ZTE Blade Vec ขอบอกก่อนเลยนะครับว่า ตอนนี้ยังไม่มีมาวางขายแต่อย่างใด แต่มันจะเป็น 1 ใน 5 รุ่นของ ZTE ที่จะส่งมาตีตลาดไทยในช่วงเดือนหน้านี้ครับ และด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู พร้อมฝาหลังที่เป็นลายเคฟล่า บวกด้วยสเปคที่ไม่เป็นรองใคร และจุดขายสุดๆ ของรุ่นนี้คือกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลแบบมุมกว้าง และทั้งหมดนี้มาในราคาเพียง 5,790 บาทเท่านั้น
เชื่อว่าชาวไทยหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า ZTE เนี่ยมาจากไหน แบรนด์ใหม่รึเปล่า ZTE เป็นแบรนด์มือถือที่มีมาตั้งนานแล้วครับไม่ใช้น้องใหม่แต่อย่างใด ซึ่งเป็นแบรนด์จีนที่ได้รับความนิยมมากในแถบ ยุโรป และ อเมริกา ซึ่งก่อนหน้าก็ได้มีการร่วมงานกับ dtac ในการผลิต Trinet Phone ด้วยครับ

สเปคคร่าวๆ ของ ZTE Blade Vec
- ซีพียู Quad-Core MTK6582 1.3GHz
- หน้าจอ 5 นิ้ว IPS HD 720p
- แรม 1GB
- ความจุ 8GB (เพิ่ม microSD ได้)
- กล้องหลัก 8 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แบบมุมกว้าง
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat
- แบตเตอรี่ 2300 mAh
- มี Wi-Fi / GPS /A-GPS /Bluetooth/ FM
ZTE Blade Vec ความจริงจะมีทั้งรุ่นที่เป็นแบบ 3G และแบบ 4G LTE นะครับ แต่ที่จะนำเข้ามาขายในไทยก่อนจะเป็นรุ่น 3G ครับ และน่าจะมีรุ่นที่เป็น 4G LTE ที่เป็น Snapdragon 400 ตามเข้ามาในภายหลัง ส่วนสเปคของตัว 3G ที่จะเอาเข้ามาขายในเดือนหน้านั้น ถือว่าเป็นสเปคกลางๆ ที่คุ้มราคาครับ คุ้มตรงกล้องนี่แหละ และแบตเตอรี่ก็ถือว่าให้มาเยอะพอสมควร ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันจริงๆ
ตัวเครื่องด้านหน้ามีกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซลอยู่ที่มุมขวาบน ถัดมาก็มีลำโพงที่เสียงดังมากๆ และโลโก้ของ ZTE ตามลำดับ ส่วนด้านล่างนั้น ไม่มีปุ่มอะไรเลย ทั้ง Home, Back, และ Multi-tasking จะสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสครับ
ด้านข้างฝั่งซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีช่องใส่ซิมสองช่อง และช่องใส่ Micro-SD อีกหนึ่งช่อง หมายความว่า ZTE Blade Vec ตัวนี้รองรับ 2 ซิมนั่นเอง และเพิ่มความจุได้ด้วย Micro-SD ครับ ส่วนฝั่งขวาก็จะมีปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง และปุ่ม ปิด-เปิด หน้าจอครับ ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าปุ่มมันยื่นออกมามากเกินไป ทำให้เวลาใส่ในกระเป๋ากางเกงปุ่มเหล่านั้นจะถูกกดเองแบบไม่รู้ตัว
ด้านบนตัวเครื่องก็เรียบๆ มีเพียงแค่รูไมโครโฟนเล็กๆ เท่านั้น ส่วนด้านล่างก็จะมีช่อง Micro USB ช่องเสียบหูฟัง และรูไมโครโฟน
มาดูด้านหลังกันบ้าง ทำมาจากโลหะลายเคฟล่าสวยงาม กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่ที่มุมซ้ายบนพร้อม Flash โลโก้ ZTE สีเงินอยู่ตรงกลางสวยงาม ส่วนมุมขวาล่างก็เป็นช่องลำโพงสุดดังครับ ฝาหลังแกะไม่ได้นะครับ ทั้งซิม และ Micro SD จะใส่ทางด้านข้างครับ และแน่นอน แบตเตอรี่ 2300 mAh ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้
แบตเตอรี่ที่ให้มาถือว่าเยอะใช้ได้เลยครับ และความประหยัดพลังงานก็ดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน โดยสามารถใช้งานเล่น 3G ได้ต่อเนื่องถึง 5-8 ชม. เลยทีเดียว ถ้าเล่นแบบคนปกติทั่วไปล่ะก็ แทบไม่ต้องพก Power Bank เลยครับ
โดยรวมแล้วก็อย่างที่บอกไปในข้างต้น เรียบ หรู ไม่เหมือนใคร เป็นมือถือราคา 5,790 บาท ที่ดูเผินๆ แล้ว เหมือนราคาหมื่นต้นๆ เลยทีเดียว ขัดใจอย่างเดียวก็ตรงที่ปุ่มด้านข้างที่ยื่นออกมาเยอะเกินไปนี่แหละครับ
ด้านซอฟต์แวร์ภายในตัวเครื่อง ก็ดูเหมือนไม่ได้มีการทำ UI อะไรมาครอบเลย ยังคงเป็นแบบ Pure Android 4.4.2 KitKat แต่ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติเหมือนมือถือ Android ทั่วไปทุกอย่าง ลื่นไหล ไม่มีสะดุด เน้นใช้ง่ายครับ
คะแนน benchmark ที่ทดสอบกับ AnTuTu ก็ได้คะแนนถึง 18,155 คะแนน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ สำหรับราคาขนาดนี้ สามารถเล่นเกมส่วนใหญ่ได้อย่างลื่นไหล รวมถึงการเลื่อนไป เลื่อนมา อย่างไม่มีสะดุด ตั้งแต่ที่ได้ลองใช้งานมายังไม่มีอาการค้างหรือกระตุกให้เห็นครับ
รู้ว่ามันแรงขนาดนี้แล้ว มาลองเทสเกมกันดูดีกว่า แรกๆ ขอเริ่มที่เกมน่ารักๆ ก่อนครับ ก็เล่นไปเรื่อยๆ ไม่พบปัญหาค้าง เด้งออก หรือเฟรมเรทตกแต่อย่างใด งั้นลองอะไรที่มันหนักขึ้นดีกว่า
นี่เลย Asphalt 8 ของลองเกมหนักๆ กันหน่อย อยากจะบอกว่าผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง สมาร์ทโฟนราคาต่ำ 6 พัน สามารถเล่น Asphalt 8 ได้อย่างลื่นไหล ไม่มีกระตุก โอ้วววว!!!
การท่องอินเทอร์เน็ตก็สามารถเล่นผ่าน Google Chrome ได้อย่างรวดเร็วและราบลื่นตามสไตล์ Google Chrome ครับ ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น (ยกเว้นคุณภาพ 3G หรือ Wi-Fi ไม่ดีเองอ่ะนะ)
ส่วนพวกแอปพลิเคชั่นพื้นฐานทั่วไปก็หมดห่วงเลยครับ เข้าใช้งานได้ทุกอย่าง อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะ Facebook Line หรือ Youtube ตั้งแต่ใช้มาเดือนนึงเต็มๆ ยังไม่เคยเด้งออกเลยนะ
แต่สำหรับการดูวีดีโอต่างๆ จาก Youtube นั้น สามารถรับชมด้วยความละเอียดสูงสุดเพียง 720p เท่านั้นครับ แต่ก็สามารถรับชมได้อย่างลื่นไหลตามปกติครับ
ไปดูในส่วนของกล้องกันบ้าง
กล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมดให้หลักๆ 5 โหมดด้วยกัน อันแรกเลยก็โหมดแบบธรรมดา ที่เอาไว้ถ่ายรูปทั่วไป เวลาถ่ายในที่แสงน้อยก็มี HDR ให้ใช้ด้วยครับ โดย HDR ในรุ่น Blade Vec นี้ถือว่าทำออกมาได้โอเคเลยครับ
โหมดที่ 2 Motion Track Mode คือโหมดที่ใช้ในการบันทึกการเคลื่อนไหว ให้คนหรือสิ่งของที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้น ซ้อนกันหลายๆ อัน คล้ายๆ กับแยกร่างอยู่นั่นเอง ในส่วนซอฟต์แวร์ของโหมดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ ดีกว่าบางยี่ห้อที่ราคาเกือบหมื่นซะอีก
โหมดที่ 3 ก็ Face Beauty Mode ที่จะช่วยลดจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ดูขาวขึ้น และทำให้หน้าเรียว ซึ่งทั้งสามอย่างนี้สามารถที่จะปรับระดับได้ครับ น่าจะถูกใจคุณผู้หญิงหลายๆ คนอีกด้วย (ส่วนนี้คุณแม่ผมเองครับ เธอเป็นนางแบบจำเป็น) ส่วนตัวผมไม่เคยต้องใช้เลยนะ โหมดนี้
โหมดที่ 4 Panorama Mode ก็คือการถ่ายภาพแบบมุมกว้าง 180 องศา ที่สามารถถ่ายได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง และสามารถนำภาพมาต่อกันแบบเนียนสนิด เนื่องจากในขณะที่กำลังทำการถ่าย จะมีลูกศรช่วยบอกเราว่าเราลากตรงรึเปล่า โดยถ้าลากมาประกบกับลูกศรที่ให้มา มันก็จะทำการจับภาพให้โดยอัตโนมัติครับ
โหมดที่ 5 Multi Angel View Mode จะคล้ายๆ กับ Panorama Mode ที่สามารถถ่ายแบบแนวยาวได้แต่จะได้แคบกว่าหน่อย ภาพที่ได้ออกมาจะไม่เป็นแนวภาพแนวยาว จะเป็นเหมือนการถ่ายวีดีโอสั้นๆ รอบตัวมากกว่า สามารถเลื่อนดูมุมต่างๆ ในรูปภาพได้ครับ
การบันทึกวีดีโอด้วยกล้องหลังนั้น สามารถบันทึกได้ด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 1080p และสามารถ่ายแบบ Time Lapse ได้ด้วยครับ
มาดูกล้องหน้ากันบ้าง ทีเด็ดของรุ่นนี้อยู่ที่กล้องหน้าเลยครับ ที่มีมาให้ถึง 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์แบบมุมกว้าง แค่ยื่นมือออกไปนิดหน่อยก็สามารถ Selfie แบบครึ่งตัวได้ง่ายๆ รวมถึงยังมี Face Beauty Mode ที่ทำให้ผู้ถ่าย Selfie กูฟรุ้งฟริ้งยิ่งขึ้น หรือถ้ากังวลกับการเอื้อมมือไปกดชัตเตอร์แล้วทำให้ภาพสั่น ก็สามารถตั้งเวลาได้ หรือจะใช้ Smile Shot ก็ได้ ที่จะจับภาพของเราโดยอัตโนมัติเมื่อเรายิ้ม ถือว่าเป็นจุดขายของ Blade Vec เลยครับสำหรับกล้องหน้า ราคาเกือบ 6 พัน ได้กล้องหน้าขนาดนี้ หาไม่ได้ที่ไหนแล้วครับ
ส่วนการบันทึกวีดีโอด้วยกล้องหน้า ก็สามารถบันทึกด้วยความละเอียดสูงสุด 1080p และถ่าย Time Lapse ได้เช่นเดียวกับกล้องหลังเลยครับ

สรุปเลยแล้วกันนะครับสำหรับ ZTE Blade Vec ถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคา ทีเดียวครับ จุดเด่นอยู่ตรงที่ ความอึดของแบตเตอรี่ 2300 mAh ที่สามารถใช้งานได้ทั้งวันจนลืม Power Bank ไปเลย แบบว่าจากเช้ายันเย็นจริงๆ ขนาดว่าผมเป็นคนที่ติด Social มาก ยังใช้ได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบต และจุดเด่นอีกอย่างนึงก็กล้องหน้านี่แหละครับ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แบบมุมกว้าง ผมว่ามันลงตัวมากกับการถ่าย Selfie จริงๆ
ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนดีๆ สวยๆ ซักเครื่องที่ราคาไม่แพง ZTE Blade Vec ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวหนึ่งเลยครับ ด้วยราคาเพียง 5,790 บาท และสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้แทบทุกด้าน โดยจะมีมาวางขายใน Jaymart ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับ ใกล้แล้ว





































