![]() |
บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) เปิดบ้านเยี่ยมชมการปฏิบัติงานด้านโครงข่ายของระบบต่าง ๆ ประกอบด้วยห้อง NMC ( Network Management Center ) ของศูนย์บริหารโครงข่าย TT&T ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และควบคุมการทำงานของระบบโครงข่ายทั่วประเทศให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ห้อง IDC (Internet Data Center) ซึ่งเป็นที่ตั้ง Maxnet Server สำหรับให้บริการ High Speed Internet และ ห้องอุปกรณ์โครงข่ายระบบ IPTV และ IP Core Router โดยทั้งสามห้องนี้ถือเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการกระจายการให้บริการไปสู่ผู้ใช้บริการของกลุ่มบริษัท TT&T ทั่วประเทศ นาย นายประจวบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันตลาดบริการโทรคมนาคมในประเทศไทยปีที่ผ่านมาคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.17 แสนล้านบาท โดยตลาดผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์พื้นฐาน หรือฟิกซ์ไลน์มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 35% ของตลาดรวม คิดเป็นจำนวนผู้ใช้ประมาณ 7 ล้านราย ซึ่งตลาดผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะอยู่ประมาณ 11,750 ล้านบาท ซึ่งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์จะมีสัดส่วนมากถึง 69% และแนโรว์แบนด์จะอยู่ที่ 32% ส่วนมูลค่าการใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมของประเทศไทยจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 6,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากปีที่ผ่านมา 6.5% และคาดว่าปี 2550 นี้ตลาดจะมีมูลค่า 7,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีอัตราเติบโต 7.2% และในปี 2551 จะมีมูลค่าราว 7,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับทีทีแอนด์ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ซึ่งเรียกได้ว่ามีรากฐานที่มั่นคงประกอบกับประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานกว่า 15 ปี เพื่อมุ่งให้บริการผู้บริโภคอย่างครบวงจรในด้านธุรกิจโทรคมนาคม และโครงการต่าง ๆในอนาคตที่บริษัทฯเตรียมขยายเส้นทางการทำงาน การให้บริการที่ครบคลุมยิ่งขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ทีทีแอนด์ทีจะสามารถเข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดภาพรวมธุรกิจโทรคมนาคมทั้งหมดได้ไม่ต่ำกว่า 5% และตลาดเฉพาะส่วนบรอดแบนด์ประมาณ 10-20% สุขุม เชาวน์ลิลิตกุล ผู้อำนวยการสายงานโครงข่าย บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงข่ายที่เราออกแบบและสร้างเสร็จแล้วนี้ สามารถรองรับลูกค้า Maxnet ได้ถึงห้าแสนราย และ ยังขยายได้อีกตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น โครงข่ายที่เรานำมาใช้อยู่บนไอพีแพลตฟอร์มทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงในระดับภาคด้วยสปีดขั้นต่ำ 10 กิกะบิตผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสง ส่วนในระดับจังหวัดมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์ดีสแลมผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงเช่นเดียวกันด้วยสปีด 1 กิกะบิต ด้วยความพร้อมของโครงข่ายที่กล่าวมา เราเพียงแต่เพิ่มอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรับ และแปลงสัญญาณวีดีโอ ให้เป็น MPEG4 (H.264) และ ส่งเข้าโครงข่ายในรูปแบบของไอพี เพียงเท่านี้ในด้านของโครงข่ายเราก็พร้อมให้บริการไอพีทีวี โดยเบื้องต้นจะสามารถให้บริการได้ทั้ง Live TV ซึ่งเป็นช่องรายการทีวีที่มีการถ่ายทอดออกอากาศตามปกติ, มี Time Shift TV ซึ่งสามารถหยุดสัญญาณภาพและเสียงได้ขณะดูรายการสดได้นานถึง 12 ชม., มี TV on Demand ซึ่งสามารถดูรายการทีวีที่ออกอากาศไปแล้วย้อนหลังได้ถึง 7 วัน, มี VDO on Demand ซึ่งสามารถเลือกชมภาพยนต์ได้ตลอดเวลาตามความต้องการ เป็นต้น โดยลูกค้าสามารถดูทีวีผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ไปพร้อมๆกับการพูดคุยโทรศัพท์ รวมถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ในเวลาเดียวกันผ่านคู่สายทองแดงที่ใช้กับโทรศัพท์ธรรมดาเพียงคู่เดียว เพียงแค่ติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณ หรือ Set-Top-Box ที่ต่อเข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ โดยต่อพ่วงจาก Port ที่เหลือของอุปกรณ์เราเตอร์โมเด็มเดิมที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว ในระยะแรกบริษัทฯ ได้ให้ลูกค้า Maxnet ทดลองใช้บริการเป็นการนำร่องใน 9 จังหวัดที่มีความพร้อมก่อน คือ จ.เชียงใหม่, จ.พิษณุโลก, จ.ขอนแก่น, จ.นครราชสีมา, จ.ชลบุรี, จ.อยุธยา, จ.นครปฐม, จ.ภูเก็ต, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา มีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นายสุขุม กล่าวเพิ่มเติม ต่อการให้ความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพการให้บริการว่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์บริหารโครงข่าย NMC ซึ่งทำหน้าที่ในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์โครงข่ายทั่วประเทศ เป็นแหล่งรวมของวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญงานในแต่ละระบบกว่า 70 คน ที่ผ่านงานและผ่านการฝึกอบรมความรู้มาอย่างดีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่กันทุกวัน ศูนย์ดังกล่าวพร้อมประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานบำรุงรักษาในพื้นที่ ซึ่งมีกองงานประจำทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง |
