหลัง เด็กเองนั่นแหละ ได้อ่าน หรือมองตัวเงินหรือเปล่า หรือแค่คิดว่าโกงแล้วไม่เสียเงิน มือยาวๆ ก็สาวได้สาวเอา

ในเกมส์ไม่มีการเอาปืนมาจ่อหลังหัวให้ผู้เล่นซื้อ ทุกธุรกรรมทางการเงินเกิดจากผู้ใช้งานกดปุ่ม “ซื้อ” ด้วยตัวเองทั้งสิ้น จะบอกว่าเกมส์นั้นหลอกลวง ดูจะเป็นการเอาแต่ได้ ผลักความผิดให้กับเกมส์ที่ไม่สามารถแก้ตัว หรือตอบผู้ใช้งานได้ อีกทั้งผู้พัฒนาอยู่ต่างประเทศ ก็คงไม่สนใจที่จะมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

6301[1]

หลังจากนั้นทาง กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ก็ได้ยื่นมือเข้ามาแทรกกลางปัญหานี้ โดยบอกว่าเนื่องจากเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้ปฏิเสธการชำระเงิน และให้การกระทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นโมฆียะกรรมแทน

ล่าสุดทาง AIS ได้ออกมาแถลงแล้วว่าจะช่วยผู้ที่ประสพปัญหา Operator Billing ทั้งหมด ส่วนทาง กสทช ก็เรียกผู้ให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น AIS, dtac, TRUE เข้าไปคุยเรื่อง Operator Billing ว่าจะต้องมีเพดานกำหนดยอดค่าใช้จ่ายสูงสุด (ณ ปัจจุบัน TRUE ยังไม่มีแผนจะเปิด Operator Billing ส่วน dtac นั้นบอกจะทำมานานแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้ใช้บริการจริงๆ เสียที) เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ซ้ำ

แท้จริงแล้วปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีเพียง LINE (Naver Japan) หรือ AIS เท่านั้น แต่รวมไปถึง Google ที่เป็นคนกลางด้วย เพราะเงินเหล่านี้แบ่งกัน 70:30 ไม่ได้เข้าตัว LINE ทั้งหมด นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือกสทช มีหน้าที่ควบคุมความถี่ในการจัดสรรและบริหารทรัพยกรแห่งชาติ ไม่ใช่เข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาผู้บริโภค สิ่งนั้นเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค การข้ามหน้าข้ามตา และกระโดดเข้ามาช่วยเหลือเช่นนี้จะทำให้ในอนาคตทุกคนเข้ามาฟ้องที่กสทช สุดท้ายแล้วกสทช ก็จะเต็มไปด้วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารความถี่เพื่อใช้ทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การป้องกันปัญหานี้ มีหลายวิธี มีหลายอย่าง มีหลายขั้นตอนด้วยกัน ตามที่บอกไปเป็นจุดๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น

  1. ไม่เล่นเกมส์ – เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเท่าไหร่นัก
  2. ใช้ระบบเติมเงิน (สำหรับเด็ก หรือผู้ที่ไม่ได้จ่ายเงินค่าบริการรายเดือนเอง) เพื่อควบคุมเพดานค่าใช้จ่าย
  3. ทางเครือข่ายกำหนดเพดานสูงสุดสำหรับการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ท
  4. สร้างจิตสำนึกในการใช้ชีวิต – ไม่ใช่การเล่นเกมส์เท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกๆ อย่างด้วย ถ้าคิดจะโกงผู้ค้าขาย หรืออะไรก็แล้วแต่ในอนาคต อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่วกกลับมาถึงเรื่องนี้ในอนาคตได้
  5. อ่านก่อนกด – เพราะหลายๆ ครั้งตัวแอพ หรือผู้ให้บริการเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากความเป็น Next Generation หรือยุคกด Next อย่างเดียว กดโดยไม่อ่าน แล้วมาโอดครวญทีหลังว่าค่าใช้จ่ายมากมายเหลือเกิน
  6. กำหนดให้ถามพาสเวิร์ดทุกครั้ง ก่อนกดจ่ายเงิน

งานนี้ผู้ให้บริการยกหนี้ให้กับคนที่เจอปัญหา Operator Billing ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเคสนี้เท่านั้น ถือได้ว่าคนที่มีหนี้โดยไม่ทันตั้งตัวคงจะได้ร้องเฮ แต่ในแง่รายรับของ AIS ก็คงจะหายไป นี่สองแสนกว่าบาท มีเคสอื่นๆ ที่เริ่มจะปรากฏอีก (ที่ดังๆ ก็โผล่มาเกือบๆ หกแสนบาท) งานนี้แค่ที่เปิดเผยออกมาก็จะล้านกว่าบาทแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำให้เมสเสจขายโฆษณาหลอกขายบริการต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยเงินที่สูญไปเกือบล้านหรือเปล่า

About Author

hypertext78

hypertext78